รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Halloween II (2009) ฮัลโลวีน 2 โหดกว่าผี อำมหิตกว่าปีศาจ

0_0_135792_000x640

ภาคแรกของฉบับรีเมคทำเงินไปอย่างสวยงาม การทำภาคต่อก็เลยเป็นเรื่องปกติครับ แต่ตอนแรกนั้น Rob Zombie ผู้กำกับภาคแรกกะจะไม่กลับมาทำต่อ เพราะเขาตั้งใจจะให้เรื่องของ Halloween ของเขานั้นจบลงแค่ในภาคเดียวพอ

แต่กระนั้นสิทธิ์ในการตัดสินใจก็ไม่ได้อยู่ที่เขาครับ มันอยู่ที่ผู้สร้างต่างหาก

ดังนั้นผู้สร้างเลยลองติดต่อให้คนอื่นมาเขียนบทและกำกับ และคนที่เกือบจะได้มาทำก็คือคู่หูผู้กำกับจากฝรั่งเศส Julien Maury กับ Alexandre Bustillo แต่จนแล้วจนรอดโปรเจคท์ก็ไปไม่ถึงไหน จนกระทั่ง 1 ปีผ่านไป Zombie ก็กลับมาคุยกับผู้สร้างอีกครั้ง และตกลงที่จะมากำกับภาคต่อให้ เพราะเขาไม่อยากให้วิสัยทัศน์ของเขาที่ทำไว้ใน Halloween ปี 2007 ต้องมาโดนคนอื่นแต่งเติมให้ผิดเพี้ยนไปจากที่เขาต้องการ

หนังก็เล่าถึงเหตุการณ์ 1 ปีต่อมาหลังจากเรืองสยองในคืนฮาโลวีนครับ ลอรี่ สโตรด (Scout Taylor-Compton) ยังคงโดนเหตุการณ์ในวันนั้นหลอกหลอนอยู่ทุกวันคืน เธอเชื่อว่าไมเคิล ไมเยอร์สยังไม่ตาย และเขากำลังกลับมาเพื่อจะล่าเธออีกครั้งในคืนฮาโลวีน

ภาคนี้ต่างจากที่ผมคิดไว้พอสมควร เพราะมันออกแนวแฟนตาซีหลอนๆ หน่อยๆ มันไม่ใชหนังไล่ฆ่าอย่างเดียวอีกต่อไป คือมันมีเรื่องภาพหลอน จิตหลอน และความหลอนของตัวละครมาผสมด้วย ซึ่งในแง่หนึ่งก็เป็นการสานต่อสิ่งที่หนังเปรยๆ ไว้ในภาคก่อนว่า “สิ่งที่ไมเคิลเห็นนั้น ไม่เหมือนที่คนทั่วๆ ไปเห็น” ว่าง่ายๆ คือไมเคิลก็มีมุมมองแบบคนโหดประหนึ่งสัตว์ร้ายของเขาน่ะครับ เขาไม่ได้เห็นแค่โลกความจริง ทว่าเขายังมองเห็น “โลกในจินตนาการ” หรือ “โลกที่เขาหลอนขึ้นมาเอง” ด้วย

จริงๆ จุดนี้ถือว่าน่าสนใจและจัดว่าใหม่พอสมควรครับ เป็นไอเดียที่ดีสำหรับการเล่าอะไรใหม่ๆ ให้กับหนัง Halloween แต่ถ้าให้ว่าตรงๆ ผมว่า Vision ในประเด็นนี้ของพี่ Rob Zombie ออกแนวงงๆ อยู่เหมือนกัน การเล่าถึงอะไรเหล่านี้ในหนังมันยังไม่สุด ประมาณว่ายังเล่นให้ดีกว่านี้ได้อีกน่ะครับ เลยทำให้จุดที่ผมว่าน่าสนใจนี้ ยังไม่ถึงกับเด็ดพอที่จะเป็นจุดเด่นของหนังภาคนี้ได้ (ประมาณว่าตอนแรกๆ ก็น่าสนใจดี แต่พอเวลาผ่านไป ความน่าสนใจก็ลดลงตามลำดับ)

ส่วนความโหดหนังก็โหดหนักขึ้นครับ พี่ไมเคิลฆ่าได้โหดมาก และโทนหนังก็โรคจิตขึ้น เรียกว่ามีความเป็น Rob Zombie มากกว่าเดิม ซึ่งถ้าใครชอบก็น่าจะชอบเลยล่ะครับ แต่หากใครไม่ชอบความโหดหนักๆ ตามสไตล์ของเขา ก็อาจรู้สึกไม่โอกับหนังได้เหมือนกัน

สำหรับผมแล้วหนังก็ออกแนวเรื่อยๆ น่ะครับ เหมือนจะน่าสนใจแต่ก็ไม่ได้ขนาดนั้น แม้ตอนไคลแม็กซ์หนังจะพยายามใส่เรื่องคาดไม่ถึงลงไป แต่พอถึงตอนจบหนังก็จบแบบหนังสยองแนวนี้ที่ชอบทิ้งท้ายไว้สำหรับภาคต่อทุกที…

จนผมเริ่มคิดแล้วว่า ความใหม่ที่แท้จริงที่เหมาะสำหรับหนัง Halloween ก็คือ “ตอนจบที่จบแบบจริงๆ ซะที เลิกทำตอนต่อซะที” มากกว่าครับ

โดยรวมแล้วหนังก็ดูได้ครับ แต่สนุกน้อยกว่าภาคแรก ส่วนหนึ่งก็เพราะหนังพยายามใส่อะไรลงไปหลายๆ อย่าง แต่ก็ไม่ดันให้สุดสักอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องภาพหลอนที่ว่าไป, เรื่องของลอรี่ที่พยายามหาความจริง, เรื่องของหมอลูมิส (Malcolm McDowell) ที่กลายเป็นพวกเกาะกระแสไป อะไรเหล่านี้จริงๆ เหมือนจะน่าสนใจ แต่ก็ไม่ได้รับการถ่ายทอดออกมาให้น่าสนใจจริงๆ อย่างที่ควรจะเป็น

ภาคนี้ทุนสร้างเท่าภาคก่อน คือ $15 ล้านครับ แต่รายได้ลดลงครึ่งหนึ่ง ทำเงินทั่วโลกไปแค่ $39 ล้านเท่านั้น

ก็เป็นภาคต่อที่มีความพยายามในการใส่อะไรใหม่ๆ ลงไปครับ แต่ใช้งานได้ไม่คุ้มเท่าไร และที่สำคัญคือโทนมันหลุดไปจากหนัง Halloween พอสมควร

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)

 

 

 

 

 

Advertisements