รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

I Spit on Your Grave 3: Vengeance Is Mine (2015) เดนนรกต้องตาย 3

13483332_1257230960974369_5988136074924575831_o

แล้วเรื่องราวก็มาถึงภาค 3 ครับสำหรับหนังคัลท์สายโหดเรื่องนี้ โดยหนนี้ก็ได้ตัวเอกจากภาคแรกกลับมาเป็นตัวนำอีกครั้ง

ในภาคแรกนั้น เจนนิเฟอร์ ฮิลส์ (Sarah Butler) คือสาวเคราะห์ร้ายโดนกระทำชำเรากลางป่า จนสุดท้ายความแค้นก็ระเบิดออกมาเป็นความโหด เมื่อเธอไล่ล่าทุกคนที่ทำร้ายเธอ

มาภาคนี้เธอได้เปลี่ยนชื่อเป็น แองเจล่า ครับ แล้วก็ย้ายที่อยู่มาเมืองใหม่ แต่ฝันร้ายยังไม่จบลง เธอยังเข้ากลุ่มบำบัดจนได้เจอกับเพื่อนใหม่อย่างมาร์ล่า (Jennifer Landon) ซึ่งพวกเธอก็เข้ากันได้ดีครับ แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องกับมาร์ล่า และนั่นคือจุดเริ่มที่ทำให้เธอก้าวสู่วังวนแห่งความรุนแรงอีกครั้ง

จะว่าไปแล้ว ภาคแรกดีสุดครับ ภาคสองรองลงมา ส่วนภาค 3 นี้ หากว่ากันในแง่ความเข้มข้นแล้วอาจน้อยสุดใน 3 ภาค ส่วนด้านความโหดก็ยังมีครับแต่ปริมาณฉากโหดน้อยลง เพราะหนังเทน้ำหนักไปที่เนื้อหามากกว่า

หากมองในแง่เนื้อหาแล้ว ภาคนี้ถือว่าพยายามจะมีประเด็นนะ หลังจาก 2 ภาคแรกว่ากันที่การเอาคืนและความโหดล้วนๆ มาภาคนี้หนังเลือกที่จะสำรวจประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการข่มขืน การแก้แค้น ความยุติธรรม มากกว่าจะเน้นไปที่ความรุนแรง ซึ่งก็พอเข้าใจครับว่าคงเป็นความพยายามในการหาความแปลกใหม่ให้กับหนัง

ซึ่งถ้าว่าในแง่การสำรวจประเด็นพวกนี้แล้ว ก็ถือว่ากลางๆ ครับ มันอาจไม่ได้ลึกล้ำหรือน่าสนใจอะไร แต่ก็มีประเด็นชวนให้คิดเหมือนกัน เช่น ตัวเจนนิเฟอร์ (หรือแองเจล่า) นั้น เธอมีแนวโน้มตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรงมากขึ้น เหมือนมันกลายเป็นสัญชาตญาณของเธอไปแล้วน่ะครับ ประมาณว่าหากเป็นคนอื่นก็อาจจะกลัวหรือหนียามมีคนมาทำร้าย แต่หากเป็นเธอนี่ก็พร้อมเอาคืนให้หนักถึงตาย

ในแง่หนึ่งอาจมองว่าเธอเลือกที่จะปล่อยตัวเองให้เป็นแบบนั้น แต่ก็ต้องยอมรับครับว่าถ้าวันนั้นไม่มีพวกนั้นมาทำร้ายเธอปางตาย วันนี้ก็คงไม่มีเจนนิเฟอร์สายโหดแบบที่เป็นอยู่หรอก

หนังมาพร้อมสาระประเด็นคำถามอย่าง การเอาคืนพวกคนร้ายนั้นมันคือความยุติธรรมหรือมันคือการแก้แค้น ซึ่งก็เป็นประเด็นที่มีหนังหลายเรื่องตั้งกันมาแล้วน่ะนะครับ ซึ่งหนังก็ไม่ได้ตีประเด็นนี้ให้ลึกอะไร จริงๆ ต้องบอกว่าแต่ละประเด็นที่หนังตั้งคำถาม มันก็ไม่ใช่คำถามใหม่ และก็ไม่ได้ถูกตีความลึกอะไร เลยทำให้การพยายามจะเล่นประเด็นพวกนี้ในหนังไม่ได้สร้างความแปลกใหม่เท่าที่ควร แล้วก็ไม่ได้สร้างความน่าติดตามอะไรสักเท่าไร

ส่วนฉากรุนแรงก็มีครับ แต่ 2 ภาคแรกจัดเต็มกว่า อย่างที่บอกว่าภาคนี้เทไปที่ดราม่ามากกว่า ซึ่งหากใครเป็นแฟนหนังชุดนี้จะลองชมดูก็ได้ครับ มันก็ไม่ถึงกับแย่จนเกินไป แต่หากใครคาดหวังฉากโหดๆ ล่ะก็ อาจจะต้องผิดหวัง เพราะมันไม่ได้โหดจัดแรงจริงเหมือนภาคแรก

Butler แสดงได้ดีครับ บอกตรงๆ ผมชอบเธอนะ เธอเล่นหนังเก่งอยู่ เพียงแต่เธอคงจะวนอยู่กับหนังเกรดบีไปเรื่อยๆ ยากจะหาทางไปเล่นหนังใหญ่ๆ ได้ และยิ่งเธอขยันเล่นหนังสยองแบบนี้ด้วย ก็คงจะไม่มีโอกาสอื่นๆ สักเท่าไร ก็แอบเสียดายฝีมือเหมือนกันครับ

ภาคนี้เปลี่ยนผู้กำกับเป็น R.D. Braunstein ผู้กำกับหนังเกรดบีที่ผลงานก่อนหน้านี้คือ 100 Degrees Below Zero ที่นำแสดงโดย ซาร่า มาลากุล เลน ซึ่งถ้าเปรียบกันแล้ว เรื่องล่าสุดนี่ถือว่าดีกว่าเรื่องนั้นพอตัวครับ ^_^

แต่ยอมรับนะว่าดูหนังแล้วก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าหากถึงจุดที่ผู้ถูกกระทำทนไม่ได้จริงๆ ขึ้นมา แล้วพากันเอาคืนด้วยตนเองแบบนี้ โลกเราจะเป็นอย่างไรต่อไปหนอ

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)

 

Advertisements