รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Focus (2015) โฟกัส เกมกล เสน่ห์คนเหนือเมฆ

MV5BMTUwODg2OTA4OF5BMl5BanBnXkFtZTgwOTE5MTE4MzE@._V1_

สรุปคร่าวๆ แล้ว Focus มีส่วนที่ผมชอบมากกว่าส่วนที่ผมเฉยครับ ว่าง่ายๆ คือดูแล้วก็เพลินและบันเทิงในระดับหนึ่ง

หนังแบ่งออกเป็น 2 ช่วงครับ ครึ่งแรกแนะนำให้เรารู้จัก นิคกี้ (Will Smith) นักตุ๋นมือเซียนที่พบกับสาวนักตุ๋นรุ่นน้องเสน่ห์แรงอย่างเจสส์ (Margot Robbie) ครึ่งแรกนี่ก็เล่าว่าพวกเขารู้จักกันยังไง แล้วก็ร่วมงานกันแบบไหน ในขณะที่ครึ่งหลังหนังเล่าถึงเหตุการณ์ ใน 3 ปีต่อมาซึ่งนำไปสู่ไคลแม็กซ์สรุปเรื่องราวทั้งหมด

ผมชอบครึ่งแรกครับ มันเดินเรื่องรวดเร็ว สนุก เร้าใจ มีลูกเล่นลูกฮา แล้วก็มีปมให้ลุ้น อารมณ์ประมาณ Ocean’s Eleven น่ะครับ หนังเปิดโลกของนักตุ๋นได้อย่างเจ๋ง แล้วเหล่านักแสดงก็ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ ด้วย Smith ลื่นไหลไปกับบทนักตุ๋นที่อ่านเกมออกและคุมเกมอยู่ ผสมด้วยอารมณ์ขันนิ่งๆ สไตล์พี่แก ซึ่งเสน่ห์นับว่าเข้ากับ Robbie อยู่เหมือนกันครับ รายหลังนี่ก็สวย น่ารัก มีชีวิตชีวา

ผมรู้สึกชอบลีลาการแสดงของ Robbie มากขึ้นเรื่อยๆ ชอบมาตั้งแต่ About Time แล้วครับ ตามด้วย The Wolf of Wall Street คือเธอเล่นได้หมดทุกบทบาทครับ ไม่ว่าจะบทสาวร้าย เห็นแก่ตัว เอาแต่ใจแบบเอาแน่นอนไม่ได้ หรือบทสาวน่ารักที่แค่แววตาก็สื่อให้เราเชื่อได้ว่าเธอคนนี้ไม่มีวันหักหลังเราแน่นอน และกับเรื่องนี้เธอก็เล่นได้ดีมากเช่นเดิมครับ

ยอมรับว่าอยากดูผลงานต่อๆ ไปของเธอมากขึ้น นี่ปีหน้าเธอจะเป็นเจนใน Tarzan แล้วก็ฮาร์ลี่ย์ ควินน์ ใน Suicide Squad อีก อยากรู้จังว่าเธอจะแสดงออกมาในโทนไหน (เพราะบทนี่คนละอารมณ์กันเลย)

ครึ่งแรกของหนังถือว่าสนุกครับ แม้จะมีช่วงเรื่อยๆ บ้าง แต่พอถึงตอนไคลแม็กซ์ (ช่วงกลางเรื่อง) หนังก็ทำได้อย่างน่าติดตาม และสามารถสร้างความรู้สึกดีๆ ให้ผมได้ไม่น้อย กล่าวคือผมชอบนั่นแหละครับ ดูแล้วบอกตัวเองเลยว่าชอบจริงๆ

ครั้นพอถึงครึ่งหลังอารมณ์หลักก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย คือมันยังเป็นโลกของนักตุ๋นอยู่นั่นแหละครับ แต่ในขณะที่ครึ่งแรกคือโลกแห่งการตุ๋นแบบแพรวพราวเต็มไปด้วยสีสัน ครึ่งหลังก็จะเทน้ำหนักมาที่ดราม่ามากขึ้น เน้นที่ความสำคัญของตัวละครโดยเฉพาะนิคกี้และเจสส์ที่ดูจะผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ

จริงๆ ครึ่งแรกและครึ่งหลังมันก็คือเกมตุ๋นเหมือนกันน่ะครับ เพียงแค่ครึ่งแรกมันคือเกมแบบวางแผนตลบหลังหรือใช้จังหวะจู่โจมเป้าหมาย แต่ครึ่งหลังมันคือเกมที่มีอารมณ์และความรู้สึกของผู้เล่นมาเป็นตัวแปร (ประมาณว่า “คนนี้จะจริงใจไหม แล้วคนนั้นล่ะจะหักหลังอะไรเราหรือเปล่า”) โทนมันเลยดูจริงจังมากขึ้น ดังนั้นในแง่เทคนิคกับลูกเล่นหลอกลวงที่แพรวพราวมันก็เลยลดลงไป

ผมว่าครึ่งหลังนี่ต้องใช้กำลังภายในเยอะอยู่ครับ เพราะดาราต้องดี บทต้องดี ไม่งั้นความน่าสนใจจะดร็อปลงไป และสำหรับผลที่ได้นั่น ด้านดาราน่ะยังดีอยู่ครับ เพียงแต่ในแง่บทมันยังไม่แน่นเท่าไร จึงมีช่วงช้าๆ อยู่พอสมควร ความดึงดูดใจของหนังเลยพลอยไม่มาก เลยทำให้ครึ่งหลังยังไม่โดนแบบเต็มๆ (สำหรับผมนะครับ)

ดูเรื่องนี้แล้วนึกถึง Hancock ขึ้นมาทันที (พี่ Will เล่นเหมือนกัน) เรื่องนั้นก็ชวนให้รู้สึกว่าครึ่งแรกกับครึ่งหลังเหมือนหนังคนละอารมณ์กัน ซึ่งกับเรื่อง Focus นี่ก็ไม่ถึงขนาดนั้นครับ เพียงแต่จังหวะและเรื่องราวมันก็มีความต่างทางอารมณ์อยู่พอสมควร

แต่ก็นั่นล่ะครับ ถ้าใครชอบดราม่ามากกว่าก็อาจชอบครึ่งหลังมากกว่าก็ได้เหมือนกัน (จริงๆ ผมก็ชอบดราม่าครับ เพียงแต่ผลที่ได้ในหนังมันยังไม่โดนใจแบบเต็มที่สักเท่าไรเท่านั้นเอง)

กระนั้น โดยรวมผมก็ยังชอบหนังอยู่ครับ Smith กับ Robbie แสดงได้ดี และที่ผมชอบสุดๆ คือ BD Wong (ดร.เฮนรีใน Jurassic World นั่นแหละครับ) พี่แกแสดงได้ลื่นมาก เรียกว่าได้ว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของช่วงกลางเรื่อง พี่แกแสดงได้อย่างมีสีสันสุดๆ ไปเลย

โดยรวมถือว่าน่าดูครับ แต่ก่อนอื่นเราคงต้องถามตัวเองก่อนว่าชอบหนังแนวนักตุ๋นไหม (แบบหนังชุด Ocean’s และ American Hustle) ถ้าชอบก็น่าลองเรื่องนี้อยู่ครับ เพราะหนังก็ถือว่าทำได้เข้าท่า ผู้กำกับ Glenn Ficarra และ John Requa ก็คุมหนังได้เวิร์กในระดับหนึ่ง ดาราก็แสดงกันดี ^_^

หรือถ้าชอบ Smith กับ Robbie ล่ะก็ ผมก็ขอแนะนำให้ดูครับ เพราะ 2 คนถือว่าครองหนังได้อยู่ทีเดียว

แต่หากรู้ตัวว่าไม่ถนัดแนวนี้ จะข้ามไปก็ไม่ว่ากันครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements