Adventure

Into the Woods (2014) มหัศจรรย์คําสาปแห่งป่าพิศวง

MV5BMTY4MzQ4OTY3NF5BMl5BanBnXkFtZTgwNjM5MDI3MjE@._V1_SY1000_CR0,0,674,1000_AL_

Into the Woods ทำให้ผมนึกถึง Sweeney Todd โดยเฉพาะในส่วนของทำนองเพลง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เพราะหนังทั้ง 2 เรื่องต่างก็มีคนประพันธ์เพลงชื่อ Stephen Sondheim เหมือนกัน

สำหรับเรื่องนี้ก็ดัดแปลงจากละครบอร์ดเวย์สุดดังที่ Sondheim และ James Lapine ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมา (ดังจนได้รางวัลโทนี่น่ะครับ) โดยพล็อตก็เป็นการเอาเทพนิยายคลาสสิกอย่างแจ็ค ผู้ฆ่ายักษ์, ซินเดอเรลล่า, หนูน้อยหมวกแดง และ ราพันเซล มาผูกเรื่องเข้าด้วยกัน

บรรยากาศของเรื่องจะดูหม่นและอึมครึมสักหน่อย ก็ถือว่าเข้ากับสไตล์ดั้งเดิมของเทพนิยายกริมม์น่ะครับ บทเพลงก็ถือว่าไพเราะรื่นหู ดาราที่คัดมาก็น่าสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ Meryl Streep, Anna Kendrick, Emily Blunt, James Corden, Chris Pine และ Johnny Depp (ซึ่งจัดว่ามาเป็นดารารับเชิญ) แต่ละคนก็ใส่ชีวิตชีวาลงไปในบทได้อย่างน่าพอใจครับ

ด้านเนื้อเรื่อง มันก็เพลินดีครับ เป็นการยำที่ไม่เลว แม้โดยส่วนตัวผมมองว่าหนังดูจะยาวไปนิด (2 ชั่วโมงเต็มๆ) และมีช่วงอืดช้าอยู่บ้าง แต่ถ้าเอาเพลงเพราะๆ + บรรยากาศทึมๆ + ดาราดีๆ และการตีความที่ชวนคิดมาหักกลบลบกัน ผมว่าผมก็ยังอยู่ในข่ายชอบหนังอยู่ครับ ^_^

แต่สิ่งที่หลายท่านต้องเข้าใจก่อนดูคือ หนังไม่ได้มาในแนวอลังการแฟนตาซีจ๋าเท่า Alice in Wonderland หรือ Oz: The Great and Powerful ครับ มันไม่ได้มีฉากต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้มี Effect สวยๆ ละลานตา อันที่จริงคือมันสร้างจากบทละครเวทีน่ะครับ ความอลังเลยไม่ได้มากมาย และด้วยความที่ผู้กำกับ Rob Marshall อยากคงทุนสร้างไม่ให้มากเกินงบ ($50 ล้าน) หนังเลยไม่เน้นที่ Effect หรืออภินิหารใดๆ (และนั่นคือเหตุผลที่หนังไม่ได้ทำออกมาเป็น 3D)

จุดหนึ่งที่ผมชอบในหนังคือการสอดแทรกสาระชีวิตลงในเรื่องราว อย่างการหลงเชื่อคนที่ดูจะนิสัยดี เพียงการดูจากเปลือกนอก (หนูน้อยหมวกแดง) หรือเรื่องของคนทำขนมปังที่ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะเป็นพ่อที่ดีได้ไหม อะไรเหล่านี้ถือเป็นประเด็นชวนคิดที่เสริมคุณค่าให้กับหนังได้ไม่น้อย

ที่ชอบเยอะหน่อยก็คือเรื่องของซินเดอเรลล่านั่นแหละครับ ชอบเพราะ Kendrick น่ารักดี… เอ้ย ไม่ใช่ หมายถึงชอบตรงการตีความเรื่องราวของเธอในมุมใหม่ (บรรทัดต่อไปมีสปอยล์นะครับ ไม่อยากทราบควรข้ามไปครับ)

+++++++++++++++++++++++++++++++

หนังแนะนำให้เรารู้ว่านางซินโดนกดขี่จากแม่เลี้ยงและพี่ๆ (ตามสูตรดั้งเดิม) จนทำให้เธออยากไปให้พ้นจากฝันร้าย เธอเลยฝันใฝ่ถึงเจ้าชายรูปงามที่จะนำพาเธอไปให้ไกลจากบ้านหลังนี้ซะ

ครั้นพอเธอได้เจอเจ้าชาย เธอลังเลครับ อันนี้ผมชอบนะ ที่บทมีการดัดแปลงให้หนูซินวิ่งหนีออกมาเอง (ไม่ได้วิ่งเพราะระฆังตีเที่ยงคืน) ซึ่งเธอก็หนีเพราะเธอเกิดคำถามขึ้นมาว่าสิ่งที่เธอฝันมันใช่จริงๆ หรือ การได้รักกับเจ้าชายมันคือทางออกของชีวิตเธอจริงๆ อย่างนั้นหรือ

แล้วในที่สุดบทสรุปก็จบอย่างน่าสนใจครับ เมื่อสุดท้าย Happy Ending ของเรื่องราวกลับไม่ใช่เจ้าชายและหนูซินได้ครองคู่อยู่เคียงไปจนชั่วฟ้าดินสลาย แต่มันกลายเป็นว่าต่างคนต่างค้นพบตนเอง

… เจ้าชายก็พบว่าตนรักที่จะเชยชมสิ่งงดงามไปเรื่อยๆ (ว่าง่ายๆ คือโปรยเสน่ห์ไปเรื่อยๆ รักสนุกแต่ไม่ผูกพัน) กับหนูซินที่แท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการเจ้าชายรูปงาม ไม่ได้อยากอยู่ปราสาทหรู แต่ต้องการแค่ออกจากบ้านที่เต็มไปด้วยคนใจร้าย แล้วมาอยู่กับใครก็ได้ที่จิตใจดี ใครก็ได้ที่มองเธออย่างเท่าเทียม และปฏิบัติต่อเธออย่างมีหัวใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

แต่ที่ชอบกว่าคือบทสรุปสุดท้ายของพวกเขา… แม้สุดท้ายจะไม่ได้ครองคู่ แต่เจ้าชายรูปงามกับสาวน้อยลึกลับที่เต้นรำกันในคืนนั้น จะยังรักกันตลอดไป ในนาทีแห่งความฝันนั้น…

ผมว่ามันสวยงามและดูจริงดีทีเดียว ^_^

+++++++++++++++++++++++++++++++

ครับ สรุปว่าถ้าชอบหนังเพลงผสมแฟนตาซีนิดๆ แบบ Sweeney Todd (แต่ไม่โหดเท่าเรื่องนั้นนะครับ) ก็น่าจะเพลินกับเรื่องนี้ครับ แต่หากคาดหวังของอลังแบบ Alice, Oz หรือ Maleficent อาจต้องปรับใจนิดๆ ก่อนดูนะครับ

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

 

Advertisements