รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

One Chance (2013) ขอสักครั้งให้ดังเป็นพลุแตก

MV5BMTU4NzkxMzY2Nl5BMl5BanBnXkFtZTgwMjM5NDYxMDE@._V1_SY1000_CR0,0,674,1000_AL_

One Chance อีกหนึ่งหนังเสริมพลังใจที่ทำออกมาได้น่ารัก ดูเพลิน และทำเอาผมอมยิ้มไปตลอดเรื่องเลยครับ

หนังเอาเรื่องของ พอล พ็อตส์ หนุ่มอังกฤษขี้อายที่ชนะการแข่งขัน Britain’s Got Talent เมื่อปี 2007 โดยความสามารถของเขาคือเสียงร้องเพลงโอเปร่าอันไพเราะและทรงพลัง ซึ่งในเรื่องนี้ก็ได้ James Corden ที่คอหนังน่าจะคุ้นเคยกับเขาจากบทคนขายขนมปังใน Into the Woods นั่นเอง

Corden รับบทพอลได้อย่างน่ารักครับ เขาดูเป็นคนนิสัยดีแต่ขี้อาย มีความสามารถในการร้องเพลง แต่ก็ไม่ค่อยกล้าแสดงมันออกมา ยังดีครับที่เขามีแม่ (Julie Walters) คอยให้กำลังใจ ในขณะที่พ่อ (Colm Meaney) ก็ไม่ใคร่จะเห็นด้วยนักที่ลูกชายจะไปเลือกอาชีพที่ไม่มีความแน่นอนนี้

และหลังจากเขาได้พบกับสาวน้อยนามว่า จูลซ์ (Alexandra Roach) ที่เชื่อมั่นในตัวเขาอย่างมาก พอลเลยเกิดความกล้า ลองไปสมัครเรียนเพื่อพัฒนาพลังเสียง แล้วหนังก็เล่าเรื่องราวทั้งวันสุขและวันเศร้าของเขา จนเหตุการณ์มาบรรจบที่การแข่งขัน Britain’s Got Talent

ผมเพลินกับหนังครับ ดาราทุกคนแสดงได้อย่างมีชีวิตชีวา ไม่ว่า Corden ที่เอาอยู่เลยครับ ครองหนังทั้งเรื่องได้ โดยเฉพาะซีนร้องเพลงนี่สามารถจับใจคนดูได้อย่างเยี่ยม, Roach ก็น่ารักสุดๆ ในบทจูลซ์ จนผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพอลถึงรักเธอมากขึ้นและมากขึ้น เธอเป็นกำลังใจที่น่ารักและสดใสเสียเหลือเกิน

Walters กับ Meaney ก็เล่นดีไม่มีตกครับ แต่รายที่ขโมยซีนกระจุยคือ Mackenzie Crook ในบทแบรนดอน เพื่อนร่วมงานร้านขายโทรศัพท์ที่พอลทำงานอยู่ พี่แกมาครบทั้งความเพี้ยน ความฮา และความเป็นเพื่อนผู้ซื่อสัตย์

ซึ่ง Crook ก็เคยขโมยความเด่นให้คอหนังจดจำมากแล้ว จากบทเรเกตตี้ โจรสลัดที่ใส่ตาปลอม ลูกน้องตัวดีของบาร์บอสซ่าใน Pirates of the Caribbean 3 ภาคแรก

ตัวหนังสนุกครับ แล้วยังได้บรรยากาศเยี่ยมๆ สวยๆ ของเมืองมาคอยดึงความสนใจจากผู้ชม อย่างเมืองบ้านเกิดของพอลก็ถ่ายในเวลส์ ประเทศอังกฤษ ก็ดูเป็นเมืองที่อบอุ่น น่าอยู่แสนสบาย และอีกโลเกชั่นที่งดงามมากๆ คือตอนพอลไปเรียนที่เวนิสน่ะครับ บรรยากาศเมืองแห่งลำคลองมันสุดยอดได้ใจจริงๆ สำหรับผมดูฉากสวยๆ และได้อารมณ์แบบนี้ก็คุ้มมากมายแล้วครับ ก็ต้องขอชมผู้กำกับภาพ Florian Ballhaus ที่ถ่ายภาพงามๆ มาใส่ในหนังได้อย่างน่าปรบมือ

หนังกำกับโดย David Frankel แห่ง The Devil Wears Prada, Marley & Me, The Big Year และ Hope Springs ซึ่งทุกเรื่องที่ว่ามาก็ถือว่าน่าพอใจครับ ดีมากดีน้อยต่างกัน แต่ก็มีดีดูเพลินด้วยกันทั้งสิ้น สำหรับเรื่องนี้แม้จะไม่ลงตัวมากๆ เท่า 2 เรื่องแรก แต่ก็ถือว่าดูเพลินกว่า 2 เรื่องหลัง (ผู้กำกับภาพ Ballhaus ก็ร่วมงานกับ Frankel มาโดยตลอด ยกเว้น The Big Year ครับ ซึ่งเราก็จะสังเกตเห็นได้ว่า หนังของ Frankel เด่นเรื่องงานภาพสวยๆ ของเมืองหรือทิวทัศน์ ซึ่งก็เป็นฝีมือของ Ballhaus นี่แหละ)

โดยส่วนตัวแล้วผมชอบหนังค่อนข้างมากครับ มันดูสนุก เพลิน เสริมกำลังใจ บรรยากาศดี มีอารมณ์ขัน สะท้อนชีวิตคนเดินตามฝันที่ก็ต้องคลุกฝุ่นกว่าจะถึงฝั่งฝัน แต่กระนั้นหนังก็มีช่วงพร่องลงไปบ้างในตอนท้ายๆ ที่จริงๆ หนังสามารถสร้างอารมณ์พีคได้มากกว่าที่เป็น แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ยังไงผมก็ยังชอบหนังอยู่ดี

ใครมีฝัน ล้อมวงหามาดูได้เลยครับ ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements