รีวิวหนังซีรี่ส์/หนังชุด

Haven Season 2 (2011) เฮเว่น เมืองอาถรรพ์ ปี 2

12003991_1079460298751437_505556796290688030_n

Haven ปี 2 ยังคงน่าติดตามสำหรับผมอยู่ครับ แม้ช่วงกลางๆ อาจมีดร็อปความน่าสนใจไปบ้าง แต่ก็แค่ไม่กี่ตอน เพราะโดยรวมๆ แล้ว 13 ตอนของปีนี้ก็ยังถือว่าดูเพลินอยู่ครับ

หลังจากตอนจบภาคแรกทิ้งปมค้างคาเกี่ยวกับออเดรย์ (Emily Rose) ไว้ มาปีนี้ก็สานต่อปมที่ว่าครับ ยังคงเกิดเรื่องพิลึกพิลั่นในเมืองเฮเว่นต่อไป ในขณะที่นาธาน (Lucas Bryant) ก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบดูแลเมืองมากขึ้นกว่าเดิม (ใครดูปีก่อนมาคงพอเข้าใจน่ะนะครับ)

แต่คนที่เริ่มน่าสนใจมากขึ้นคือ ดุ๊ค (Eric Balfour) ที่ปีก่อนออกแนวสมทบ เหมือนจะเด่นแต่ยังไม่เด่น ครั้นพอมาปีนี้เราจะเริ่มทราบประวัติของเขาครับ มีปมของพี่แกมาเรื่อยๆ ซึ่ง Balfour เองก็แสดงได้เข้าท่าทีเดียว

ตัวบาทหลวงดริสคอลล์ (Stephen McHattie) ก็เป็นอีกคนครับที่เด่นมากในปีนี้ พี่แกเป็นตัวสร้างปมเลยก็ว่าได้ ในขณะที่พี่น้องนักหนังสือพิมพ์ตระกูลทีค (John Dunsworth และ Richard Donat) ก็ยังขโมยซีนได้เป็นพักๆ โดย Donat (คนที่ร่างท้วมผมยาวน่ะครับ) จะเด่นกว่าพอตัว และมีช่วงได้แสดงอารมณ์ดราม่าแบบน่ารักๆ อยู่หลายวาระด้วย

แต่ตัวละครใหม่ที่ทำให้ผมจับตามากๆ ของปีนี้คือ ดไวท์ (Adam Copeland) นายคนนี้มีอะไรเท่ห์ๆ หลายอย่างครับ (เอาแค่พลังที่มีก็เท่ห์แบบกวนๆ แล้วล่ะ 555 น่าหนักใจน่ะ มีพลังพิเศษที่อันตรายกับตัวเองขนาดนั้นน่ะ)

ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองไหมน่ะนะครับ แต่โทนสีของปีนี้ดูจะออกไปทางสีส้มมากขึ้น ไม่เหมือนปีแรกที่สีในซีรี่ส์มันจะออกแนวหม่นๆ ก็ไม่รู้ว่าเป็นไปโดยไม่ตั้งใจหรือทีมงานเจตนาทำให้เป็นแบบนั้น (ประมาณว่าเมืองหม่นมานาน ตอนปีแรกก็ยังหม่นอยู่ แต่พอออเดรย์เข้ามามีบทบาทในเมือง ความหม่นก็เริ่มลด แสงแดดเริ่มส่องตกกระทบเมือง 555 อันนี้ผมมโนล้วนๆ ครับ)

ครับ ผมยังเพลินอยู่นะ แม้จะไม่เด็ดเท่า The X-Files หรือ Supernatural แต่ก็จัดว่าสนุกน่าติดตามสำหรับคอหนังแนวไซไฟสืบสวนเหนือธรรมชาติ มีปมน่าสนมาเรื่อยๆ แล้วก็มีเรื่องพิศวงชวนฉงนมาดึงความสนใจคนดูเป็นพักๆ นี่ยังไม่รวมปมของออเดรย์และดุ๊คที่ยิ่งดูก็ยิ่งอยากรู้ว่าตกลงแล้วพวกเขามีประวัติอะไรกันแน่ และเมืองเฮเว่นนี่มันเกิดอะไรขึ้นเมื่ออดีตกาลนานมา

เอาเป็นว่าถ้าใครชอบปี 1 ก็ตามดูปี 2 ต่อได้เลยครับ อันที่จริงคือตอนนี้ผมกำลังดูปี 3 อยู่เนี่ย ก็ยังสนุกเหมือนเดิม แต่เดี๋ยวไว้มาคุยกันอีกทีตอนผมดูจบแล้วน่ะนะครับ

และขณะเดียวกันถ้าใครเฉยๆ กับปี 1 ก็อาจรู้สึกไม่ต่างกันกับปี 2 ครับ เพราะมันก็มาในสไตล์เดียวกันน่ะแหละ ดังนั้นข้ามไปก็ไม่เสียหายครับ ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

โฆษณา