Action

Resident Evil: The Final Chapter (2016) อวสานผีชีวะ

16472926_1510110229019773_5447763653538286784_n

สิ่งแรกที่อยากจะบอกคือ กะไว้แล้วครับว่าพอดูจนจบนะ ยังไงมันก็จะต้องจบแบบปลายเปิด ทิ้งเชื้ออะไรสักอย่างไว้เผื่อทำตอนต่ออีกอยู่ดี แม้ชื่อจะบอกว่า The Final Chapter แค่ไหนก็เถอะ

จริงๆ ก็ไม่แปลกหรอกครับ อย่างหนังศุกร์ 13 ก็ยังมี Final ตั้ง 2 รอบ (ภาค 4 ก็บอก Final Chapter ก่อนจะทำต่อมาถึงภาค 9 ก็บอก Final Friday แล้วก็ทำต่อกันมาอีกอยู่ดี) ดังนั้นหากเขาจะเผื่อเชื้อไว้ทำต่อก็เป็นเรื่องธรรมดา 5555

ภาคนี้ก็เป็นการผจญภัยครั้งใหม่ของอลิซ (Milla Jovovich) ที่ต้องเผชิญกับสารพัดสัตว์ประหลาดและซอมบี้รวมถึงมหันตภัยเพียบ อันเป็นผลพวงมาจากความชั่วร้ายของอัมเบรลล่า คอร์เปอร์เรชั่นที่ทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นนรก เหลือมนุษย์อยู่แค่หลักพันเท่านั้น

ภาคนี้ ดร.ไอแซ็คส์ (Iain Glen) กลับมาอีกหน เช่นเดียวกับเวสเกอร์ (Shawn Roberts) ครับ อลิซก็ต้องเจอกับโจทย์แข่งเวลาในการกู้โลก ประมาณว่าหากเธอทำปฏิบัติการครั้งนี้ไม่สำเร็จ โลกทั้งใบก็จะไม่อาจฟื้นคืนได้ตลอดกาล

ภาคนี้เลยเน้นแอ็กชันแบบมาเต็มครับ บู๊กันไปเรื่อยๆ บู๊ทั้งในและนอกสถานที่ ซึ่งผลที่ได้ก็จัดว่าหนังทำออกมาพอเพลินครับ ดูได้เพลินๆ เพียงแต่มันไม่สนุกแบบลงตัวเท่าภาคแรกๆ ที่ไม่ได้มีแค่แอ็กชัน แต่มันยังมีความลึกลับและอารมณ์ความสยองแทรกอยู่ด้วย

ดังนั้นใครชอบความลึกลับชวนผวาแบบตอนแรกๆ ก็คงต้องทำใจครับ ภาคนี้อลิซลุยด่านเป็นหลัก พวกฉากนิ่งๆ พักๆ แทบไม่มีเลย ซึ่งหากใครชอบแอ็กชันยิงยาวก็อาจจะโอเคน่ะครับ แต่หากอยากได้อะไรที่มีเนื้อเรื่องสักหน่อยก็อาจต้องทำใจ

แต่อย่างน้อยหนังก็ทำหน้าที่เป็น Final Chapter ที่ดีครับ เพราะหนังเผยให้เรารู้ในสิ่งที่หลายคนอยากรู้มานาน ไม่ว่าจะจุดเริ่มของเรื่องราวทั้งหมด รวมถึงปมเกี่ยวกับอลิซว่าแท้จริงแล้วเธอคือใคร อีกทั้งแผนของพวกอัมเบรลล่าแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ เป็นต้น

ถ้าจะมีอะไรในหนังภาคนี้ที่ผมชอบ ก็คงเป็นการเฉลยอะไรเหล่านี้แหละครับ ประมาณว่าดูมานานก็อยากรู้นะ ภาคนี้ก็บอกให้หมดๆ ไป ก็ทำให้การติดตามดูมาตั้ง 6 ภาคนี่เป็นอะไรที่มันมีความหมายสักหน่อย (ไม่ถึงกับโล่งโถงซะทีเดียว ว่างั้นเถอะ)

หนังใช้มุกซ้ำเยอะอยู่ครับ อย่างมุกประเภทดนตรีค่อยๆ ดังขึ้นๆ เร้าอารมณ์ให้เราตื่นเต้นเหมือนจะมีอะไรโผล่มา แต่สุดท้ายสถานการณ์ก็จะดูคลี่คลาย ดูเหมือนจะไม่มีอะไร และดนตรีจะเบาลงจนถึงขั้นเงียบ แต่เราก็เดาออกล่ะครับว่าเดี๋ยวต้องมีตุ้งแช่แน่นอน ซึ่งหนังใช้มุกนี้บ่อยไปหน่อย

บางมุกก็ทำให้นึกไปถึงหนังเรื่องอื่น อย่างมุกวิเคราะห์คำนวณว่าจะสู้ด้วยวิธีไหนถึงจะเวิร์กสุด นี่ก็ทำให้นึกถึง Sherlock Holmes มาแต่ไกลครับ ดังนั้นถ้าจะให้ว่าตามจริงแล้ว ความสดของหนังมันลดลงไปเยอะครับ หลายอย่างมันเดาได้ เลยพลอยทำให้ความตื่นเต้นลดปริมาณลง

ส่วนฉากแอ็กชัน ภาคนี้เหมือนจะเน้นความไว แต่ก็ไม่ได้มันส์มากมายสักเท่าไร (บางซีนสารภาพเลยครับว่าไวเกินจนไม่ก่อให้เกิดความมันส์) ส่วนหนึ่งคงเพราะไม่ได้มีบอสเก่งๆ เทพๆ มาประมือกับอลิซน่ะครับ และตัวร้ายบางตัวยังโดนเก็บไปง่ายๆ อีก (คือมันง่ายเกินน่ะครับ ง่ายไปจริงๆ นะ)

เอาล่ะครับ หากให้สรุป ผมชอบภาคแรกสุดนะ สมัยก่อนตอนดูรอบแรกยังไม่ถึงกับชอบ แต่พอดูอีกรอบแล้วมันครบรสทั้งสนุก ตื่นเต้น สยอง ลุ้นระทึก ส่วนภาค 2 ก็เน้นแอ็กชันกันไป (แต่จิลล์ วาเลนไทน์ได้ใจมากครับ) ภาค 3 ก็ถือว่าสนุกรองจากภาคแรก ส่วนภาค 4 และ 5 ก็เน้นงานภาพเป็นหลัก ซึ่งก็ยังโอเค

ส่วนภาคนี้ก็ดูเอาเพลินครับ เหมือนพวก Underworld นั่นแหละ ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

โฆษณา