รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

เพื่อนสนิท (2005) Dear Dakanda

dakanda_00

เนื้อเรื่องผมว่าก็น่าจะรู้คร่าวๆ แล้วนะครับ จริงๆ ผมว่าไปดูเองแล้วค่อยๆ ซึมซับจะดีกว่า เพราะมันมีผลทางอารมณ์หาใช่น้อยไม่

เอาเป็นว่าผมจะพูดถึงตัวละครแล้วกันนะครับ เริ่มจากไข่ย้อย (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) หนุ่มจากกรุงเทพที่ระเห็จไปเรียนที่ ม.เชียงใหม่ เขาก็ไม่กล้าเข้าหาใครครับ ยิ่งผู้หญิงนี่ไม่เลย มีแต่ก้มหน้าคุยกับพื้นอย่างเดียว แต่แล้ว ดากานดา (นุ่น – ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) ก็ก้าวเข้ามาในชีวิตครับ เจ๊แกเดินตรงรี่เข้ามารู้จักมักจี่กับไข่ย้อยเป็นคนแรก แล้วนับแต่นั้นเขาก็แอบรักเพื่อนสนิทคนนี้มาตลอด แต่ก็อย่างที่รู้อ้ะคับ เพื่อนสนิทอ้ะ มันจะเป็นแบบไหนล่ะ

ซึ่งหนังจะตัดสลับเหตุการณ์นะครับ ไอ้เรื่องไข่ย้อยกับดากานดานั่นคือเรื่องสมัยเรียน แล้วก็จะมีอีกเหตุการณืหนึ่งนั่นก็คือช่วงที่ไข่ย้อยตัดสินใจเดินทางมาเกาะพะงัน (จากเหนือมาใต้ครับ) แล้วพี่แกก็ดันประสบอุบัติเหตุขาหักจนต้องนอนพักที่โรงพยาบาล และที่นั่น เขาได้พบกับพยาบาลสาว โคตรน่ารัก น่ารักโคตร โคตรน่ารักจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ (บ้าไปหน่อย ขอโต๊ดก้าบบบ) เธอชื่อนุ้ยครับ (เอ๋ – มณีรัตน์ คำอ้วน)

ทีนี้ก็น่าจะเดาได้นะครับ นุ้ยเมื่อได้รู้จักกับไข่ย้อยมากขึ้น เธอก็ชอบเขาอ้ะดิคับ งานนี้คำว่าเพื่อนสนิทก็เริ่มสำแดงเดชอีกครั้ง

แล้วเรื่องจะเป็นไงต่อไป จะลงเอยอีท่าไหน ดูครับ ต้องดู

งานชิ้นนี้ได้ เอส – คมกฤษ ตรีวิมล 1 ในทีมผู้กำกับแฟนฉันมาทำนะฮะ ซึ่งจะว่าไปมันก็เป็นแนวคล้ายๆ กับแฟนฉันน่ะแหละ เป็นการหยิบจับเรื่องราวใกล้ตัวของวัยรุ่นมาทำ เอาเรื่องประทับใจมาผูกเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งหนังทำนองนี้ผมว่าไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ หรอกนะฮะ อารมณ์มันต้องได้ คำพูดมันต้องได้ ดนตรีก็ต้องลง และทิวทัศน์การถ่ายภาพก็ต้องให้เข้ากับโทนความรู้สึกของตัวละคร

แต่ไอ้ที่พูดทั้งหมดนี่ต้องอยู่ภายใต้ความเป็นจริงนะครับ

เข้าใจมั้ยฮะ เปรียบง่ายๆ หนังไซไฟเราต้องเน้นจินตนากรให้บรรเจิดที่สุด เล่นกับจินตนาการคนดูให้มากที่สุด แต่กับหนังชีวิต โจทย์ใหญ่ๆ คือ ทำยังไงให้เล่นกับความรู้สึกของคนดูให้มากที่สุด โดยที่ใช้ลูกเล่นน้อยที่สุด

กล่าวคือ ยิ่งเหตุการณ์ในหนังมันพื้นๆ มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งใกล้กับประสบการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นจริงได้มากเท่านั้น

และถ้ามันยิ่งใกล้ ยิ่งเป็นไปได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งถึงอารมณ์ครับ งานนี้ล่ะ ใครเคยเจอเรื่องแบบนี้ได้น้ำไหลออกตากันพอดีล่ะท่านเอ๋ย

และในหนังเรื่องนี้ ผมว่าทำได้สำเร็จอย่างน่าพอใจครับ

เอาล่ะสิครับ ลองว่าผมขึ้นแบบนี้แสดงว่าผมชอบหนังเรื่องนี้เข้าให้แล้ว ทีนี้ครับตามสูตรผมต้องเตือนทุกท่านนะฮะ ว่าผมชอบหนังเรื่องนี้ครับ ดังนั้นอย่าเชื่อผมไปซะหมดนะฮะ ใช้วิจารณญาณด้วยก็ดีครับ (ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่)

มาเริ่มที่ตรงไหนดี อ้า สาวๆ สวยมาก 5555 (… นี่แหละหนอ เอกลักษณ์ของเอกบุรุษ) โอเค ผมจะพยายามสำรวมน่ะนะครับ ดาราในเรื่องผมว่าดีทุกคนทีเดียว ซันนี่ พระเอกของเรื่องแสดงได้ดีครับ ยิ่งไอ้ฉากเมาแล้วเล่าเรื่องบ้าๆ มาขู่เพื่อนนี่ผมฮาแทบตายจริงๆ สายตาพี่แกนี่ออกอาการสุดๆ ไปเลย (แล้วลองฟังเพลงแบคกราวน์ฉากนั้นให้ดีครับ ฮาโคตรๆ)

ส่วนสองสาวเริ่มจาก นุ่น – ศิรพันธ์ ในบทดากานดำ เอ้ย ดากานดา เจ๊แกแสบสันต์แต่น่ารักโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คือน่ารักแบบแก่นๆ แสบๆ ห้าวๆ แต่ไม่ถึงกับทอมอ้ะคับ ห้าวแบบเด็กเซอร์ๆ อะไรหยั่งงั้นน่ะนะฮะ แต่น่ารักจริงๆ เธอมีเสน่ห์บางอย่างแฝงอยู่ ผมพอจะเข้าใจเลยครับว่าทำไมไอ้ไข่ย้อยถึงแอบชอบ ก็เธอคนนี้เป็นแบบเซลฟ์สูง มั่นใจ แต่ก็ยังมีความอ่อนโยนแฝงอยู่นี่หน่า แล้วไข่ย้อยก็ไม่ได้เป็นโคตรสุภาพบุรุษซักหน่อย เขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างจะอ่อนโยนและเซอร์ในแบบเก็บตัว ดังนั้นสาวสไตล์ดากานดานี่แหละครับที่จะเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้อย่างชะงัดนัก (ประมาณยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยมนะครับ)

ไม่ต้องอื่นไกล เอาแค่ฉากที่เจ๊แกอ้อนให้ไข่ย้อยช่วย แล้วทั้งพูดทั้งเว้าวอน “น้า นะนะนะ น้าาาาาา” นั่นผมก็จะตายห่าอยู่แล้วครับ

มาที่สาวอีกคนครับ คือ เอ๋ – มณีรัตน์ ในบทนุ้ย นี่ก็น่ารักอีกแล้วอ้าาาาาาาาาาาา (ใครก็ได้หยุดผมที) ขานี้ก็เป็นสไตล์น่ารักครับ แค่รอยยิ้มผมก็จะตาย-่าอีกเหมือนกัน แล้วเธอก็เล่นได้เป็นธรรมชาติอีกคนครับ แม้การแสดงอารมณ์บางอย่างจะยังไม่ถึงนัก จริงๆ ทั้งสามคนที่กล่าวมาก็เล่นได้ดีครับ แต่ยังมีบางอารมณ์ที่ไม่ถึงทั้งนั้นแหละ ทว่าหากสรุปสำนวนโดยรวมออกมา ทั้งสามคนก็นับว่าน่าพอใจครับ

แต่นี่ครับ ต้องเจ๊นี่เลย ปาณิสรา พิมพ์ปรุ ที่เล่นเป็นนางพยาบาลแตน ขโมยซีนกระจุย โผล่ฉากไหนฮาฉากนั้น หนังมีรสชาติมากมายก็เพราะเจ๊แกนี่แหละครับ

งานด้านฉาก ด้านภาพอะไรต่างๆ นั้น ผมว่าออกมาดีครับ เรียบง่ายแต่มีความหมายดี ดนตรีก็ถึงนะครับ จัดว่าดีเลยล่ะ คือถ้าว่ากันตามตรงคือไม่มีอะไรให้ติครับ ไม่รู้จะติอะไรอ้ะ เพราะหนังมันออกมาตามทางที่มันควรจะเป็น การเดินเรื่องจังหวะต่างๆ มันเหมาะกับเรื่องทำนองเนี้ยอ้ะครับ ไม่ต้องไปปรุงเพิ่มเลย ปล่อยให้คนดูค่อยๆ ดูไป ค่อยๆ ซึมซับไป อย่างที่บอกน่ะยิ่งติดดินเท่าไหร่ยิ่งอร่อยเท่านั้น

ไม่รู้สิครับ อันนี้ในฐานะคนที่เคยมี “เพื่อนสนิท” ในรูปแบบนี้มาก่อนน่ะนะครับ มันโดนแบบป้ากๆๆๆๆ เข้าให้ หลายจุด ไม่ว่าจะการแอบดูแอบมอง การแอบหงุดหงิดหรืออะไรเหล่านี้ รวมไปถึงฉากมาตรฐานก็คือการไปบอกเพื่อนสนิทว่า “เราชอบเธอ” แต่คำตอบที่ได้มากลับเป็นสิ่งที่เราไม่ได้คาดหวังไว้เลย

โอ้แม่เจ้า ใครไม่เคยทำแบบนั้น ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ให้ทำยังไงก็นึกไม่ออกหรอกครับ

แต่ไอ้ที่เคยทำ เคยเจอเนี่ย …….. ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อย่างที่บอกครับ ฉากยิ่งพื้นเท่าไหร่ยิ่งโดนเท่านั้น (และผมก็โดนเต็มสองตีนไปเล้ย 55555)

ดังนั้น เมื่ออ่านถึงตรงนี้ ผมยอมรับในประการหนึ่งครับว่ามีความชอบส่วนตัวและประสบการณ์ส่วนตัวมาบวกเข้าไปด้วยน่ะครับ ก็เลยไม่อยากให้เชื่อผมมากน่ะ แต่ถ้าถามว่าหนังดีมั้ย ก็ต้องตอบว่ามันดีและจังหวะมันเหมาะสมตามแนวทางของมันนะครับ มีความฮาค่อนข้างมาก ฉากซึ้งก็ไม่ใช่น้อย เอาเป็นว่าถ้าสนใจหนังแนวนี้ตลก + รักๆ อะไรทำนองนี้ผมว่าเรื่องนี้ได้เลยครับ และผมคงไม่เอาไปเทียบกับแฟนฉันนะเพราะมันคนละแนวทางอ้ะ เอาเป็นว่าดีคนละแบบครับ

ผมได้ยินมาว่าหลายๆ คนเฉยๆ นะ ซึ่งผมก็เข้าใจน่ะครับ แต่ผมก็เข้าใจผู้กำกับเหมือนกัน หากจะทำอะไรให้มากกว่านี้ก็ไม่รู้จะไปเพิ่มตรงไหนน่ะฮะ มันสุดในจุดของมันแล้ว (ในความคิดผมนะ) หากไปเพิ่มนู่นแต่งนี่ มันก็ยิ่งเป็นหนังอ้ะคับ แต่อะไรที่เป็นนี่ก็ถือว่าติดดินกับโลกแห่งความจริงมากพออยู่แล้ว

อย่างที่บอกครับ หนังไซไฟ ต้องเสนออะไรที่มันโอเวอร์จากความจริงให้มากที่สุด แต่กับหนังชีวิตต้องเสนออะไรที่มันติดดินมากที่สุด

ยังไงก็อยากให้ลองไปพิสูจน์กันดู

ส่วนกระผม … ชอบขนาดนี้ ไม่มีสามดาวได้อย่างไร

Star31

(8/10)