รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Horrible Bosses (2011) ฮอร์ริเบิล บอสเซส รวมหัวสอย เจ้านายจอมแสบ

MV5BNzYxNDI5Njc5NF5BMl5BanBnXkFtZTcwMDUxODE1NQ@@._V1_

Horrible Bosses น่าจะเป็นหนังที่สะกิดใจคนทำงานได้หลายอยู่ครับ เพราะว่าด้วย 3 ตัวเอกที่เจอเจ้านายสับโขก จ้องจะเอาเปรียบสารพัดตั้งแต่เรื่องงานยันเรื่องเพศ เลยทนไม่ไหว วางแผนเอาคืนมันซะเลย

ยอมรับครับว่าจังหวะหนังมันกำลังดีทีเดียว ชอบตั้งแต่การวางคาแรคเตอร์ 3 ตัวเอกที่เป็นเพื่อนกัน และดันมาตกที่นั่งเดียวกัน โดย Jason Bateman เป็นนิค ซึ่งถือเป็นคนที่มีสติสุดในกลุ่ม จริงๆ พี่แกหัวดีครับ แต่เพื่อนๆ อีก 2 รายอย่างเดล (Charlie Day) และ เคิร์ต (Jason Sudeikis) นี่ก็สติแตกบ่อย หรือไม่ก็คิดแผนอะไรที่มันบ๊องส์ๆ ซึ่งไอ้การที่นิคต้องมานั่งปวดหัวกับ 2 เพื่อนจอมบ๊องส์นี่มันก็สร้างเสียงฮาได้เรื่อยๆ เหมือนกัน

ส่วนทีเด็ดอีกอย่างของหนังคือการให้ 3 ดาราอย่าง Kevin Spacey, Jennifer Aniston และ Colin Farrell มาเป็นเจ้านายตัวแทบ แต่ละคนก็แสดงได้แสบสมบทล่ะครับ ไหนจะได้ดาราขโมยซีนเก่งๆ อย่าง Jamie Foxx และ Donald Sutherland เรียกว่าแซ่บแบบน่าพอใจเลยล่ะครับ หากพูดถึงดาราที่มาแจมร่วมจอเนี่ย

ดังนั้นพอทีมดาราแน่น และสถานการณ์ตลกมันมาแบบกำลังเหมาะ (คือขำเรื่อยๆ อาจไม่ฮาแตก แต่ก็ไม่จงใจจนดูฝืด) ผลที่ได้เลยออกมาค่อนข้างน่าพอใจ

ว่าง่ายๆ คือดูแล้วมันก็เพลินดีน่ะครับ ^_^ จนไม่แปลกใจที่หนังจะฮิตแบบไม่ตั้งตัว ทำเงินไป $209 ล้านจากทั่วโลก โดยลงทุนไปแค่ $35 ล้านเท่านั้นเอง แล้วก็มีภาค 2 ตามออกมา

การดูหนังเรื่องนี้ก็สะท้อนความจริงของคนทำงานนะครับ คือต้องยอมรับว่าเจ้านายที่ “เยอะ” หรือเอารัดเอาเปรียบนั้นมันมีจริงๆ (ไม่ว่าตัวเจ้านายเองจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม)

ซึ่งทางออกสำหรับคนทำงานก็คือปรับตัวให้ได้ หรือไม่ก็หางานที่อื่นทำ แต่ยังไงซะระหว่างทำงานกับเจ้านายจอมเยอะ ก็คิดเสียว่านี่คือโอกาสฝึกปรือพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะเจอเจ้านายที่ชอบให้เราทำสารพัดอย่างจนเกินเงินเดือน ซึ่งถ้าเรามองว่า “เรากำลังทำเกินเงินเดือนนะ เราขาดทุนนะ” เราก็เซ็ง จริงไหมครับ

แต่หากเรามองว่า “เอาเถอะ ทำให้ได้ คิดเสียว่ามันทำให้เราเก่งขึ้น แล้วเราค่อยไปหาโอกาสที่อื่นที่มันดีกว่า” มองแบบนี้ก็ได้เหมือกัน เพราะจริงๆ จะมองมุมไหนก็เถอะ เราก็ต้องทำงานอยู่ดีครับ ดังนั้นทำงานให้มันเกิดพลังบวก ที่กว่าทำแล้วสะสมพลังลบ เพราะไม่ว่าจะพลังบวกหรือลบมันก็สุมอยู่ในตัวเรานี่แหละ ส่วนตัวเจ้านายเจ้าปัญหาน่ะ ไม่ได้มาเครียดอะไรกับเราหรอก

กระนั้นเราก็ควรพิจารณาให้ดีครับ เพราะบางทีเจ้านายอาจไม่เยอะแบบที่เรามโนไป แต่เรานั่นแหละเยอะ คิดมากไปเอง หรือขี้เกียจไปเองจนเจ้านายต้องมาจ้ำจี้จ้ำไช แน่นอนครับว่าเรื่องพวกนี้มันแล้วแต่เราจะมอง แต่ยังไงเราก็ควรเปิดใจพิจารณาครับ เพราะจริงๆ มันคือเรื่องของเราโดยตรง

หากเรายังทำงานไม่ดีจริงๆ ขยันน้อยไปจริงๆ แต่เรากลับไม่รู้ตัวหรือไม่ยอมรับ แบบนั้นเราเองนี่แหละที่จะลำบากครับในภายภาคหน้า

เอาเป็นว่าดูหนังให้ชิล และอย่าลืมหันมาดูตัวเองให้ชัดด้วยนะครับ ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

 

Advertisements