Adventure

Alvin and the Chipmunks: The Road Chip (2015) แอลวิน กับ สหายชิพมังค์จอมซน 4

หนังหลายๆ เรื่องเราดูด้วยเหตุผลว่า อยากดูหนังดี เติมเต็มชีวิต แต่กับหนังบางเรื่องแล้ว เราดูเพื่อความสนุกครับ ยิ่งหน้าหนังประกาศมาแต่ไกลว่าทำออกมาเพื่อความบันเทิงล่ะก็ ความคาดหวังในใจเราก็จะแปรเปลี่ยนไปตามหน้าหนังนั้นๆ

อย่างหนังพี่แบท V พี่ซุปนั่น บอกตรงๆ ว่าผมโดนทำให้เสียนิสัยครับ โดนหนังอย่าง The Dark Knight Trilogy แล้วก็สารพัดฮีโร่ Marvel มาสปอยปั่นความคาดหวัง จนเราอดไม่ได้ที่จะคาดหวังไปไกล

ทั้งที่จริงๆ หากเราสามารถลดความคาดหวังเหลือเพียง “ความบันเทิงเริงใจ” เราก็จะสามารถเสพหนังได้อรรถรสมากขึ้น (กล่าวคือหนังจะแน่นคุณภาพด้วยหรือไม่ก็ไม่ว่ากัน ขอให้มันส์ก็พอ)

และนั่นคงเป็นเหตุผลที่ผมรู้สึกโอเคกับหนังเรื่องนี้น่ะครับ เพราะการดู 3 ภาคที่ผ่านมา ทำให้เรารู้แล้วว่ากำลังจะเจอกับอะไร ก็แค่ปรับความหวังให้พอดีพอดิบ แล้วก็ดูซะเลย

ภาคนี้เหล่าชิพมังค์จอมซนมาพร้อมการเดินทางเฉพาะกิจครับ เพราะเจ้าตัวน้อยสงสัยว่า เดฟ (Jason Lee) ผู้ดูแลพวกเขากำลังจะขอสาวแต่งงาน และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เจ้าพวกนี้เลยกลัวว่าเดฟจะทิ้งพวกเขาไปครับ การเดินทางเพื่อยับยั้งการขอแต่งงานเลยเริ่มต้น

หนังออกมาเพลินๆ ครับ ชนิดที่ว่าหากใครชอบ 3 ภาคแรกก็น่าจะเพลินกับภาคนี้ได้ แต่หากใครไม่ชอบก็ไม่มีเหตุผลที่จะดูต่อ เพราะมันก็มาแนวเดียวกัน นั่นคือเน้นขำ เน้นเปิ่น เน้นสนุก และเน้นเสียงแหลมเล็กของเจ้าพวกชิพมังค์เหมือนเดิม

แต่ถ้าถามผมนะครับ ผมรู้สึกชอบภาคนี้มากกว่าภาค 2 และ 3 นะ คือภาค 2 กับ 3 นั้นจริงๆ แล้วออกจะซ้ำทางกับภาคแรก นั่นคือ เหล่าพวกชิพมังค์โดนจองเวรโดย เอียน (David Cross ที่ไม่ได้กลับมาร่วมจอในภาคนี้) ที่คอยยุแยงและสร้างความเข้าใจผิด จนก่อให้เกิดเรื่องเกิดราว

แต่กับภาคนี้ การเดินทางของเจ้าพวกชิพมังค์เกิดจากความเข้าใจผิดก็จริง แต่มันดูน่ารักไปอีกแบบน่ะครับ เหมือนเด็กที่กลัวจะเสียความรักจากพ่อแม่เลยพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษามันไว้ เลยทำอะไรล้นๆ บ้าๆ เปิ่นๆ บ้าง ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่ารักดีน่ะครับ และในหนังก็นำเสนอแบบน่ารักไม่เลวด้วย

หรือจะเพราะภาคก่อนๆ ผมรำคาญตัวร้ายประเภทตัวอิจฉาแบบเอียนก็ไม่รู้ เลยไม่ถึงกับโปรดภาคก่อนๆ เท่าใดนัก (แต่ผมชอบภาค 3 นะ โดยเฉพาะบทสรุประหว่างพวกเดฟกับเอียนที่ถือเป็นบทสรุปที่น่าพอใจมากมาย)

จริงๆ ภาคนี้ก็มีตัวร้ายครับ แต่ไม่ได้ร้ายเกินร้ายเว่อร์ ออกแนวตัวจุ้นมากกว่าครับ และขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีบทบาทเท่าไรด้วย ส่วนมากหนังจะเน้นไปที่เจ้าพวกชิพมังค์มากกว่า

โดยรวมแล้วหนังสนุกดีครับ ความยาวแค่ชั่วโมงครึ่ง ดูแบบสบายๆ และจริงๆ หนังก็มีสาระเกี่ยวกับคำว่าครอบครัวและความเข้าใจในระดับที่ไม่เลวเหมือนกัน ^_^

ใกล้ๆ สองดาวครับ

(5.5/10)

โฆษณา