รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Kidnapping Mr. Heineken (2015) เรียกค่าไถ่ ไฮเนเก้น

mv5bmtyyotqwodc4nv5bml5banbnxkftztgwmdgwmzkxnde@._v1_sy1000_cr0,0,675,1000_al_

ช่วงต้นๆ ของ Kidnapping Mr. Heineken ถือว่าเวิร์กเลยนะครับ เปิดเรื่องมาก็แนะนำให้เรารู้จักกับเหล่าผู้ที่กำลังจะก่อการลักพาตัว นำโดย คอร์ (Jim Sturgess) และ วิลเลม (Sam Worthington) อันเนื่องมาจากพวกเขาประสบปัญหาทางการเงิน ไปกู้ธนาคารก็ไม่ผ่าน พอถึงทางตันก็เลยวางแผนลักพา เฟรดดี้ ไฮเนเก้น (Anthony Hopkins) เจ้าของธุรกิจเบียร์ผู้โด่งดัง

หนังเล่าแบบน่าสนใจและมีลำดับเรื่องที่ดีครับ ตอนแรกก็ทำให้เราเข้าใจว่าแต่ละคนเจอปัญหา ครั้นพอคอร์เสนอให้ลักพาไฮเนเก้น พวกเขาก็ไม่ได้ลักพาทันที แต่มีการซ้อมมือ ลองปล้นลองอะไรก่อนที่จะลงมือทำจริง

ช่วงแรกที่ว่านี้ดาราเล่นกันได้ดีเลยครับ Sturgess ดูเด่นพอเหมาะ แววตาแสดงอารมณ์และความกดดันได้อย่างดี, Worthington ก็นิ่งๆ แต่แฝงไว้ซึ่งการแสดงความรู้สึกจากส่วนลึกภายในตามสไตล์ของเขา และอีกคนที่ผมชอบคือ Mark van Eeuwen ในบทฟรานซ์ ที่แสดงอาการต่างๆ ได้สมจริงมากๆ อีกคน

ในเวลาต่อมาพอไฮเนเก้นโดนจับ Hopkins ก็ได้เวลาแสดงบ้างล่ะครับ ปู่เขามืออาชีพอยู่แล้ว แววตา ท่าทาง มันสื่อชัดน่ะครับว่าแม้เขาจะเป็นฝ่ายถูกจับ แต่เขาคุมสถานการณ์ได้แบบเงียบๆ

หนำซ้ำยังพยายามหยั่งเชิงทุกคนที่จับตัวเขามา แม้แต่ละคนจะปิดหน้า ปิดตา และปิดปากเงียบไม่พูดอะไร แต่ไฮเนเก้นก็มีวิธีที่จะเปิดปากแต่ละคน หรือทำให้พวกนั้นแสดงไต๋ออกมา

ครั้นพอหนังเดินทางมาเกินครึ่ง ดาราเปิดตัวและสำแดงฝีมือออกมากันหมดแล้ว หนังก็เริ่มนิ่งครับ เหมือนที่เหลือก็คือรอว่าแผนมันจะจบลงยังไง ไฮเนเก้นจะรอดจากการลักพาครั้งนี้ได้ไหม ซึ่งช่วงหลังนี่เดินเรื่องแบบเรื่อยๆ ไม่ได้มีพลังเท่าครึ่งแรก

ก็พอเข้าใจนะครับ เพราะช่วงแรกมันมีเรื่องให้เล่าเยอะ แต่ละตัวละครก็แสดงอาการหลายๆ แบบ อย่างพวกที่ลักพาก็มีทั้งเริงร่า ตื่นกลัว และตระหนกผสมๆ กัน ส่วนตัวไฮเนเก้นก็นิ่งๆ ใช้ความเก๋าสงบความเคลื่อนไหวไป แต่พอครึ่งหลังความเข้มข้นลดลง ออกแนวสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ใครทำอะไรก็ต้องรับผลเช่นนั้น ปริมาณความลุ้นก็เลยลดลงตามลำดับ

สรุปว่าเรื่องนี้เพลินตรงดูดาราเล่นประชันกันครับ แต่ที่บอกว่าประชันกันนี่ก็ไม่ถึงกับจัดจ้านหนักเครื่องมากมายนะครับ ถือว่าโอเค แต่ก็ยังโอเคได้อีก ส่วนครึ่งหลังก็เรื่อยๆ ไม่ถึงกับน่าเบื่อ แต่ก็ไม่ได้เข้มจัดหรือมีอะไรให้ติดตามแบบครึ่งแรก

ผมชอบโทนหนังที่มีกลิ่นความเป็นหนังยุโรปแบบเต็มๆ ก็เพราะผู้กำกับ Daniel Alfredson และผู้สร้างก็มาจากยุโรปทั้งนั้น หรือฉากตอนพวกตัวเอกล่องเรือกันยามค่ำ (ตอนจะคิดลักพาตัว) ก็ทำออกมาได้ภาพสวยไม่น้อย

ประโยคเด็ดของหนังฟังแล้วก็น่าคิดดีนะครับ

“มีเพียง 2 ทางที่จะเป็นคนรวย คือต้องมีเงิน หรือไม่ก็ต้องมีเพื่อน แต่ไม่มีทางที่คุณจะมีได้ทั้งสองอย่าง”

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

 

โฆษณา