Adventure

Divergent (2014) ไดเวอร์เจนท์ คนแยกโลก

MV5BMTYxMzYwODE4OV5BMl5BanBnXkFtZTgwNDE5MzE2MDE@._V1_SY1000_CR0,0,639,1000_AL_

Divergent เป็นหนังที่ผมดูตั้งแต่มันเข้าแรกๆ เลยครับ ซึ่งความเห็นเบื้องต้นคือ ผมก็โอเคอยู่ครับ หนังดูเพลินดีไม่น้อย

พล็อตมาในแนวพิมพ์นิยมของวรรณกรรมเยาวชนยุคนี้ ว่าด้วยสังคมที่มีระบบกติกาแยกประเภทคนแบบชัดเจน กับตัวเอกซึ่งเป็นเด็กที่มาพร้อมความแตกต่าง และอาจทำลายระบบสังคมที่คนกลุ่มหนึ่งเห็นว่า “มันดีอยู่แล้ว” เลยทำให้เด็กกลุ่มที่ถูกเรียกว่า ไดเวอร์เจนท์ไม่เป็นที่ต้องการ และต้องถูกกำจัดไป ซึ่งนางเอกของเรา (Shailene Woodley) ก็อยู่ในกลุ่มนั้นครับ

อย่างที่บอกครับว่าหนังดูได้เรื่อยๆ ถือเป็นหนังซึ่งดัดแปลงจากนิยายได้เข้าท่าเรื่องหนึ่ง แน่นอนครับว่า “ของ” ในนิยายมันมีมากกว่า แต่สำหรับฉบับหนัง ทำออกมาได้ประมาณนี้ก็ถือว่าดีกว่าหนังแนวเดียวกันอีกหลายเรื่องแล้วล่ะ

หนังกำกับโดย Neil Burger ผู้กำกับที่เคยทำให้ผมประทับใจในฝีมือจากผลงานเรื่อง The Illusionist มาเรื่องนี้ก็ถือว่าเขาคุมหนังได้ดีครับ หนังดูได้เรื่อยๆ น่าติดตามในระดับหนึ่ง

หนังค่อยๆ นำพาเราไปรู้จักกับโลกของอนาคตที่มีการจัดแบ่งประเภทคนตามความสามารถแต่กำเนิด แล้วก็แนะนำให้เรารู้จักกับความพิเศษของพวกไดเวอร์เจนท์ ซึ่งก็ถือว่าเล่าได้เพลินดีครับ มีความตื่นเต้นและปมปริศนามาแทรกให้เราเกิดคำถามเป็นพักๆ ก็กระตุ้นให้เราอยากตามเรื่องต่อได้ไม่เลว

ครับ หนังออกมาโอเค ดูเพลิน ผมก็ถือว่าอยู่ในข่ายสนุกกับหนัง แต่ก็ยอมรับครับว่าไม่ได้ถึงขั้นติดอะไรมาก คือมันดูแล้วโอเค ดูแล้วให้คะแนนในแดนบวกได้ และดูแล้วอยากดูภาคต่อไป แต่มันยังไม่เหมือนตอนผมดู City of Ember, The Hunger Games หรือ The Maze Runner จบ เพราะพวกนั้นดูจบแล้วรู้สึกอินไปกับโลกของหนังเรื่องนั้นๆ เรียกว่าหนังจบอารมณ์ไม่จบ ประมาณนั้นน่ะนะครับ แต่กับ Divergent อารมณ์นั้นยังไม่มาสักเท่าไร (อันนี้อาจเป็นกับผมคนเดียวก็ได้นะครับ)

แม้จะบอกว่าดูแล้วไม่อินขนาดนั้น แต่ผมก็ยังแนะนำให้ดูอยู่ครับ เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในหนังแอ็กชันไซไฟวัยรุ่นไม่กี่เรื่องที่ทำออกมาได้น่าพอใจ และในแง่ของรายได้แล้วก็จัดว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี (ลงทุน $85 ล้าน ได้คืนมา $288 ล้านจากทั่วโลก กำไรใช้ได้แล้วล่ะครับ)

เอาเป็นว่าหนังก็ดูได้เพลินๆ ดีครับ ดาราก็ถือว่าน่าพอใจ Woodley ถือว่าน่าจดจำทีเดียว (ปีนั้นเธอเล่นหนังดีๆ ไว้เยอะจริงๆ ครับ) แล้วก็สมทบด้วย Theo James, Ashley Judd, Miles Teller, Maggie Q และ Kate Winslet ช่วยเสริมความดีให้หนังได้กำลังเหมาะ

ในแง่ของสาระแล้ว หนังก็สะท้อนความจริงง่ายๆ ของสังคมได้ดีครับ อย่างการแบ่งแยกประเภทของคน จริงๆ มันก็น่าจะดีนะ จัดหมวดหมู่คนว่าเก่งแบบไหนถนัดแบบใด แล้วต่างคนต่างก็ทำงานกันไป มันก็น่าจะช่วยพัฒนาอะไรๆ ให้ไปได้ไวดี

แต่ปัญหาก็คือ แม้รูปแบบระบบจะดูดีแค่ไหนก็ตาม แต่หากเราใช้ไม่เป็นหรือใช้ไม่ถูกเรื่องมันก็ส่งผลลบได้เหมือนกัน เช่น ถ้าเราใช้การแบ่งประเภทมาจองจำตัวเองล่ะ? ใช้มาเป็นกรอบครอบมนุษย์ด้วยกันล่ะ? หรือพอเห็นคนไม่เดินตามกติกานี้ก็ไล่ล่ากำจัดซะล่ะ?

แบบนั้นแทนที่ระบบจะนำมาซึ่งความมั่นคง มันกลับจะกลายเป็นว่าคนใช้นั่นเองกำลังหาเรื่องสั่นคลอนระบบ ด้วยการกระทำหรือการตัดสินใจที่สุดโต่งของตน จนไปบีบให้เกิดการต่อต้านขึ้นมา

หนังสไตล์นี้ชอบสะท้อนมิติของคนเสมอ ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)