Adventure

Dragonheart 3: The Sorcerer’s Curse (2015) ดราก้อนฮาร์ท 3 มังกรไฟผจญภัยล้างคำสาป

MV5BMTUzMjkxNzk3NF5BMl5BanBnXkFtZTgwOTE1MzYyNDE@._V1_SY1000_CR0,0,716,1000_AL_

Dragonheart 3: The Sorcerer’s Curse ภาคต่อแบบส่งตรงลงแผ่นของหนังในความทรงจำอีกเรื่องของผม

Dragonheart ภาคแรกนี่ผมชอบมากๆ ทีเดียวครับ มันอาจไม่สุดยอดมากมาย แต่จังหวะของหนังมันพอเหมาะ เป็นหนังผจญภัยย้อนยุคผสมแฟนตาซีที่น่าติดตาม และที่สำคัญคือตัวละครมีมิติ มีความซาบซึ้งแทรกเป็นระยะ อีกทั้งยังแทรกสาระว่าด้วยเรื่องของศักดิ์ศรีได้พอดีอย่างยิ่ง

สำหรับภาคนี้เป็นเหตุการณ์ก่อนภาคแรกครับ ย้อนไปที่กำเนิดเริ่มแรกของมังกรดราโก้ (ตัวเดียวกับภาคแรกนั่นแหละครับ) โดยดราโก้ได้พบเจอกับ กาเร็ธ (Julian Morris) อัศวินหนุ่มที่เชื่อว่าการเป็นอัศวินคือเกียรติสูงสุดสำหรับลูกผู้ชาย แต่เขากลับพบว่าอัศวินส่วนใหญ่ชอบกดขี่ข่มเหงผู้คน เอาเปรียบประชาชนตาดำๆ จนเขาอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า “นี่น่ะหรือ ศักดิ์ศรีแห่งอัศวิน”

แล้วก็ตามสูตรครับ เขามีโอกาสได้พบกับดราโก้ กาเร็ธจึงได้เรียนรู้วิถีแห่งอัศวินที่แท้ นอกจากนี้ก็ยังมีพล็อตว่าด้วยการผจญภัย เมื่อมีจอมเวทย์ชั่วร้ายหมายจะใช้อำนาจแห่งมังกรในการครอบครองอาณาจักรทั้งหมด

พล็อตนับว่าไม่เลวครับ แต่การเดินเรื่องอาจต้องเผื่อใจไว้พอสมควร เพราะมันเป็นไปตามมาตรฐานหนังลงแผ่นน่ะครับ ความเข้มข้นยังไม่ถึงกับมากมาย มีช่วงอืดช้าแทรกเป็นพักๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าเทียบกับต้นฉบับไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผลที่ได้ออกมาก็ถือว่าพอดูได้สำหรับหนังลงแผ่นแนวผจญภัยย้อนยุคครับ

เอาเป็นว่าหากคุณเป็นคนที่ดูหนังภาคต่อของ The Scorpion King แล้วรู้สึกโอเค ผมว่าเรื่องนี้ก็น่าจะสร้างความพอใจให้ได้พอสมควรทีเดียวครับ อย่างน้อยพล็อตมันก็ดูได้เรื่อยๆ ตัวละครไม่ติงต๊องเกินงาม และในแง่ Effect ก็ถือว่าไม่เลวสำหรับหนังฟอร์มนี้

ในหนังไม่มีดาราดังๆ มาร่วมแสดงครับ แต่ได้ Ben Kingsley มาให้เสียงมังกรดราโก้ (ต้นฉบับให้เสียงโดย Sean Connery ครับ) ซึ่งก็เสริมความขลังได้พอตัว

ดูได้เรื่อยๆ ขอเพียงไม่คาดหวังครับ… อ้อ ผมว่าภาคนี้สนุกกว่าภาค 2 ครับ ^_^

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5.5/10)

 

Advertisements