รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Gone Girl (2014) เล่นซ่อนหาย

MV5BYjgwY2E1N2QtNDJkMi00YzE4LThiYTItYWI5YmE4NWMzMGFhXkEyXkFqcGdeQXVyMjU3OTA4NzQ@._V1_

Gone Girl เป็นหนังสืบสวนที่ไม่ได้แซ่บตรงการตามปมปริศนา แต่มันแซ่บ (จนแสบ) ตรงเนื้อหาสาระ ตรงแรงขับและการตัดสินใจของตัวละคร รวมถึงการเสียดสีชีวิตคนเราด้วย

เนื้อเรื่องหลักคือ เอมี่ ดันน์ (Rosamund Pike) หายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้นิค (Ben Affleck) ผู้เป็นสามีพยายามตามหา จนสื่อทั่วประเทศพากันจับตา และเมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มมีหลายคนเชื่อว่านิคอาจมีส่วนในเรื่องนี้ก็เป็นได้

พล็อตจริงๆ มีแค่นี้ครับ ด้านการสืบสวนตามปมจริงๆ มันไม่ถึงกับซับซ้อน ดูไปจนถึงจุดหนึ่งเราก็จะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าใครทำอะไรหรือใครไม่ได้ทำอะไร แน่นอนครับว่าหนังมีการหักมุมพอสมควร และตามปกติของหนังแนวสืบสวน ถ้าเฉลยว่าใครทำไปแล้ว ความสนุกอาจลดลง แต่กับเรื่องนี้ รู้แล้วมันยิ่งอยากดูต่อ อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น อยากรู้ว่าคนทำน่ะต้องการอะไร และอยากรู้ว่าเรื่องทั้งหมดมันจะจบลงอย่างไร

ว่าง่ายๆ คือปกติหนังหักมุมนั้น มันจะพีคสุดๆ ณ ขณะที่หักมุม แต่กับเรื่องนี้ความน่าสนใจของจริงมันจะค่อยๆ ปรากฏหลังจุดหักมุมนั้นๆ… เป็นอะไรเจ๋งอยู่นะครับ ^_^

ทีเด็ดของดียังอยู่ตรงการแสดงครับ Affleck นับว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะมากกับบทนิค สามีที่ดูมีความซื่อพอๆ กับมีความไม่น่าไว้ใจ ซึ่ง Affleck ถ่ายทอดบทนี้ได้พอเหมาะ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป

และรายที่ได้ใจอย่างหนักก็คือ Pike ครับ ยอมรับเลยว่าผมจับตาเธอตั้งแต่ตอนดู Die Another Day ไม่ใช่เพราะความสวยเท่านั้น แต่เธอมีฝีมืออย่างยิ่งกับบทประเภทที่มีความซับซ้อนในใจ และกับบทเอมี่นี่ก็เหมาะกับเธออย่างมากเช่นกัน เล่นดีจนไม่น่าแปลกใจที่ได้เข้าชิงออสการ์สาขานำหญิงกับเขาด้วย

พูดก็พูดครับ ดู Pike คนเดียวผมว่าคุ้มแล้วล่ะ ^_^

(ถัดจากนี้ถือว่ามีสปอยล์นะครับ ถ้าไม่อยากทราบข้ามไปได้เลยครับ รู้แค่ว่าหนังเรื่องนี้คุ้มค่าน่าดูก็พอ)

ดารารายอื่นถือว่ามาเสริมเรื่องราวครับอย่าง Neil Patrick Harris มาเป็นชายที่แอบรักแอบชอบเอมี่มานาน ท่าทางดูแกนิ่งๆ เก็บกดนิดๆ จนดูแล้วเหมือนไม่มีอะไรเด่นเลย

แต่พอดูจนจบผมถึงเข้าใจว่า “ก็คนที่ดูเรื่อยๆ นิ่งๆ แบบนี้แหละ ถึงเป็นคาแรคเตอร์ที่ “เหมาะ” ที่ใครสักคนจะเอามาใช้ประโยชน์ในบทสรุปของเรื่องราว”

David Fincher คุมหนังได้ดีเหมือนเดิม บรรยากาศมันทึมๆ บลูๆ หนึบๆ อารมณ์ของหนังก็จะเจือไว้ด้วย “หมอกควันแห่งความซับซ้อนของมนุษย์” คือดูๆ ไปแล้วเราจะอึนๆ ไปกับความคิด การตัดสินใจ หรือการกระทำของแต่ละตัวละคร ซึ่งบางอย่างก็โง่เขลา บางอย่างเข้าใจได้ และบางอย่างก็น่ากลัว (แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีแบบนี้จริงๆ)

แม้หน้าหนังจะฉาบไว้ด้วยความเป็นหนังสืบสวนลึกลับ แต่ความลึกลับจริงๆ ที่หนังตั้งใจให้เราจับจ้อง หาใช่ว่าใครทำ ใครดี ใครเลว แต่หนังเน้นให้เราจับจ้องที่เหตุผลและแรงขับในการตัดสินใจ ที่มันอาจดูไม่สมเหตุผลสำหรับใครหลายคน แต่กับคนอีกบางกลุ่มแล้ว การคิดหรือการตัดสินใจแบบนั้น มันมีความหมายนะครับ มันคือสิ่งที่เขาอยากทำจริงๆ มันคือสิ่งที่เขาเชื่อว่า เมื่อทำแล้วมันจะนำ “สิ่งที่เขาต้องการ” มาสู่เขาได้

+ ผมชอบที่หนังเอาประเด็นชีวิตคู่มาเล่นครับ จริงๆ มันน่าสนใจนะ เพราะชีวิตคู่มันไม่ได้มีแต่แง่มุมโรแมนติกหรือแง่มุมแห่งความเข้าใจเท่านั้น มันยังมีมุมเร้นๆ ตามหลืบๆ อีกมากมาก อย่างบางคู่อยู่ไปนานๆ ก็เกิดเบื่อกันได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนเบื่อแล้วจะแยกทางกันไปครับ ที่ยังอยู่กินกันต่อก็มี แล้วต่างคนต่างก็หาทางตอบสนองในสิ่งที่ตนต้องการ

บางคู่ก็คุยกันเพื่อหาจุดสมดุล แต่บางคู่ก็ทำแบบตัวใครตัวมัน (ฉันจะทำแบบนี้ เธอจะสนหรือไม่สนฉันไม่รู้ แต่ฉันต้องการแบบนี้ ฉันทำล่ะนะ) ซึ่งถ้าอยู่กันต่อได้ก็อยู่ไป ถ้าไม่ได้ก็ว่ากันไป หรือจะตีกันก็แล้วแต่กรณี

หรือบางคู่ก็เหมือนเล่มเกมต่อกันน่ะครับ ต่างคนต่างก็หาทางถือไพ่ให้เหนือกว่า หาทางให้อีกฝ่ายทำหรือเป็นในแบบที่ตนเองต้องการ คือไม่บอกตรงๆ แต่วางหมากวางพล็อตต้อนให้อีกฝ่ายปฏิบัติตาม (บางทีอีกฝ่ายที่โดนตะล่อมก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ)

Gone Girl ชี้ชวนให้เรามองความจริงอีกแง่ของชีวิตคู่ คือมันยังมีความสัมพันธ์แบบที่เราคาดไม่ถึงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ณ ที่ใดที่หนึ่งในโลกครับ ซึ่งมันก็สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนได้อย่างน่าสนใจ

เฉพาะคนแต่ละคนก็ซับซ้อนพออยู่แล้ว ลองว่าคนมากกว่าหนึ่งมามีปฏิสัมพันธ์กัน มันก็คงไม่แปลกหากบางความสัมพันธ์มันจะซับซ้อนหนักขึ้นไปอีก

+ จริงๆ ผมว่าหนังแอบจิกกัดไปทั่วครับ กัดสื่อที่เน้นขายข่าว ขายดราม่า มากกว่าจะขายความจริง (แต่ถ้าความจริงมันดราม่ามากๆ ก็ว่าไปอย่าง) ตามด้วยการกัดกระแสที่เปลี่ยนได้เสมอ หากมีข้อมูลแบบไหนมาอยู่ในจอ กระแสก็พร้อมจะเปลี่ยนทิศได้อย่างรวดเร็ว

กระแสลมกระแสคลื่นว่าน่ากลัวแล้ว แต่กระแสของคนก็ผันแปรได้น่ากลัวไม่แพ้กัน

“ดูให้เข้าใจคน ดูเพื่อเข้าใจตน ดูจนเข้าใจโลก”

หนังทำนองนี้ David Fincher ก็ชอบทำมาให้เราดูนักล่ะครับ

และผมก็เป็นประเภทชอบดูนักล่ะ ^_^

ปล. หนังสมชื่อ Gone Girl จริงๆ ครับ… ผมแอบตั้งชื่อไทยให้ว่า “ไปซะแล้วเจ๊” 555

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

 

Advertisements