รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

โจหัวแตงโม (2015) Joe Hua Tang Mo

12741949_1165911296773003_7194996878732410020_n

ถ้าว่ากันถึงแนวคิดและพล็อตหลักแล้วผมว่าน่าสนใจนะ มันคือการเอาเรื่องของนักสืบออนไลน์ หรือแฮ็คเกอร์สายขาว (White Hat) มาผูกขึ้นเป็นเรื่องราว โดยให้ตัวเอกไล่สืบหาคนผ่านเน็ต ซึ่งตัวเอกที่ว่าก็คือโจ (จิรายุ ละอองมณี) นั่นเองครับ

พล็อตหลักคือโจต้องตามสืบว่าใครคือคนใช้ร่างอวตารนามว่า “นักมายากล” ไปหลอกขโมยเงินคนอื่น ซึ่งทั้งเรื่องก็ว่าด้วยการออกโรงตามสืบของโจทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ โดยยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมีอุปสรรคและเรื่องวุ่นๆ มาขัดขวางการทำงานของเขามากขึ้นเท่านั้น

ครับ พล็อตน่ะโอเค หรือการเอาเรื่องของแฮ็คเกอร์ที่ต้องปะทะต่อสู้กันผ่านโลกออนไลน์นั้นก็เป็นไอเดียที่เข้าท่า ยิ่งการดัดแปลงฉากการประมือระหว่างแฮ็คเกอร์ออกมาในรูปแบบของการ์ตูนหรือสถานการณ์จำลอง มันก็ยิ่งเข้าท่าขึ้นไปอีก เพราะถ้าจะให้ตัวละครมานั่งเคาะแป้นแต้กๆ ตั้งแต่ต้นจนจบมันคงเป็นหนังที่น่าเบื่อน่าดู

ดังนั้นการผสมความเป็นการ์ตูนและแฟนตาซีลงไป ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะเลยครับ

แต่กระนั้นแม้หลายอย่างจะน่าสน แต่ตัวบทเองยังไม่แน่นพอ ความน่าติดตาม หรือชวนลุ้นชวนสนใจมันเลยไม่ไหลมาสักเท่าไร และในบางจังหวะนั้น ลีลาการนำเสนอแบบแฟนตาซีก็มีส่วนทำให้หนังดูเล่นมากขึ้นจนลดทอนความเข้มของเรื่องราวลงไปพอสมควร

ว่าง่ายๆ คือพล็อตตั้งต้นน่ะดีครับ เทคนิคที่นำมาใช้ก็ถือว่าเลือกได้เหมาะ แต่พอเอามาใช้จริงแล้ว สัดส่วนขององค์ประกอบต่างๆ มันยังไม่เข้ากันนัก ไม่มากไปก็น้อยไป อะไรประมาณนี้

นอกจากนี้หากใครไม่คุ้นเคยกับโลกออนไลน์ก็อาจไม่เก็ทในบางประเด็นครับ หรือบางคนอาจงงเลยก็มี ซึ่งอันนี้ไม่แปลกครับ ก็ลองว่าเราไม่คุ้นเคยกับอะไรแบบนี้แล้ว การจะงงหรือไม่เข้าใจย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะจะว่าไปหนังก็ออกมาแนวเฉพาะทางเฉพาะกลุ่มอยู่เหมือนกัน

กระนั้นผมก็ชอบในการกัดสังคมของหนังนะ อย่างการก่อประเด็นดราม่า, การสร้างเรื่องเพื่อถล่มตัวตนบนโลกออนไลน์ของใครสักคน, การที่คนในโลกออนไลน์บางกลุ่มพร้อมจะตามแห่กระแส ณ ตอนนั้นโดยใช้อารมณ์อันเข้มข้นเข้าว่า ทั้งที่บางครั้งเราก็ไม่ได้รู้จริงอะไรหรอกครับ เพียงแต่เขาด่าใครมาก็ด่าต่อ แล้วก็เอาทัศนคติกับประสบการณ์ของเราคูณมันเข้าไป เล่นเอาบางคนพร้อมจะฆ่าหรือทำร้ายคนอีกคนในโลกออนไลน์ เพียงเพราะได้ข้อมูลเพียงด้านเดียวเท่านั้น (แล้วไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงด้วย)

โดยส่วนตัวแล้ว ก็อยากให้หนังสไตล์นี้ออกมาเรื่อยๆ เหมือนกัน ไม่ได้หมายถึงหนังแนวๆ นะครับ แต่หมายถึงหนังที่เอาพฤติกรรมชวนขำและชวนพิจารณาของคนไทยในโลกออนไลน์มาถ่ายทอด เพราะบางทีมันก็เป็นเหมือนกระจกสะท้อนอะไรบางอย่างให้สังคมเหมือนกัน (และถ้าจะให้ดี ขอให้หนังมันออกมาลงตัวและสนุกด้วย จะขอบคุณมากๆ ครับ)

สรุปว่าถ้าใครคุ้นเคยกับโลกออนไลน์ก็ลองลิ้มได้ครับ แต่หากใครรู้ตัวว่าไม่คุ้นและงงกับเทคโนโลยีบ่อยๆ หากจะข้ามไปก็ไม่ว่ากันครับ เพราะผมเองขนาดสนใจเรื่องนี้ บางทียังงงเลย 555

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5/10)

 

Advertisements