Action (Series)

Buffy the Vampire Slayer Season 5 (2000- 2001) บั๊ฟฟี่ สาวน้อยมือปราบแวมไพร์ ปี 5

223770_248528061844669_7518933_n

ปีที่ 5 ของ บั๊ฟฟี่ ซัมเมอร์ส (Sarah Michelle Gellar) สาวน้อยมือปราบแวมไพร์ กับเรื่องราวที่เข้มข้นมากขึ้น เรียกได้ว่ามีอะไรให้น่าติดตามตั้งแต่ตอนที่ 1 ของปีเลยล่ะ เริ่มจากการมาของแดร๊กคูล่า ใช่ครับ ท่านฟังไม่ผิดหรอก แดร๊กคูล่าลงทุนเดินทางมาซันนี่เดลเพื่อต่อกรกับนักล่าแวมไพร์ที่ชื่อกระฉ่อนไปถึงโรมาเนียโน่น

พอจบศึกกับท่านเคานท์แล้ว บั๊ฟฟี่ก็ต้องมารับมือกับจอมแสบอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่ปีศาจหน้าไหน แต่คือน้องสาวของเธอเอง ดอว์น (Michelle Trachtenberg) ซึ่งเธอก็มาพร้อมกับความลึกลับอีกเช่นกัน (ตกลงแถวซันนี่เดลนี่จะไม่มีคนปกติปรากฎบางเลยรึไงหนอ)

แล้วจากนั้นไม่นานวายร้ายตัวจริงของปีนี้ก็เดินทางมาถึง เธอคือ กลอรี่ (Clare Kramer) ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ครับ เธอมีพลังมหาศาลและความอำมหิตแบบเต็มพิกัด (แต่หน้าตาสวยน่ารักผิดกับอุปนิสัยเลยครับ)

นั่นแหละครับ ปีนี้ทั้งปีบั๊ฟฟี่ต้องต่อกรกับสองสิ่ง อย่างแรกคือกลอรี่ผู้ลึกลับ ส่วนอย่างที่สองคือ เรื่องส่วนตัว ซึ่งปีนี้ขอบอกเลยครับว่าเรื่องราวเชิงดราม่าในซีรี่ส์ Buffy นี่เข้มข้นสุดๆ ตั้งแต่เรื่องความสัมพันธ์ของบั๊ฟฟี่กับไรลี่ย์ (Marc Blucas) แฟนหนุ่มที่มาถึงจุดแตกหักกันในภาคนี้ อันเป็นตอนที่ทำได้ดีมากๆ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นตอนที่ 9 ของปีนี้ เป็นอีกตอนที่ผมชอบมากทีเดียว

************ สปอยล์นะครับ ****************

เป็นตอนที่ความสัมพันธ์ของเธอกับไรลี่ย์สิ้นสุดลง ประมาณว่ามีความไม่เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างเกิดขึ้นตลอดระยะที่คบกัน จนถึงตอนนี้ไรลี่ย์ได้ทางเลือกว่าจะไปรับงานใหม่กับกองทัพหรือจะอยุ่ที่นี่ต่อ ซึ่งเขาก็ยินดีอยู่ครับถ้าหากบั๊ฟฟี่ต้องการเขา แต่เธอก็ชอบแสดงท่าว่าไม่ได้ต้องการเขาขนาดนั้น จนพอถึงที่สุด แซนเดอร์ส (Nicholas Brendon) ตัวละครที่เป็นตัวนำแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นโล้เป็นพายที่สุดของเรื่อง ต้องออกมาพูดกับบั๊ฟฟี่น่ะครับ ว่าเธอกำลังจะสูญเสียอะไรไป

ฉากที่ว่านี่บอกอะไรหลายๆ อย่างนะครับ ตั้งแต่ว่าทำไมบั๊ฟฟี่ถึงเย็นชากับไรลี่ย์ และยังบอกอีกว่าทำไมแซนเดอร์ส ถึงยอมรับรักอันย่า (Emma Caulfield) ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดูปุ๊บผมเข้าใจเลยนะครับ ว่าท่ามกลางเรื่องวุ่นวายทั้งหลายการมีใครซักคนอยู่เคียงข้างมันสำคัญขนาดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่จริงใจกับเรา ซึ่งตอนที่ว่านีทั้งแซนเดอร์สและบั๊ฟฟี่ต่างก็เติบโตไปอีกขั้นของความรักครับ แต่กับบั๊ฟฟี่นั้น มันกลายเป็นการเติบโตท่ามกลางความเจ็บปวด

แต่นั่นยังไม่พอครับ อีกปมหนึ่งที่เข้มข้นมากต้องยกให้ตอน The Body (ประมาณตอนที่ 16) อันเป็นตอนที่ … เฮ้ยๆๆ นี่สปอยล์โคตรๆ เลยนะครับ ถ้ายังไม่หยุดอ่านผมแนะนำให้หยุดเดี๋ยวนี้ครับ แต่ถ้าอยากรู้ก็อ่านได้ครับ

เป็นตอนที่แม่ของบั๊ฟฟี่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ซึ่งถือเป็นตอนที่ดาราทุกคนแสดงฝีมือเชือดเฉือนกันได้อย่างสุดยอด โดยเฉพาะ Gellar เองที่เล่นเอาผมอึ้งไปเลย ตอนที่เธอเดินเข้าบ้านมาแล้วเห็นแม่นอนตายอยู่ เธอเดินเข้าไปเขย่าตัวแล้วก็กรีดร้องแบบไม่เชื่อว่าแม่ตัวเองตาย ไม่โอเวอร์แอ๊คเลยแม้แต่น้อย มันเหมือนเจ๊แกเห็นแม่ตายจริงๆ แล้วตอนที่ว่ายังมีการตัดสลับฉากตอนที่แม่ของบั๊ฟฟี่ยังดีๆ อยู่ด้วย เอาเข้าไปครับ คนอื่นไม่รู้เป็นไงนะครับแต่ผมจะร้องไห้เอา มันได้อารมณ์คนที่เรารักเสียชีวิตจริงๆ

แล้วลองมาคิดๆ แบบหาเรื่องนะ บั๊ฟฟี่คงแทบบ้าน่ะครับ ตัวเองทำงานปกป้องโลกแทบตาย ช่วยคนมากมาย ช่วยเมืองไม่ให้โดนทำลาย แต่ช่วยแม่ตัวเองไม่ได้เลย ไม่ให้บ้าก็ไม่ไหวแล้วล่ะครับ

นอกจากนี้ อย่างที่บอกครับทุกคนเล่นได้ดีมากๆ และความพิเศษอีกอย่างของตอนนี้คือ เป็นตอนที่ไม่มีเสียงดนตรีใดๆ แม้แต่นิดเดียวครับ ทุกอย่างเลยดูเหมือนจริงมาก เหมือนดูภาพชีวิตใครตอนสูญเสียแม่ไปจริงๆ

ทั้งนี้และทั้งนั้น ตอนที่ว่านี้เขียนบทและกำกับโดย คุณพี่ Joss Whedon อีกแล้วครับท่าน

ดังนั้น สำหรับผมนะครับ ซีรี่ส์นี้มีอะไรที่น่าสนใจจริงๆ

***********************************************

ดังนั้นนะครับเรื่องเชิงดราม่าผมว่ามันเข้มดีมากๆ เนื้อเรื่องการต่อสู้กับปีศาจก็อยู่ในระดับสนุกดีครับ ปมเกี่ยวกับดอว์นก็น่าสนใจเอามากๆ ซึ่งถ้าใครจำได้ ดูซีรี่ส์นี้แบบสังเกตๆ หน่อย ก็จะมีปมบางอย่างเกี่ยวกับดอว์นถูกผูกขึ้นตั้งแต่ประมาณปี 3 แล้วล่ะครับ (บอกแล้วครับคุณพี่ Joss Whedon นี่เป็นจอมผูกเรื่องจริงๆ) การตีกันตอนท้ายของปีก็มีอะไรให้อึ้งอย่างมากด้วย ทำให้อยากรู้น่ะครับว่าปี 6 เรื่องมันจะเดินไปทางไหนอีกว้า

ตกลงว่าปีนี้ทำได้ดีครับ สนุกและเนื้อหาเข้มข้นไม่เลว แต่ถ้าพูดถึงความมันส์อาจจะไม่ได้ถล่มทลายนะครับ เพราะรู้สึกว่าปีนี้มันจะเด่นเรื่องปมชีวิตมากหน่อย แต่ก็ไม่น่าพลาดสำหรับแฟนบั๊ฟฟี่ครับ

สองดาวครึ่งกว่าๆ บวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

โฆษณา