รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Finding Calico (2015) กลับบ้านเถอะนะ… เจ้าเหมียว

14362692_1331581646872633_6027702281182598996_o

หนังเรื่องนี้สำหรับหลายๆ ท่าน มันอาจน่าดูเพราะมีน้องแมวน่ารักๆ เดินมาเป็นแรงดึงดูด แต่ผมอยากจะเสริมครับว่า ของดีในหนังนั้น มันมีมากกว่าความน่ารักของน้องแมวครับ ^_^

เรื่องของอาจารย์ท่านหนึ่งที่มักจะหงุดหงิดเสมอ ยามเจ้าแมวตัวดีเข้ามาป้วนเปี้ยนในบ้าน ซึ่งเจ้าแมวตัวนี้ก็ถือว่าเป็นแมวของประชาชนครับ แวะไปหาคนแถวนั้นอยู่บ่อยๆ ใครๆ ก็รักมัน แต่สำหรับอาจารย์ท่านนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากให้มันมาสักเท่าไร แต่เจ้าแมวมันก็ตั้งใจมาบ้านของเขาเป็นประจำ

แล้ววันหนึ่งอาจารย์ชราท่านนี้ก็ตะคอกใส่มันครับ นับจากวันนั้นมันก็หายตัวไปเลย ทีนี้จากเดิมที่ไม่สนใจเขาก็เริ่มจะเป็นห่วงมัน ก็เลยตัดสินใจตามหามัน เช่นเดียวกับคนแถวนั้นอีกหลายๆ คนที่คิดถึงมันขึ้นมาทันทีที่มันหายไป

ตัวหนังออกแนวชีวิตครับ ผสมอารมณ์ขันแบบเบาๆ ตามสไตล์หนังญี่ปุ่น ซึ่งก็ดูได้เพลินๆ ดีครับ หนังก็มีทั้งส่วนที่มีการปรุงรสให้มันอร่อยขึ้น และบางช่วงก็ไม่ปรุงอะไรมาก ปล่อยให้อารมณ์และสถานการณ์นำพาอารมณ์ของเราไป ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การรับชมพอสมควร

การแสดงนับว่าดีเลยล่ะครับ ปกติหนังญี่ปุ่นเขาก็เล่นกันเป็นธรรมชาติอยู่แล้วน่ะเน้อ การเดินเรื่องก็เรื่อยๆ แต่ก็ชวนติดตาม ทว่าหากใครชอบอะไรหวือหวาก็ต้องทราบไว้ก่อนครับว่าเรื่องนี้มันไม่หวือไม่หวาอะไร ความตลกโปกฮาก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร

อย่างที่บอกน่ะว่าเป็นหนังชีวิตผสมอารมณ์ขัน โดยมีความน่ารักของแมวมาเสริมเพิ่มความอ่อนโยนให้กับเรื่องราว และมีทั้งความ Feel Good และ Feel Real ผสมรวมกันอยู่ในที ซึ่งหนังก็ออกมากลมกล่อมในระดับหนึ่งครับ ดูแล้วสบายใจ และขณะเดียวกันก็ได้อะไรๆ ติดหัวกลับมาคิดด้วย

ยอมรับว่าก่อนดูผมไม่คาดหวังอะไรมากครับ คิดว่าเป็นหนังเบาๆ ดูเพลินๆ เกี่ยวกับความน่ารักของแมว แต่ไปๆ มาๆ ในหนังนั้น น้องแมวถือเป็นดาราสมทบ เป็นเหมือน “สิ่งตั้งต้น” ที่ขับเน้นให้ตัวละครต่างๆ ในเรื่องได้แสดงตัวตนและความรู้สึกออกมา

จากการดูหนังแล้ว ผมก็เริ่มรู้สึกครับว่าเหตุการณ์น้องแมวฟีเวอร์ในช่วงหลายปีมานี่มันมีเหตุผลนะ มันบ่งบอกถึงอะไรบางอย่างในสังคม และบ่งบอกอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจของมนุษย์ รวมถึงสื่อให้เห็นธรรมชาติของมนุษย์

ในหนังเรื่องนี้ เราจะได้เห็นครับว่าเจ้าแมวตัวน้อยมันมีผลหรืออิทธิพลบางอย่างต่อตัวละครในเรื่อง บางคนก็ได้รับกำลังใจจากมัน บางคนก็ได้รับความสุขจากมัน แต่บางคนก็รำคาญมันและพาลเกลียดกระทั่งคนที่ให้อาหารมัน อะไรเหล่านี้สะท้อนมิติต่างๆ ของมนุษย์ได้น่าสนใจดี

+++++++++++++++++++++++++++

สิ่งที่ผมกำลังจะเขียนนี้อาจถือว่าสปอยล์สำหรับหลายๆ คนนะครับ แต่ผมว่ามันเป็นบทเรียนชั้นดีที่หนังเรื่องนี้ให้กับผู้ชม และมันคือบทเรียนที่หากเราทำความเข้าใจได้แล้วล่ะก็ เราคงจะมีความทุกข์ลดลงเยอะทีเดียว…

บางสิ่งในชีวิตเรานั้น หากจากไปแล้วก็จะจากไปเลย ไม่ว่าจะเฝ้าคิดถึง คร่ำครวญ หรือตามหาสักแค่ไหนก็ตาม มันก็จะจากไป หายไปจากชีวิตเรา และไม่มีวันหวนคืนกลับมา…

มันสะท้อนความจริงของชีวิตน่ะครับ หลายครั้งที่ของเราหาย เพื่อนเราห่างกันไป คนเรารักจากไป ฯลฯ พอหายไป พอจากกันไปแล้วก็จากกันไปเลย และเมื่อถึงจุดนั้นแล้วต่อให้เราอยากย้อนเวลาแค่ไหนก็ทำไม่ได้ หรืออยากจะกลับไปเจอสิ่งที่จากไปเหล่านั้น ก็อาจทำไม่ได้

ความจริงไม่เหมือนในหนังครับ และหนังเรื่องนี้ก็ชวนให้คิดถึงเรื่องนั้นได้ดี

ภาพอาจารย์นั่งอยู่คนเดียวในบ้าน นึกถึงเมียที่จากไป และเจ้าแมวที่ไม่รู้ว่าหายไปไหน… มันสะท้อนความจริงของชีวิตได้ดี จนรู้สึกระอักอยู่ลึกๆ ในใจ

ได้แต่บอกตัวเองว่า “จงใช้ชีวิต ณ ตอนนี้ให้ดี จงทำทุกอย่างให้คุ้มค่าเต็มที่ ชนิดที่หากพรุ่งนี้ไม่มีโอกาส ก็จะไม่เสียใจ เพราะอย่างน้อยเราก็ได้ทำมันเต็มที่ไปแล้ว”

+++++++++++++++++++++++++++

สรุปว่าเป็นหนังน่าดูอีกเรื่องครับ ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

ปล. หนังเรื่องนี้มีชื่อภาษาอังกฤษอีกชื่อหนึ่งว่า “Teacher and Stray Cat” ครับ

 

โฆษณา