รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Predestination (2014) ยึดเวลา ล่าอนาคต

MV5BMTAzODc3NjU1NzNeQTJeQWpwZ15BbWU4MDk5NTQ4NTMx._V1_SY1000_CR0,0,677,1000_AL_

มีอยู่วันหนึ่งคุณอาสุวิทย์ ขาวปลอดโทรมาบอกว่าอยากให้ผมดูหนังเรื่องหนึ่ง แต่มีข้อแม้ว่าระหว่างดูพยายามอย่าเดาเรื่อง แค่ดูไปเรื่อยๆ ก็พอ… หนังเรื่องนั้นก็คือ Predestination

ตอนต้นอาจต้องใช้ความอดทนในการดูและตามเรื่องบ้าง ตามสไตล์หนังไซไฟเจ๋งๆ ส่วนมาก ที่ช่วงต้นมักมาแบบเนิ่บๆ นิ่งๆ บางทีเราก็งงนิดๆ ว่าฉากนั้นมันคืออะไร ฉากนี้มีไว้ทำไม แล้วไอ้คนนั้นที่โผล่มามันคือใคร ฯลฯ

รู้สึกเหมือนปลาที่มีคนซื้อมาปล่อยลงบ่อใหม่ยังไงยังงั้น ^_^

แต่พอดูไปถึงจุดหนึ่ง พอคุณเริ่มเข้าใจเรื่องราว พอสมองเริ่มปรับตัวได้ เมื่อนั้นหนังจะเริ่มเข้าที่ และคุณจะเริ่มสังเกตเห็นความเจ๋ง คุณจะมองเห็นความน่าติดตามที่ปรากฎอยู่ในหนัง

เมื่อนั้นความงงในตอนแรก คุณจะเริ่มเข้าใจ และคุณจะเริ่มทึ่งว่าคนเขียนบทคิดอะไรแบบนี้ได้ไงฟะเนี่ย!

ครับ ผมจะไม่เล่าเรื่องอะไรทั้งนั้น บอกได้แค่ว่านี่คือหนังไซไฟที่ดัดแปลงจากเรื่อง All You Zombies ของ Robert A. Heinlein นักเขียนนิยายไซไฟระดับตำนาน (เขาคือหนึ่งใน Big Three แห่งวงการนิยายวิทยาศาสตร์ อีก 2 คนก็คือ Issac Asimov และ Arthur C. Clarke)

ยอมรับว่าตอนแรกผมไม่ได้สนใจหนังเรื่องนี้สักเท่าไร คือรู้ว่าหนังน่าจะดีล่ะครับ เพราะหนังที่พี่ Ethan Hawke รับเล่นระยะหลังๆ นี่มีของดีซะเป็นส่วนใหญ่ เลยคิดว่าไว้ออกแผ่นค่อยว่ากัน แต่นี่พอคุณอาบอกมาและมันเข้าโรง ก็ต้องลองกันหน่อย… แล้วผมก็ “โดนของ” เข้าจนได้

ผมเพิ่งมารู้ตอนดูว่าหนังกำกับโดย Michael Spierig และ Peter Spierig 2 พี่น้องที่เคยฝากผลงานอย่าง Daybreakers เอาไว้ (เรื่องนั้น Hawke ก็เล่น… “มีของ” เหมือนกัน) แล้วพวกเขาก็หายไป 5 ปีก่อนจะกลับมาพร้อมหนังเรื่องนี้ ซึ่งผลที่ได้ก็ขอนิยามตรงนี้ว่า “หนังเจ๋งมากๆ” ความรู้สึกตอนดูนี่มันเหมือนสมัยผมดู Dark City เป็นครั้งแรกน่ะครับ มันกระตุ้นจินตนาการดีจริงๆ

และจุดที่ผมชอบมากๆ คือจริงๆ หนังทิ้งลายแทงบอกใบ้ให้เราเห็นหลายอย่างครับ (บอกใบ้ปมเฉลยน่ะนะครับ) ผมเองก็สังเกต (แม้อาจะบอกว่าอย่าเดา แต่มันก็อดไม่ได้ 5555) แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรแบบนี้ ครั้นพอดูจบก็ปรบมือในความช่างคิดของ 2 พี่น้องเลยครับ (เพราะรับหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบท) ผูกเรื่องได้เยี่ยมจริงๆ (แม้ถ้าดูในบางจุดแล้วมันอาจมีช่องโหว่ก็เถอะ แต่ผมพร้อมจะมองข้ามช่องโหว่เหล่านั้น เพราะหนังมันสนุกจริงๆ)

สรุปตรงนี้ก่อนเลยครับว่าหนังสนุก น่าติดตามมากๆ ซึ่งผมขอแนะนำหนังเรื่องนี้ให้กับคอหนังไซไฟที่ชอบอะไรแหวกๆ ซับซ้อนๆ ดูไปต้องคิดไป ถ้าชอบอะไรแบบนี้ ลองเสพเลยครับ ^_^

+++ ถัดไปนี้ สำหรับบางคนอาจเรียกว่าเป็น Spoil นะครับ แต่ถ้าถามผม ผมว่ามันไม่ได้สปอยล์อะไรขนาดนั้น แต่หากอยากปลอดภัยไว้ก่อน ก็ข้ามไปได้เลยครับ +++

หนังเสียดสีคำว่า “Purpose” หรือเป้าหมายชีวิต หรือเจตจำนงได้อย่างเจ๋ง คือเรามักมีคำถามว่าเราเกิดมาทำไม ราวกับว่าเราเกิดมาเพื่อ “เป้าหมายนั้น” เพียงอย่างเดียว หากจบปุ๊บเราจะหมดความหมายปั๊บอย่างนั้นแหละ ซึ่งในความจริงมันเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า หรือแท้จริงเราเกิดมาเพื่อเลือกทางเดินและสร้างนิยามชีวิตตน

และถ้าเป้าหมายมีจริง เราจะเปลี่ยนมันได้ไหม? ถ้าเปลี่ยนล่ะ เราจะหมดความหมายไหม? เราจะเสียชาติเกิดไหม หากเราเกิดมาแล้วไม่ได้ทำตามสิ่งที่เราเกิดมาเพื่อมัน?

แท้จริงเราเป็น “คน” หรือเป็นแค่ “หมาก” ตัวหนึ่ง?

แท้จริงเราเป็น “ลูกกอล์ฟ” ที่ทำอะไรเองไม่ได้ ต้องถูกไม้หวดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะลงหลุม หรือเราเองคือ “ไม้กอล์ฟ” ที่มีไว้หวดชีวิตให้ลอยไปตามทิศทางที่เราต้องการ?

… ผมจะรู้ได้ไงว่าการที่ผมนั่งคิดถึงคำถามเหล่านี้ ผมคิดด้วยตนเอง หรือผมถูกกำหนดมาให้คิด ถูกกำหนดมาให้พิมพ์ ถูกกำหนดมาให้ถ่ายทอดลงตรงนี้

ว่าแต่… แล้วที่คุณอ่านถึงตรงนี้… คุณเลือกเอง หรือคุณถูกกำหนดมาแต่แรก ว่าคุณต้องอ่าน?

… หนังเรื่องนี้มันโดนใจผมจริงๆ ให้ตายเถอะ ^_^

สามดาวครึ่งครับ

Star32

(8.5/10)

 

โฆษณา