รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Insidious: Chapter 2 (2013) วิญญาณยังตามติด 2

11252163_1045034978860636_8360295631510011514_n

ดู Insidious: Chapter 2 แล้ว สิ่งที่จดจำได้แบบแม่นยำคือคำว่า Don’t You Dare!!!!!!

ตกใจและหลอนมากครับคำนี้

พูดก็พูดเถอะครับ ผมว่าพี่ James Wan แกทำผมเสียนิสัยนะ คือดูหนังสยองของพี่แกทีไรมันมักจะมีอะไรสดๆ ใหม่ๆ ให้ได้เห็นไม่มากก็น้อยเสมอ ไม่ว่าจะความใหม่ในแง่ลีลาการหลอน หรือฉากมิติลี้ลับแปลกๆ หรือไม่ก็ลูกเล่นใหม่ๆ

เรียกได้ว่าการดูหนังพี่แกทำให้มาตรฐานการดูหนังสยองของผมเปลี่ยนไปพอสมควร (ประมาณว่าดูหนังพี่แกแล้วถูกใจเกิน ครั้นพอไปดูหนังสยองเรื่องอื่นๆ ที่เดินตามสูตรจนไม่มีอะไรใหม่ ผมก็จะรู้สึกว่ามันเรื่อยๆ แม้จริงๆ มันก็น่ากลัวก็เถอะ)

กับภาคนี้ก็เดินเรื่องตามจากภาคแรกครับ ต่อเนื่องกันมาเลย ครอบครัวแลมเบิร์ตยังถูกวิญญาณตามติดและคิดไม่ซื่อต่อไป อีกทั้งคราวนี้เราจะได้รู้เรื่องในอดีตของ จอช (Patrick Wilson) ที่จริงๆ แล้วเขาก็เคยมีประสบการณ์เห็นผีมาตั้งแต่เด็กๆ ครับ

ซึ่งพล็อตภาคนี้ก็จะเป็นการเดินเรื่องต่อไปพร้อมๆ กับเอาปมในอดีตของจอช (และครอบครัวแลมเบิร์ต) มาเล่นครับ อันนี้ผมไม่เล่าล่ะนะครับ เพราะผมถือว่าการทิ้งปมให้คนดูตามมันคือส่วนสนุกของหนัง ดังนั้นดูไปแล้วค่อยๆ รู้ไป แบบนั้นน่าจะอร่อยกว่าครับ

ว่าตามจริงผมยังชอบภาคแรกมากกว่าครับ อาจเพราะมันสดกว่าและความหลอนก็เด็ดกว่าเล็กน้อย แต่กระนั้นภาค 2 นี่ก็ถือว่าทำได้ดีครับ ความสยองตื่นเต้นและน่าติดตามถือว่าไม่น้อยหน้าภาคแรก อีกทั้งมีมุขใหม่ๆ มาทำให้เราสะดุ้ง (Don’t You Dare!!!!!!)

แล้วยังมีการหักมุมอีกนะ (ขนาดผียังมีหักมุมน่ะครับ ทำเป็นหนังสืบสวนไปได้ 555)

ยอมรับว่าชอบจริงๆ ครับ คือดูหนังพี่ Wan แล้วมันทำให้เราเห็นวิสัยทัศน์โลกผีๆ ที่ไม่ได้มีเพียงการหลอกหลอนหรือตามล่าล้างแค้น แต่มันยังมีปมจิตวิทยาผสมลงมา (ผีก็มีหัวใจนะครับ) เลยทำให้หนังสยองของพี่ Wan ไม่ได้มีแค่น่ากลัวตุ้งแช่แล้วจบ แต่มันมีปมให้เราติดตาม มีเรื่องชวนให้เราอยากรู้ว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น (หรือเคยเกิดอะไรขึ้น?) กับเหล่าตัวละครกันแน่

ดูแล้วผมนึกถึง The Frighteners ครับ หนังสยองปนตลกของผู้กำกับ Peter Jackson ที่ผมว่าลงตัวมากๆ ทั้งในแง่การเล่าเรื่องและการผูกปม ซึ่ง Insidious ก็คล้ายๆ กันน่ะครับ เป็นหนังผีที่มีความโดดเด่นมากๆ ในเรื่องการวางพล็อตและการทิ้งปมให้คนดูสงสัย เพียงแต่ The Frighteners จะออกแนวตลกร้ายมากกว่าหน่อย ส่วน Insidious นี่เน้นสยองเป็นหลัก

แต่จะบอกว่าหนังไม่มีอะไรเบาสมองเลยก็คงไม่ถูกเสียทีเดียวครับ เพราะหนังมันมี “กระหรี่ปั๊บทอด” ให้เราด้วย (5555)

สรุปคือดูแล้วชอบครับ ดารายังเล่นดีไม่มีตก ไม่ว่าจะ Wilson ที่เล่นได้ดีโคตรๆ (โดยเฉพาะฉากเผชิญหน้ากับคนทรงผู้ชายนั่น … หลอนจริงๆ), Rose Byrne ที่เล่นหนังได้ทุกแนว จะเอาดราม่า, สยอง, ไซไฟ, ตลก หรือซูเปอร์ฮีโร่ เจ๊แกกวาดหมดครับ แล้วทำได้ดีซะอีก, Ty Simpkins ภาคนี้บทน้อยลงหน่อย แต่ก็ยังเล่นได้สบายไม่มีปัญหา, Barbara Hershey ในบทแม่ของจอชก็เสริมความขลังให้กับหนังได้ดี

แต่ถ้าถามว่าชอบใครที่สุด ผมก็ยังชอบ Lin Shaye เจ้าของบทเอลลิส แม่หมอผีแสนดีที่ตามมาปกป้องคนในครอบครัวแลมเบิร์ตตลอด แล้วก็ Leigh Whannell และ Angus Sampson ในบทคู่หูนักวิจัยเรื่องผี ที่หยอดทั้งความฮาและเอา “กระหรี่ปั๊บทอด” มากินให้เราดู (5555)

อีกคนที่ลืมไม่ได้คือ Lindsay Seim ในบทเอลลิสตอนสาวครับ สวยซะขนาด ^_^

Insidious ถือเป็นหนังชุดสยองขวัญที่ผมรู้สึก “สุขที่จะดู” ครับ คือถามว่ามันน่ากลัวไหม มันก็น่ากลัวนะ หรือถามว่ามันสยองไหม ผมว่ามันก็สยองนั่นแหละครับ แต่มันสนุกอ้ะ มีปมให้ติดตาม มุขใหม่ๆ ก็มี หรือมุขเก่าๆ ก็ไม่ได้เขย่าใส่แบบซี้ซั้ว แต่มันมีความพอดีในแบบของมัน (ว่าง่ายๆ คือ แม้จะใช้มุขเก่า แต่พี่ Wan ก็สามารถปรับแต่ง Adapt ให้มันเข้ากับสไตล์ของพี่แกเองได้)

ที่ “สุข” ก็คงเพราะ มันถูกใจคอหนังสยองที่ผ่านหนังสยองมาเยอะ (อย่างผม) น่ะครับ บางทีพอเราดูหนังสยองมาเป็นสิบปีๆ มันก็ชินนะ หรือไม่ก็เดาได้ แต่พอเจอลีลาของพี่ Wan เท่านั้นล่ะ บางมุขก็เดาไม่ได้ หรือบางมุขเหมือนจะเดาได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ตรงกับที่เราเดาทั้งหมด

บางทีสิ่งที่เราต้องการจากหนังสยอง อาจไม่ใช่แค่ความน่ากลัวหรือความหลอนครับ

แต่เราต้องการ “ความคาดไม่ถึง” จากมันด้วย ^_^

แล้วผมก็ได้ทุกอย่างครบ จาก Insidious: Chapter 2 ครับ

ขออีกสักหนก่อนจบรีวิวนะครับ

“Don’t You Dare!!!!!!” (5555)

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements