Action

Ride Along 2 (2016) คู่แสบลุยระห่ำ 2

MV5BMTU4ODAzMzcxOV5BMl5BanBnXkFtZTgwODkxMDI1NjE@._V1_SY1000_CR0,0,631,1000_AL_

ภาคแรกของเรื่องนี้ผมชอบเลยล่ะครับ คือมันอาจจะไม่ได้สนุกสุดๆ อะไรนะ แต่มันเพลินน่ะครับ ดูแก้เครียดได้เรื่อยๆ เอามาดูซ้ำก็ยังขำได้อีก มันเลยกลายเป็นหนังโปรดในหลายปีให้หลังของผมไปโดยปริยาย (ว่าง่ายๆ คือหยิบมาดูบ่อยๆ นั่นแหละครับ)

พอมาถึงภาคต่อนี่ ทีมงานเดิมก็มากันครับ กับการกลับมาของพี่เขยสายโหดนามว่า เจมส์ (Ice Cube) กับน้องเขยสายบ๊องนามว่าเบน (Kevin Hart) ซึ่งภาคนี้เบนกำลังจะแต่งงานกับแองเจล่า (Tika Sumpter) น้องสาวของเจมส์อยู่รอมร่อครับ

แต่พอดีเจมส์มีภารกิจต้องสืบคดีที่ไมอามี่ แล้วเบนก็ตามไปด้วย ซึ่งก็คงพอเดาได้น่ะนะครับว่ามันต้องมีความวุ่นความบ้าตามมาอีกเพียบแน่นอน

ภาคนี้อาจไม่ลงตัวเท่าภาคแรกนะครับ แต่ยังพูดได้เต็มปากว่าสนุกอยู่ ความบ้าสไตล์ Hart ยังคงได้ใช้ผลครับ เช่นเดียวกับความเข้มของ Cube ที่เข้ากับความขำของหนังได้อย่างดี เพียงแต่จังหวะตบมุขอาจไม่ลงล็อคเต็มที่แบบภาคแรก รวมถึงเนื้อหาที่อาจจะดูโล่งกว่าภาคก่อนนิดหน่อย แต่ถ้าดูกันโดยรวมๆ ก็ถือว่าหนังตอบโจทย์ความบันเทิงได้อยู่ครับ

นอกจากดาราเดิมแล้ว ก็ยังได้ Benjamin Bratt มารับบทวายร้ายประจำตอน ซึ่งดีกรีความเด่นของพี่แกก็ยังไม่เยอะครับ ในขณะที่บทตัวโจ๊กอย่าง Ken Jeong ก็เสริมความฮาของหนังได้เป็นพักๆ (เพียงแต่อาจไม่ได้มากเท่าสมัยแกเล่น The Hangover)

Untitiled05023

และที่ลืมไม่ได้คือสาวเสน่ห์แรง Olivia Munn กับบทเจ้าหน้าที่ตำรวจไมอามี่ที่ต้องมาร่วมงานกับเจมส์ ซึ่งบทของเธอจริงๆ ก็เหมือนจะถูกสร้างมาเพื่อเข้าคู่กับเจมส์นั่นแหละครับ แต่จังหวะต่างๆ อาจไม่ทำให้เรารู้สึกว่า 2 คนนี้จะปิ๊งปั๊งกันสักเท่าไร แต่คาดว่าถ้ามีภาคต่อไปอีก บทของเธอก็น่าจะมากขึ้นน่ะครับ

Tim Story กลับมากำกับเหมือนเดิมครับ ซึ่งผมว่าพีแกเหมาะกับการทำหนังแบบพล็อตไม่ต้องหนัก แต่เน้นความสนุกเป็นหลักแบบนี้น่ะนะครับ เพราะพอลองย้อนดูงานๆ เก่าของแกอย่าง Fantastic Four ก็รู้สึกว่าแกเหมาะกับหนังดูเพลินๆ แบบไม่ต้องคิดมากดี

แต่ไปๆ มาๆ ผมว่าหนังชุด Think Like a Man น่าจะเป็นผลงานที่เขาทำได้ลงตัวที่สุดครับ หรือถ้าใครยังจำได้ จะพบว่า Barbershop ที่มาภาคต่อออกมาหลายตอนนั้น ก็มีเขานี่แหละที่ทำภาคแรกนำร่องเอาไว้

สรุปว่าภาคนี้สนุกดีครับ ดูได้เพลินๆ ด้านการสืบคดีอาจไม่ซับซ้อนอะไร แต่ผมเชื่อว่าหลายคนยินดีจะดูเพื่อความขำ ดูเพื่อคลายเครียดกันอยู่แล้ว ซึ่งหนังก็ตอบโจทย์ที่ว่าได้ดีพอสมควร เรียกว่าเป็นรองภาคแรกอยู่เล็กน้อย แต่ดูแล้วก็ทำให้เรายิ้มได้ไม่แพ้กัน

ไม่รู้เหมือนกันว่าหนังจะมีทำต่อออกมาอีกไหม เพราะถ้าว่าในแง่รายได้ก็ถือว่าไม่เลวครับ ทำไปทั่วโลก $124 ล้าน จากทุนแค่ $40 ล้านเท่านั้น (แต่ก็ยังน้อยกว่าภาคแรกที่ทำไป $150 ล้าน จากทุนแค่ $25 ล้านเท่านั้น)

แต่ถ้ามีออกมาอีก ผมก็พร้อมตามไปดูครับ ^_^

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)