Action

Paul Blart: Mall Cop 2 (2015) พอล บลาร์ท ยอดรปภ. หงอไม่เป็น 2

MV5BMTkwMjkxNDQ1MV5BMl5BanBnXkFtZTgwNDQwODIxNTE@._V1_SY1000_SX675_AL_

ภาคแรกผมชอบครับ มันคือ Die Hard เวอร์ชั่นฮากลมกลิ้งที่ครบเครื่องทั้งความตลกและความลุ้น ส่วนภาคต่ออย่าง Paul Blart: Mall Cop 2 ก็ถือว่าผลออกมาตามที่คาดไว้ นั่นคือดูเพลินเรื่อยๆ แต่ไม่จับใจเท่าภาคแรก

ภาคนี้ของดีคือหนังไปถ่ายทำที่เวกัสครับ เราจะได้เห็นฉากสวยๆ และแสงสีของนครเวกัสแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะในโรงแรมสวยๆ และคาสิโนสีสันสดๆ เรียกว่าดูกินบรรยากาศนี่ก็ตื่นตาพอประมาณ

ส่วนเนื้อเรื่องก็คือพอล บลาร์ท (Kevin James) เดินทางไปพักร้อน แต่ก็เจอเหตุอีกเมื่อมีผู้ร้ายนำโดย วินเซนต์ (Neal McDonough) กำลังวางแผนจะขโมยภาพเขียนและศิลปะวัตถุอันเลอค่าจากโรงแรม แล้วพวกมันยังจับตัวลูกสาวเขาไว้ พอลเลยต้องสวมวิญญาณยอดรปภ. ใจเด็ดปราบปรามพวกมัน

ช่วงแรกของหนังก็เรื่อยๆ ครับ มีอะไรให้ฮาบ้าง แต่ความสนุกจริงๆ มันจะมาเริ่มช่วงที่พอลต้องขึ้นไปพูดในที่ประชุม (พูดในฐานะอะไรลองไปดูนะครับ) แล้วเรื่องรางต่อจากนั้นก็ตามด้วยการไล่ล่าจัดการกับพวกผู้ร้าย ซึ่งก็ถือว่าเพลินในระดับหนึ่งครับ

ต้องบอกก่อนว่ามันไม่ได้เร้าใจหรือลงตัวมากมายเท่าภาคแรก แต่อย่างน้อยหนังก็ยังไม่ลืมที่จะให้พอลได้แสดงความเก่งเก๋าอย่างการสังเกตสิ่งต่างๆ จนจับผิดผู้ร้ายได้ หรือการเอาข้าวของรอบตัวมาดัดแปลงให้กลายเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ อะไรเหล่านี้ก็ช่วยให้หนังสนุกและไม่น่าเบื่อ (ยกเว้นถ้าใครคาดหวังอะไรลุ้นๆ มันส์ๆ แบบภาคแรกก็อาจจะไม่สมใจเล็กน้อยน่ะนะครับ)

James ยังคงไปได้ดีสุดๆ กับบทคนดี คนตรง และคนเปิ่น พี่แกน่ารักได้เรื่อยๆ เลยครับ ส่วน McDonough ก็ลื่นอยู่แล้วกับบทผู้ร้ายสไตล์นี้ และพอจะพลิกมาฮาก็ทำได้ไม่เลวด้วย (ผมล่ะชอบฉากที่พี่แกยืนด่าแข่งกับพอลมากครับ ประมาณว่าใครจะด่าได้เก่งกว่ากันคือมันฮาแบบ “ทำไปได้” ดีจริงๆ 5555)

หนังกำกับโดย Andy Fickman ที่ทำหนังตลกเบาๆ มาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะ She’s the Man, The Game Plan และ Race to Witch Mountain ซึ่งกับเรื่องนี้ก็ถ้าให้ว่าตามจริงแล้ว หนังสนุกได้เพราะ James ครับ ส่วนในแง่ของเนื้อหาก็อาจยังไม่สนุกเต็มที่ในช่วงแรกๆ เพราะความสนุกมันจะมาเยอะตอนหลังๆ อย่างฉากแข่งกันด่า (ที่ผมบอกไปแล้ว) หรือฉากที่พอลพูดความรู้สึกของคนเป็นรปภ. ออกมาบนเวที ฉากนั้นผมชอบมากเลยครับ คือ มันซึ้ง มันทำให้พอลดูน่ารักมากขึ้น และดีไม่ดีนี่ก็เรียกน้ำตาผู้ชมได้เลยล่ะ

เป็นภาคต่อที่เป็นไปตามคาด คือสนุกน้อยลง แต่ก็ยังสนุกอยู่ครับ ดูคลายเครียด ดูเอาเพลินนี่ได้เลยครับ เพียงแต่ความประทับใจอาจจะไม่มากเท่าภาคแรก (ทั้งที่โดยพล็อตแล้ว ภาคนี้ถ้าทำดีๆ เน้นให้ถูกจุด ก็จะสามารถเรียกความประทับใจได้มากกว่าภาคแรกด้วยซ้ำ)

ดูเพื่อความสบายใจได้เลยครับ ^_^

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)

 

Advertisements