รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Nightcrawler (2014) เหยี่ยวข่าวคลั่ง ล่าข่าวโหด

MV5BN2U1YzdhYWMtZWUzMi00OWI1LWFkM2ItNWVjM2YxMGQ2MmNhXkEyXkFqcGdeQXVyNjU0OTQ0OTY@._V1_

พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าชอบ Nightcrawler จริงๆ ครับ

1. Jake Gyllenhaal รับบท หลุยส์ บลูม ได้แบบน่าคารวะมากๆ ไม่ว่าจะแววตา ท่าทาง การพูด หรือการแสดงออกทั้งหลายล้วนโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

เขาทำให้ หลุยส์ บลูม ดูฉลาด น่ากลัว หิวกระหาย (ทั้งข่าวและความสำเร็จ) ซึ่ง Gyllenhaal ลงทุนลดน้ำหนัก 20 ปอนด์เพื่อให้หน้าดูตอบ ตาดูโปน รูปร่างดูเพรียว

Gyllenhaal นั้นเคยเล่าว่าจินตนาการตัวละครนี้ออกมาประหนึ่ง “หมาป่าไคโยตีที่หิวกระหาย” ซึ่งพี่แกก็ทำได้ตามนั้นจริงๆ ครับ

2. โทนภาพเจ๋งมากครับ ส่วนใหญ่เหตุการณ์ในหนังเกิดตอนกลางคืน โดยเราจะได้เห็นแสงสีเขียว สีแดง ตัดกับสีดำขลับยามค่ำมืดของเมือง ซึ่งมันเป็นอะไรที่สวยเด่น แล้วยังกระตุ้นเร้าอารมณ์ผู้ชมให้ “ตื่น” ไปกับเรื่องราวได้อย่างดี

จุดนี้ขอยกนิ้วให้ Robert Elswit ผู้กำกับภาพที่คว้าออสการ์จากเรื่อง There Will Be Blood แล้วก็ยังมีผลงานน่าจดจำอย่าง Mission: Impossible – Ghost Protocol, Michael Clayton แล้วล่าสุดก็คือ Inherent Vice ซึ่งก็เล่นสีสันตัดกับความมืดอีกเช่นกัน

ภาพมันได้อารมณ์ลึกลับ ระทึกขวัญ ผสมกับแอ็กชันแบบกำลังดี ฉากไหนเรื่อยๆ ภาพก็จะดำเนินแบบเรื่อยๆ เบาๆ แต่ถ้าฉากไหนกดดัน ภาพก็จะแคบๆ อึดอัดๆ มุมกล้องจะมีการทะแยง บิดเบี้ยว จนได้กลิ่นความผิดปกติ (เช่น ฉาก “การต่อรอง” ในรถ)

อีกอันที่ขอยกนิ้วคือ ภาพจากกล้องของหลุยส์ที่ได้อารมณ์ Real แต่ขณะเดียวกันมันก็แอบหลอนในหลายวาระ (อย่างตอนหลุยส์ไปถ่ายในบ้านหลังใหญ่นั่นเป็นต้น)

3. แน่นอนครับว่าอีกคนที่ไม่ชมไม่ได้คือ John Gilroy ที่ตัดต่อภาพได้อย่างยอดเยี่ยม อารมณ์สอดประสานกัน ฉากไหนจะดึงให้เราสนใจติดตาม การตัดต่อก็จะเร่งเร้า แต่ก็จะไม่เร่งเกินจนคนดูตามอารมณ์ไม่ทัน

เรียกว่าแม้จะเร่ง แต่ก็เร่งแบบรอให้คนดูตามไป แอบทิ้งช่วงช้าๆ กวักมือกระตุุ้นคนดูให้จินตนาการถึงภาพที่กำลังจะเห็น และยิ่งฉากมันส์ๆ ตอนท้ายนี่ได้อารมณ์สับสน และโคตรจะมันส์เลย

4. James Newton Howard เป็นคอมโพเซอร์มือเก๋าที่อาจไม่ได้มีเอกลักษณ์ชัดเจนแบบ John Williams, James Horner หรือ Danny Elfman แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เก่งนะครับ จริงๆ พี่แกสุดยอดมาก เพราะเขามักจะทำดนตรี “เสริมอารมณ์หนังเรื่องนั้นๆ” คือ พี่แกจะไม่เน้นทำธีมให้คนจำ แต่เขาจะทำดนตรีที่ “สัมพันธ์” กับภาพในหนัง เขาจะประพันธ์ท่วงทำนองให้สอดคล้องกับอารมณ์ตรงหน้า

จึงไม่แปลกหากดนตรีของเขา หากเอาไปฟังดิบๆ มันก็จะได้อารมณ์ระดับหนึ่ง (แต่ยังไม่มาก) ทว่าครั้นพอดูพร้อมกันทั้งหนังและเพลง เราจะรู้สึกเลยครับว่าภาษาภาพกับภาษาเพลงมันบรรเลงไปในทิศทางเดียวกัน

เปรียบเหมือน “ภาพ” ยื่น “มือขวา” มาหาเรา ส่วน “ดนตรี” ก็ส่ง “มือซ้าย” ยื่นให้เรา

มือทั้งสองทำหน้าที่ “ดึง” เราจมลงสู่โลกของหนังนั่นเอง

5. นักแสดงในเรื่องมีไม่มาก แต่ทุกคนได้ใจหมด Rene Russo ไปได้ดีกับบทโปรดิวเซอร์จัดข่าวที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเรตติ้ง แต่ในมุมหนึ่งเธอก็ไม่ใช่คนประเภทคลั่งความสำเร็จเหมือนหลุยส์ เธอเป็นเพียงคนที่อยู่ในวงการนี้ ก็เลยต้องทำตัวให้แกร่งตามวิถีของวงการข่าว (ไม่เช่นนั้นก็อยู่ไม่รอดมาถึงป่านนี้)

Bill Paxton มาในมาดกวนๆ ตามสไตล์ แม้จะโผล่น้อยแต่ก็มีผลสำคัญต่อเนื้อเรื่อง และ Riz Ahmed ในบท ริค ผู้ช่วยของหลุยส์ที่ค่อยๆ จมสู่โลกอันหิวกระหายของหลุยส์ทีละน้อย ตัวละครนี้ถือเป็นสีสันอย่างดีในตอนท้าย

6. นี่เป็นงานกำกับครั้งแรกของ Dan Gilroy (น้องชายของ Tony Gilroy และเป็นสามีในชีวิตจริงของ Rene Russo) ซึ่งถือว่าเขาทำงานได้ดีเลยล่ะครับ ก่อนหน้านี้เขาก็ทำหน้าที่เป็นมือเขียนบท (เรื่องที่เวิร์กๆ ก็มี The Fall และ Real Steel) โดยเรื่องนี้เขาก็ควบตำแหน่งเขียนบทด้วยเช่นกัน ซึ่งบทถือว่าเยี่ยมครับ หนังออกมาน่าติดตาม มีประเด็นให้คิด มีปมที่น่าสนใจ

หนังยังมีสาระชวนให้คิดถึงโลกแห่งการขายข่าว และวิธีการหาข่าวในปัจจุบันที่มันชักจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แม้สื่อจะพยายามบอกว่า พวกเขาแค่เสนอความจริง แต่ปฏิเสธไม่ได้ครับว่า มันคือ “ความจริงที่เน้นว่าต้องขายได้” ไม่งั้นสื่อคงเอาภาพชายหนุ่มจูงคนแก่ข้ามถนน หรือเด็กนักเรียนนั่งติวหนังสือกันอย่างตั้งใจ มาฉายออกทีวีแล้วล่ะ (5555)

แต่มันขายไม่ได้ไงครับ มันไม่น่าสนใจเท่า “ข่าวร้าย คนตาย รถหงาย เจอศพ” และนั่นก็คือความจริงที่ Nightcrawler นำมากระทุ้งอย่างสนุกสนาน

7. (อันนี้สปอยล์ครับ ข้ามไปได้เลยนะครับ)

โดยส่วนตัวผมมองหนังเรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญนะครับ อารมณ์มันใช่มากๆ ตัวละครอย่างหลุยส์นี่ก็น่ากลัว เหมือนพวกพี่เจสันหรือเฟรดดี้น่ะครับ ท่าทาง แววตา มันเหมือนปีศาจหาเหยื่อจริงๆ ยิ่งเรื่องเกิดตอนกลางคืนนี่ก็ยิ่งได้อารมณ์สยองไปกันใหญ่ อีกทั้งแต่ละข่าวก็เลือดเปรอะเลอะศพทั้งสิ้น มันใช่จริงๆ ครับ มันหนังสยองชัดๆ ^_^

8. สำหรับผมแล้ว หนังมันลงตัวมากครับ ดูสนุก น่าติดตามตลอด นักแสดงดี ภาพสวย ตัดต่อเหมาะ ดนตรีเข้า บทอาจไม่ถึงกับเข้ม แต่จับเรื่องมาเล่าได้น่าสนใจ มีลูกเล่นในการนำเสนอ และแตกประเด็นได้กำลังดี

หลุยส์นำเสนอข่าวได้น่าสนใจยังไง Dan Gilroy ก็นำเสนอหนังเรื่องนี้ได้น่าสนใจยังงั้น

9. สรุปว่า “คุ้มค่าน่าดูยิ่ง”

ขอจบการเสนอข่าวแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ ^_^

สามดาวครึ่งครับ

Star32

(8.5/10)

 

Advertisements