รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Blackhat (2015) ล่าข้ามโลก แฮกเกอร์มหากาฬ

MV5BMTg1NDUyMzk5NV5BMl5BanBnXkFtZTgwOTk1NzUxMzE@._V1_SY1000_CR0,0,631,1000_AL_

Blackhat เป็นหนังที่ดูแล้วนิ่งอย่างคาดไม่ถึงครับ

แบล็คแฮตเป็นคำเรียกพวกแฮกเกอร์ที่ใช้ความสามารถในการเจาะข้อมูลโลกดิจิตอลในทางที่ผิดครับ (ในขณะที่ไวท์แฮตก็จะเป็นฝ่ายดี แล้วยังมีเกรย์แฮตอีกครับ พวกนี้ก็คือเทาๆ)

โดยในเรื่องนี้ก็ว่าด้วยมีพวกแบล็คแฮตก่อการร้ายทางโลกไซเบอร์ ทำให้ทางการต้องไปตามแฮกเกอร์มือดีที่กำลังติดคุกอย่าง นิค แฮทธาเวย์ (Chris Hemsworth) ให้มาทำงานรับมือพวกแบล็คแฮตเป็นการไถ่โทษอะไรประมาณนี้

เป็นหนังที่ดูแล้วนิ่งเกินคาดครับ มันไม่น่าติดตาม ไม่มีลุ้นอะไร (แล้วการที่หนังยาวตั้ง 2 ชั่วโมงกว่า ก็ยิ่งทำให้ความอืดหนักขึ้นไปอีก) ซึ่งก็พอเข้าใจครับว่ามันคงไม่ใช่แนวถนัดของผู้กำกับ Michael Mann ที่เคยฝากหนังระดับเด็ดๆ อย่าง The Last of the Mohicans, Heat, The Insider และ Collateral ซึ่งหนังที่ผมเอ่ยชื่อไปนี่ของดีทั้งนั้นครับ แต่กับเรื่องนี้ดูแล้วมันอืดจริงๆ

ถ้าว่าตามจริง สไตล์หนังก็ยังคงเป็นสไตล์ของ Mann ที่เดินเรื่องแบบหนักแน่น เน้นให้การกระทำของตัวละครเป็นแรงผลักดันไปสู่สถานการณ์ต่างๆ แต่เนื่องจากสถานการณ์ในเรื่องมันไม่มีอะไรน่ะครับ เหมือนสืบไปเรื่อยๆ ว่าใครคือแบล็คแฮตและมันทำไปทำไม แต่การตามปมและคลายปมมันไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น ไม่มีอะไรพลิกความคาดหมาย หรือกระทั่งประเด็นการเมืองที่น่าจะมีสอดแทรกลงมาก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร

ถ้าถามว่าผมชอบตอนไหนที่สุด ผมชอบตอนแรกๆ เลยครับ ที่หนังนำเสนอแบบซูมไปที่กระบวนการทำงานของไซเบอร์ เหมือนซูมเข้าไปในเครื่องคอม ให้เราเห็นกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านชิปต่างๆ น่ะครับ ประมาณว่าพวกแบล็คแฮตมันส่งไวรัส ส่งโปรแกรมร้ายๆ ยิงพุ่งเข้าไปยังเป้าหมาย อารมณ์ฉากที่ว่านี่ประมาณซึนามิทางไซเบอร์กำลังโถมเข้าเป้าหมายน่ะครับ เป็นอะไรที่เร้าใจที่สุดแล้วล่ะ

แล้วก็ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะคาดหวังว่าหนังจะมีอะไรเวิร์กๆ แบบนี้ใส่ในหนังเป็นพักๆ… แต่มันก็มีแค่นี้แหละครับ

ไม่แปลกใจครับที่หนังจะวืดหนักมาก ลงทุน $70 ล้าน ทำเงินคืนมา $17 ล้านจากทั่วโลก รั้งตำแหน่งหนังที่ทำเงินในอเมริกาน้อยที่สุดของค่าย Legendary Pictures (เจ้าของผลงานอย่างไตรภาค The Dark Knight และ Inception น่ะครับ)

แต่ในแง่ทุนสร้าง ก็พอเข้าใจนะครับ คือมันก็มีหลายฉากที่ทำออกมาอลังเหมือนกัน อย่างช่วงท้ายๆ ที่มีตัวละครเข้าฉากหลายร้อย โลเกชั่นมันก็อลังอยู่เหมือนกัน เพียงแต่บทหนังมันไม่มีอะไรให้ติดตามน่ะครับ ดาราก็กลางๆ อย่าง Hemsworth ก็ไม่ค่อยได้เล่นอะไรนัก ส่วนถังเหว่ยที่น่าจดจำมากๆ จาก Lust Caution ก็ได้บทที่ไม่ค่อยเปิดโอกาสในการแสดงฝีมือสักเท่าไร

แต่ที่แปลกใจมากหน่อยคือ Viola Davis (How to Get Away with Murder) ดาราฝีมือหลากอีกคนที่คอสตูมและการแต่งหน้าดูแปลกๆ ไม่เข้ากับตัวเธอยังไงก็ไม่รู้ (อันนี้ความเห็นส่วนตัวครับ)

ไปๆ มาๆ CSI: Cyber ที่ผมเคยบอกว่าธรรมดา ดูดีขึ้นมาเลยครับ ^_^

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)

 

Advertisements