รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Big Eyes (2014) ติสท์ลวงตา

MV5BMjA2ODM5MDE3N15BMl5BanBnXkFtZTgwOTIxNjc1MzE@._V1_SY1000_CR0,0,674,1000_AL_

ตามปกติหนังดราม่าจะให้คนซึมลึกไปกับเหตุการณ์และสิ่งที่ตัวละครรู้สึก วางพล็อตเตรียมฉากต่างๆ ร้อยเรียงนำพาอารมณ์คนดูไปยังทิศทางที่คนทำต้องการ… แต่หนังดราม่าสไตล์ป๋า Tim Burton ไม่ใช่อะไรแบบนั้นครับ

ป๋า Tim แกอาร์ทครับ หนังดราม่าของป๋าเขาเลยเปรียบเหมือนภาพวาดบนผืนผ้าใบ แกจะตวัดพู่กันวาดลงไปตามที่คิดในหัว สลัดสีตามฟีลตามอารมณ์ของแก พอวาดเสร็จก็คือจบ หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่คนดูในการจ้องภาพนั้น ทีนี้พอเห็นแล้วจะรู้สึกยังไง จะคิดยังไง ก็เป็นเรื่องของคนดูไป

Big Eyes ก็เข้าอีหรอบนั้นเลยครับ ว่าตามจริงมันคือหนังดราม่าว่าด้วยชีวิตจริงของ มาร์กาเร็ต คีน (Amy Adams) จิตรกรสาวเจ้าของภาพชุด Big Eyes ที่จะมีเอกลักษณ์คือตาของคนในภาพจะโตกว่าปกติ ซึ่งเป็นสไตล์ภาพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุค 60

ทว่าในตอนนั้นธอเชื่อคำของวอลเตอร์ (Christoph Waltz) สามีของเธอที่บอกให้ลงเครดิตภาพเป็นชื่อเขาดีกว่า (ด้วยเหตุผลทางการค้า บวกกับสารพัดที่วอลเตอร์กล่อมเธอ) จนเธอยอม และตั้งหน้าตั้งตาวาดภาพให้วอลเตอร์ขาย และยอมให้วอลเตอร์ประกาศต่อโลกว่าเขาคือคนวาดภาพเหล่านี้

แล้วเมื่อถึงจุดหนึ่ง เธอก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ในภาพเขียน

ครับ หนังน่ะแนวดราม่า แต่การนำเสนอจะออกแนวตลกร้าย มีอารมณ์ขันแทรกเป็นพักๆ ผลที่ได้เลยทำให้หนังเป็นดราม่าติสท์ๆ ผสมกลิ่นอายเพี้ยนๆ แบบป๋า Tim อันได้แก่

+ มีอารมณ์แฟนตาซีเจือลงไปหน่อยๆ หลายส่วนดูเหนือจริง บางฉากก็ดูประดิษฐ์ให้งดงามหรือไม่ก็มีองค์ประกอบที่บิดเบี้ยว

+ ตัวละครมีพฤติกรรมล้นๆ หรือไม่ก็แปลกๆ อย่างตัววอลเตอร์ที่ดูร้ายเจ้าเล่ห์แบบน่าขัน มากกว่าจะเป็นร้ายแบบน่ารังเกียจ ส่วนมาร์กาเร็ตเองก็มีท่าทางนิ่งมากๆ จนแทบไม่ต่างจากภาพที่เธอวาดเลย และที่ลืมไม่ได้คือ Terence Stamp ในบท จอห์น คานาเดย์ นักวิจารณ์ศิลปะที่ดูนิ่งและหลุดโลกนิดๆ

+ โทนภาพในฉากต่างๆ มีสีสันเตะตา อย่างตอนมาร์กาเร็ตเจอวอลเตอร์ครั้งแรกในสวน โทนสีเขียวของต้นไม้กับสีเหลืองของฉากหลังมันตัดกันราวกับหนังแฟนตาซี หรือลักษณะบ้านของครอบครัวคีนก็ดูติสท์ๆ อาร์ทๆ

และถ้าสังเกตจะพบว่าฉากบ้านของครอบครัวคีนตอนกลางคืนมีรังสีสีแดงแผ่อยู่เหนือบ้าน… ยังกับหนังลึกลับสมัยก่อนอย่างนั้นแหละ (555)

เมื่อพูดถึงภาพอาร์ทๆ ก็ขอชมผู้กำกับภาพ Bruno Delbonnel ครับ รายนี้อาร์ทเนียนๆ มาตั้งแต่ Amélie และดูเหมือนป๋า Tim จะถูกใจ เลยดึงมาร่วมงานใน Dark Shadows ต่อด้วยเรื่องนี้ และเรื่องหน้าของป๋าเขาอย่าง Miss Peregrine’s Home for Peculiars ก็ยังได้ Delbonnel ตามไปกำกับภาพให้ ซึ่งมันต้องอาร์ทโคตรแน่ๆ เพราะนิยายก็อาร์ทและเน้นเรื่องภาพมากๆ อยู่แล้ว

+ ดนตรีเพี้ยนแบบเพลินๆ กระตุ้นบางฉากบางอารมณ์ให้ดูลอยๆ ซิกซ์ตี้ๆ อันเป็นฝีมือของ Danny Elfman เจ้าเก่าที่คู่บุญป๋า Tim มานานแสนนาน

สำหรับผมนั้น ผมยังเพลินกับหนังของป๋าเขาครับ มันคือดราม่าแบบติสท์ๆ ที่ไม่ได้ชี้ชวนให้คนดูรู้สึกชอบหรือเกลียดตัวละครตัวไหนแบบชัดเจน แล้วก็ไม่ได้ถ่ายทอดมิติของตัวละครจนลึกซึ้งแบบหนังดราม่าทั่วไป แต่จะเป็นดราม่าแบบแอ็บสแตรค ถ่ายทอดภาพตามที่ผู้กำกับคิด ซึ่งในแง่หนังแล้ว ก็ถือว่าดูเพลิน สนุกไปกับดารา เรื่องราว งานภาพ ส่วนในแง่สาระ ก็แล้วแต่เราจะมองและเก็บมาคิด

เช่นเดียวกับด้านอารมณ์ความรู้สึก ที่คนดูแต่ละคนอาจรู้สึกต่อฉากเดียวกันในแบบที่ต่างกันไปก็ได้

ในมุมของผม สิ่งที่ได้จากหนัง ก็ชวนให้คิดในหลายเรื่องครับ ที่แน่ๆ คือผมเห็นใจมาร์กาเร็ต แต่ก็เข้าใจครับว่าเธอก็มีความจำเป็นในการตัดสินใจ เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ไร้สมอง แต่เธอแค่เป็นคนที่มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อสิ่งที่เธอรัก ไม่ว่าจะลูก จะภาพวาด หรือกระทั่งวอลเตอร์ แต่เธอก็เหมือนคนอีกมากมายที่บางครั้งก็รักในคนหรือในสิ่งที่ไม่ได้จริงใจต่อเรา

ดวงตาของภาพ Big Eyes แต่ละภาพนั้น ดูเศร้า ดูซ่อนอะไรไว้ แม้จะเบิกตากว้าง แต่ก็เจือไว้ซึ่งความไร้เดียงสา อ่อนต่อโลก

… สาวน้อยในภาพอาจไม่ได้กระหายจะเห็นโลกให้กว้างเท่าขนาดดวงตาของเธอ… แต่เธอแค่อยากเห็นโลกในแบบที่เธออยากให้เป็น…

… อันที่จริงหากเราอยากให้โลกเป็นในแบบที่เราต้องการ เราก็ต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่เพียงนั่งมองนิ่งๆ แล้วรอให้มันเกิดขึ้น

เพราะส่วนใหญ่แล้ว… มันไม่เกิดขึ้นดั่งใจเราหรอก

ผมเชื่อว่ามาร์กาเร็ตตัวจริง มีมิติที่หลากหลาย และเรื่องราวที่มากมายกว่าที่เราเห็นในหนัง… ในความคิดของผมแล้ว ชีวิตของเธอน่าค้นหาครับ

แต่ผมว่าชีวิตของบุคคลที่พึงค้นหาและน่าทำความเข้าใจที่สุดไม่ใช่ใครอื่น แต่คือชีวิตของเราเอง

การดู Big Eyes อาจไม่ได้ทำให้เราเข้าใจมาร์กาเร็ตอย่างแท้จริง แต่หากมันสะกิดทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นบ้างอีกสักนิด… นั่นก็นับเป็นเรื่องดีแล้ว ^_^

ปล. หนังเรื่องนี้ทำเงินทั่วโลกไปเพียง $28 ล้าน ไม่ถือว่ามากมาย แต่ถ้าดูจากเงินลงทุน $10 ล้านแล้ว ถือว่าหนังไม่ขาดทุนครับ… ป๋า Tim แกคงอยากพักทำอะไรเล็กๆ บ้างนั่นแหละ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements