รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

My Big Fat Greek Wedding 2 (2016) แต่งอีกที ตระกูลจี้วายป่วง

13690578_1276578312372967_3160495716513028086_n

มานั่งนึกระลึกดูแล้วรู้สึกว่าระยะหลังๆ หนังแนวตลกหรือโรแมนติกจะไม่ค่อยได้เข้าโรงกันสักเท่าไร เรียกว่าถ้าไม่ฟอร์มเจ๋งจริงหนาจริงก็เบียดเข้าไปฉายยาก

ส่วนเรื่องนี้ฟอร์มถือว่าดีมาแต่ไกลครับ เพราะภาคแรกดังเว่อร์โดยไป $368 ล้านจากทั่วโลก โดยที่ลงทุนไปแค่ $5 ล้านเท่านั้น ส่วนภาคนี้ก็ถือว่าลงทุนมากขึ้น แต่ก็ยังถือว่าน้อยมากหากเทียบกับหนังอื่นๆ ในยุคนี้ (ลงทุน $18 ล้านครับ)

ภาคนี้ก็สร้างหลังจากภาคแรกประมาณ 14 ปี อันนี้ยอมรับเลยครับว่าแอบตกใจนะ นี่ 14 ปีล่วงมาแล้ว ไวอะไรจะขนาดนั้น นี่ถ้าไม่บอกผมยังนึกว่าอย่างมากก็ 5 ปีเท่านั้นเอง… รู้สึกแก่แบบจริงจังก็งานนี้แหละครับ (เพราะดูภาคแรกสมัยมหาลัยน่ะครับ)

ถ้าถามว่าสนุกไหม ผมก็ว่าดูได้เรื่อยๆ นะ อาจไม่ได้ลงตัวเท่าภาคแรก แต่ก็ถือว่าดูเอาสนุก คลายเครียดได้แบบพอเหมาะ มีบางวาระแอบซึ้ง แล้วก็หลายวาระที่ฮาโดนใจอยู่เหมือนกัน

ส่วนหนึ่งที่หนังภาคนี้อาจจะเวิร์กน้อยกว่าภาคแรกหน่อยก็คงเพราะพล็อตมันมีหลายพล็อตน่ะครับ ไม่ว่าจะเรื่องกัส (Michael Constantine) กับ มาเรีย (Lainie Kazan) พ่อแม่ของทูล่า (Nia Vardalos) ที่เพิ่งมาพบว่าตกลงงานแต่งหนก่อนของพวกเขายังไม่สมบูรณ์ ก็เลยต้องมาจัดงานใหม่กันอีกรอบ (หลังจากอยู่กินกันมา 50 ปีแล้ว)

พล็อตต่อมาก็เรื่องของทูล่ากับ เอียน (John Corbett) พระนางจากภาคแรกที่พอเวลาผ่านไป แต่ละคนมีความรับผิดชอบมากขึ้น ก็เลยไม่ได้สวีทกันตามประสาสามีภรรยา เลยต้องหาทางชาร์จไฟรักกันสักหน่อย

และอีกพล็อตว่าด้วย ปารีส (Elena Kampouris) ลูกสาวคนสวยของเอียนและทูล่าที่เบื่อกับพฤติกรรมตามติดตามประสาชาวกรีกของครอบครัวเธอเสียเหลือเกิน จนเธออยากจะย้ายไปเรียนที่ไกลๆ เพื่อจะได้มีชีวิตในแบบของตัวเองสักที

เนี่ยครับ พล็อตมีถึง 3 พล็อตเดินไปด้วยกัน ซึ่งก็ยังดีครับที่มันออกมาพอกล้อมแกล้ม ไม่ได้เลอะเทอะเละเทะแบบที่หนังภาคต่อที่มาพร้อมพล็อตเยอะๆ หลายเรื่องชอบเป็นกัน ซึ่งสำหรับตัวบทนั้นเขียนโดย Vardalos เหมือนเดิม (ภาคแรกเธอก็เขียนบทครับ)

ก็ชื่นชมผู้กำกับ Kirk Jones (Nanny McPhee และ Waking Ned) อยู่เหมือนกันครับที่สามารถเล่าเรื่องได้ค่อนข้างโอเค อย่างน้อยก็เก็บรายละเอียดได้ดีในระดับหนึ่ง (ที่หลุดก็มีครับ แต่ไม่เยอะเท่าไร) ตัวหนังแม้จะมีหลายพล็อตแต่ก็สามารถร้อยเรียงให้ดูสนุกได้ แม้จะยังสนุกได้อีก แต่หากดูแบบไม่คิดมาก ผมว่าหนังก็ยังตอบโจทย์ความบันเทิงได้ดีอยู่ครับ

ในแง่ของพล็อตนั้น พล็อตระหว่างเอียนกับทูล่าถือว่าเรื่อยๆ ครับ ส่วนพล็อตของปารีสก็สนุกขึ้นมานิด ดูน่ารักดี ซึ่ง Kampouris ที่มารับบทมาเรีย ก็น่ารักดีครับ มีเสน่ห์ไม่น้อยทีเดียว แต่แน่นอนว่าพล็อตที่สนุกสุดต้องยกให้พล็อตของกัสกับมาเรียนี่แหละครับ มีหลายรสมากทั้งฮา ทั้งซึ้ง ทั้งน่ารัก

Constantine เจ้าของบท กัส นั้นเล่นได้ดีมากๆ ครับ เพราะส่วนใหญ่เราจะได้เห็นเขาแต่ในมาดกวนๆ (ตามประสาคนแก่) หรือไม่ก็เคร่งจัด บงการจัด แต่ในภาคนี้เราจะได้เห็นยามเขาอ่อนแรงหรือยามที่เขาเสียใจเมื่อมาเรีย ภรรยาของเขาเมินใส่เขา

อย่างช่วงท้ายฉากที่มาเรียมองผ่านม่านมาที่กัสที่กำลังนั่งเหี่ยวตรงเก้าอี้นั้น ฉากนี้ได้ใจผมมากครับ มันซึ้งและแสดงให้เห็นถึงความรักที่กัสมีต่อมาเรียได้ดี ฉากนี้ Constantine เล่นได้น่าสงสารมากๆ ครับ สีหน้าแววตาสุดยอดจริงๆ เชียว

ภาคนี้แม้รายได้จะเทียบภาคแรกไม่ได้เลย แต่ก็ไม่ขาดทุนครับ (จริงๆ คือกำไรด้วยนะ) อย่างที่บอกครับทุน $18 ล้าน ได้เงินไปประมาณ $88 ล้านจากทั่วโลก (ในอเมริกาได้ $59 ล้าน) ก็ใช้ได้น่ะครับ ^_^

สรุปว่าดูเอาสนุกเอาเพลินได้เลยครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements