รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

About Alex (2014) เพื่อนรัก…แอบรักเพื่อน

MV5BMjg1ODkxMzAxOV5BMl5BanBnXkFtZTgwMjEzNjYwMjE@._V1_SY999_CR0,0,676,999_AL_

About Alex เป็นผลงานเขียนบทและกำกับโดย Jesse Zwick ลูกชายของผู้กำกับ Edward Zwick (Glory, Legends of the Fall, The Last Samurai และ Blood Diamond) กับเรื่องราวด้วยเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่พากันเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่ชื่อ อเล็กซ์ (Jason Ritter) หลังทราบข่าวว่าเขาพยายามฆ่าตัวตาย

ก็เป็นหนังดราม่าผสมตลกเล็กๆ ครับ อันที่จริงจะออกแนวตลกร้ายด้วย เพราะมุขตลกแต่ละอันก็ออกแนวเสียดสีจิกกัด ทั้งตัวละครจิกกันเอง ไม่ก็จิกกัดสังคม จิกกัดชีวิตของหนุ่มสาวชาวอเมริกัน

ช่วงต้นๆ ผมรู้สึกโอเคกับหนังครับ เพราะหนังมีอะไรน่าสนใจเสิร์ฟเป็นพักๆ เช่นคาแรคเตอร์ของเพื่อนแต่ละคน ที่บางคนก็กวนเขาไปทั่ว (อย่างมีนัยสำคัญ) บางคนก็รู้สึกผิดกับการที่อเล็กซ์พยายามฆ๋าตัวตาย (จนเราอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม?) หรือบางคนก็พยายามเยียวยาจิตใจของอเล็กซ์แบบสุดกำลัง

ไหนจะพล็อตรองว่าด้วยความสัมพันธ์ของแต่ละคนที่ดูน่าสนใจดี มีทั้งความเป็นดราม่าและตลกผสมกันอยู่ในที ช่วงต้นๆ นี่นับว่าดูเพลินไม่น้อยครับ แต่กระนั้นสำหรับผมแล้ว ความสนใจมันดูจะลดลงเรื่อยๆ ขณะที่เรื่องราวดำเนินไป เหมือนกับพล็อตที่ดูน่าสนใจหรือปมแต่ละคนที่ดูน่าจะมีอะไร แต่พอเดินเรื่องไปเรื่อยๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีพัฒนาการหรือมีอะไรดึงความสนใจเราได้อีก

ในมุมหนึ่งหนังอาจพยายามเดินเรื่องแบบอารมณ์ Real คือเล่าถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยไม่ได้ปรุงรสอะไรมากนัก แต่ประเด็นคือมันไม่ได้น่าสนใจหรือชวนติดตามเท่าที่ควร ผมเลยออกจะรู้สึกนิ่งพอสมควรในครึ่งหลัง

จริงๆ ตอนจบของหนังนั้นทำออกมาในแนวที่ดู “มีความหมาย” นะครับ ซึ่งหากเรื่องราวมันเร้าอารมณ์ เร้าความคิด หรือทำให้เราเห็นว่าเพื่อนๆ กลุ่มนี้มีความผูกพันกันมากกว่านี้ เจ้าความหมายในท้ายเรื่องที่หนังพยายามนำพาไปก็อาจจะกลมกล่อมลงตัวกว่านี้ก็ได้

หนังชวนให้นึกถึง The Big Chill ของ Lawrence Casdan ครับ พล็อตคล้ายกันเลย (แต่อันนั้นเพื่อนตายจริงๆ) ซึ่งในหนังก็มีการแอบแซวตัวเองเหมือนกัน (ที่ฉากหนึ่งมีตัวละครหนึ่งพูดขึ้นว่า “เรื่องของพวกเรานี่เหมือนหนังยุค 80 เรื่องนึงเลยนะ) แต่กับ About Alex นี่ยังไม่ถึงขั้นนั้น

จริงๆ เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีหนังแนวคล้ายๆ กันอย่าง This Is Where I Leave You แต่เรื่องนั้นจะเป็นผู้ใหญ่กว่าหน่อย และที่สำคัญคือมันมีเนื้อหาเรื่องราวที่ชวนให้ติดตามมากกว่าครับ

เอาเป็นว่าถ้าใครชอบหนังดราม่าประเภทให้ตัวละครมาจับเข่าคุยกัน โดยมีฉากหลังดำเนินไปประมาณ 2 – 3 วัน ก็ลองลิ้มเรื่องนี้ดูได้ครับ ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements