Action

Resident Evil: Vendetta (2017) ผีชีวะ สงครามแค้นแพร่พันธุ์ไวรัส

19599016_1688019104562217_3739534373511762628_n

ยอมรับว่าระยะหลังมาเนี่ย หากให้เทียบระหว่าง Resident Evil เวอร์ชั่นหนังกับเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นว่าชอบฉบับไหนมากกว่ากันแล้ว ดูเหมือนว่าคำตอบของผมจะเป็นว่า ผมจะสนุกเพลินกับเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นมากกว่าทุกทีครับ

เอาเข้าจริงเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ครับ หลักๆ ก็เป็นการไล่ตามล่าตามล้างความชั่วที่พวกอัมเบรลร่าทำ ในขณะที่เวอร์ชั่นหนังถ้าดูจากเนื้อหาแล้ว ดูจะมีความพยายามใส่อะไรหลายๆ อย่างที่มันสดใหม่กว่า

แต่พอมาดูเนื้อในเข้าจริงๆ แล้ว ฉบับหนังที่ดูเหมือนจะใหญ่ กลับขาดความเข้มข้นทั้งที่พยายามใส่เรื่องราวลงไปตั้งเยอะ ไปๆ มาๆ เหมือนจะเป็นการพยายามโชว์ CG เสียมากกว่าจะใส่ใจที่เรื่องราวจริงๆ (และบางภาคเปิดปมมาดีมาก แต่พอเล่าไปชักออกทะเลแฮะ)

ส่วนเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นแม้จะเป็นอะไรที่มันเดิมๆ และเดาได้ แต่การนำเสนอออกแนว “น้อยแต่แน่น” มีการโฟกัสทิศทางเรื่องที่ชัดเจน โดยรวมๆ แล้วผลที่ได้ก็คือ “ไม่ต้องพยายามเล่นใหญ่ก็ได้ แต่ออกมาสนุกแบบพอดีคำ”

หรืออาจจะเพราะฉบับแอนิเมชั่นไม่ทำให้เราคาดหวังก่อนดูก็ได้ครับ พอดูแล้วเลยไม่ผิดหวัง ส่วนภาคหนังใหญ่ก็ชอบเปิดปมมาให้เราสนใจซะ แต่พอไปดูจริงๆ เหมือนจะดีแค่ตอนตั้งท่า แต่พอเอาจริงเล่าจริงกลับไม่มีอะไรในกอไผ่ เลยทำให้ความหวังที่มีต้องทำให้แอบผิดหวังอยู่เป็นระยะๆ

สำหรับภาคนี้ตัวเอกคือคริส เรดฟิลด์ ที่ตอนต้นไปรับภารกิจเสี่ยงตายสุดระทึกที่คฤหาสน์แห่งหนึ่งในเม็กซิโก ก่อนโชคชะตาจะพาเขามาเจอกับรีเบคก้า แชมเบอร์ส แล้วพวกเขาก็ต้องร่วมมือกันหยุดภัยพิบัติจากเชื้อนรกและแผนนรกของ เกลน แอเรียส

ตอนต้นทำได้ไม่เลวครับ ฉากในคฤหาสน์แม้จะเดิมๆ แต่ก็ทำออกมาได้ระทึกพอประมาณ พอซีนถัดมาตอนรีเมคก้าต้องเจอกับเรื่องนรกในแล็ป ก็ทำออกมาได้น่ากลัวตามแบบฉบับครับ ก่อนที่หนังจะให้เราพักหายใจแป๊บหนึ่ง แล้วก็ม้วนเรื่องราวเข้าสู่ช่วงไคลแม็กซ์ที่พวกเขาต้องเผชิญกับบิ๊กบอสที่เราเห็นตัวเบ่อเริ่มในโปสเตอร์น่ะครับ

อย่างที่บอกครับว่ามันไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่ดูเพลินดี บางฉากให้อารมณ์เหมือนกำลังเล่นเกมน่ะครับ ส่วน CG ก็มีเนียนและไม่เนียนปนๆ กันไป อย่างฉากตอนต้นที่เป็นต้นไม้ผมว่าเนียนครับ แต่พอถึงฉากบู๊กันบางจังหวะก็ดูกระตุกๆ ไม่เนียนเต็มร้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ เหมือนตอนเราเล่นเกมนั่นแหละ

แต่มีอยู่คาแรคเตอร์นึงที่ผมเชื่อว่าหลายคนต้องจดจำแน่ๆ (โดยเฉพาะหนุ่มๆ) คือ “มาเรีย โกเมซ” ครับ เธอถูกออกแบบมาจนโดดเด่นและเตะตาอย่างแรง ลองดูครับ ผมเชื่อว่าท่านจะเดาได้ไม่ยากว่าตัวละครไหนคือมาเรีย และเธออาจทำให้คุณๆ อยากให้แอนิเมชั่นเรื่องนี้มีภาคต่อออกมาไวๆ เลยล่ะ (555)

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมว่าเวิร์กกว่าที่คิดคือดนตรีครับ ฝีมือของ Kenji Kawai ที่เร้าอารมณ์และเสริมความมันส์ได้ไม่เลวเลย โดยเฉพาะทุกฉากที่คริสกับเกลนมีเรื่องตีกันน่ะครับ ดนตรีถือว่ามีลูกเล่นและเล่นระดับได้เข้าท่าทีเดียว

แล้วผมก็คิดระหว่างดูครับว่าเขาจะมีการรีบูท Resident Evil ฉบับหนังอีกแล้ว ไหนๆ ก็ไหนๆ อยากให้ลองรีบูทแบบไม่ต้องเล่นใหญ่มากก็ได้ครับ เอาแบบพอดีๆ แต่ชัดเจนในการโฟกัส ว่าง่ายๆ คือเล่นเล็กแต่เอาให้มัน “ดี” จนดึงความสนใจคนดูได้อย่างใหญ่ๆ ไปเลย (ไหนๆ Reboot ก็ Reimagine ด้วยอีกสักนิดก็น่าจะได้น่ะนะครับ)

สรุปว่าแฟนๆ ผีชีวะก็จัดไปได้เลยครับ มันทำออกมาได้ดูเพลินๆ มีความตื่นเต้นเร้าใจในระดับที่โอเค แต่ในใจผมก็ยังชอบภาค Resident Evil: Degeneration มากกว่าอยู่ครับ ภาคนั้นมันค่อนข้างมันส์และมีไคลแม็กซ์ที่น่าจดจำมากกว่าเยอะ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements