รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Laggies (2014) รักเราอย่าเต่าเลย

10430415_1073839182646882_4787311589016826224_n

ผมมีความสุขกับการดู Laggies มากกว่าที่คิดครับ สารภาพว่าตอนแรกไม่ได้สนใจมากมาย ครั้นพอดูแล้วก็รู้สึกเพลินกับหนังมากพอสมควรเลยล่ะ

หนังว่าด้วยเรื่องของ เมแกน (Keira Knightley) หญิงสาวที่มาถึงช่วงจุดเปลี่ยนของชีวิต เธอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเข้ากับสิ่งรอบตัวไม่ค่อยได้ ไม่ว่าจะกลุ่มเพื่อนเก่า, คนรักที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน หรือกระทั่งพ่อแม่ของเธอเองก็ตาม เธอรู้สึกเหมือนตัวเองแปลกแยกมากขึ้นเรื่อยๆ จนพอทนไม่ไหวเธอก็ถึงกับขับรถหนีออกมาจากงานแต่งของเพื่อน (ที่จริงๆ แล้วเธอต้องทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาว)

ใช่ครับ เธอกำลังสับสน เธอไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และเธอก็ไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตดี

และในตอนนั้นเองเธอได้พบกับแอนนิก้า (Chloë Grace Moretz) สาวน้อยที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย และนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มต้นของการก้าวเดินบนเส้นทางชีวิตใหม่ที่คาดไม่ถึงของเมแกน

แรกเริ่มเดิมที Anne Hathaway ได้รับการทาบทามให้มาแสดงเป็นเมแกนครับ แต่เธอก็บอกปัดไปเนื่องจากตอนนั้นงานเธอกำลังแน่น (ติดคิวแสดง Song One และ Interstellar น่ะครับ)

ถัดมา Rebecca Hall ก็ได้รับการติดต่อให้มาแสดงนำครับ แต่พอดีเธออยากแสดง Transcendence มากกว่าก็เลยบอกปัดไป บทของเมแกนก็เลยตกมาสู่ Knightley ซึ่งถ้าว่าจากที่เห็นแล้ว ยอมรับครับว่าอยากเห็น Hathaway มาเล่นบทนี้เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้น Knightley ก็เล่นเป็นเมแกนได้โอเคในแบบของเธอเองครับ

ผมเพลินกับหนังครับ แน่นอนว่าส่วนแรกก็เพราะดาราที่ถือว่าฝีมือระดับอาชีพ เล่นได้ลื่นไหล ไม่ว่าจะ Knightley, Moretz, Sam Rockwell ในบทเครก, Mark Webber เป็นแฟนหนุ่มของเมแกน แล้วก็ Gretchen Mol ในบท เบททานี่ย์ เมียเก่าของเครก ทุกคนรับส่งอารมณ์กันได้ดีในฉากดราม่า แล้วก็เล่นได้เบาๆ แบบพอเหมาะในฉากขำๆ ทั้งหลาย (ผมชอบตอนแอนนิก้าไปเจอแม่ แล้วแม่ก็ให้ของฝากกลับมาน่ะครับ ฮาดีเหมือนกัน)

ว่าตามจริงตัวบทอาจยังไม่ลงล็อคทั้งหมดครับ แต่ก็ถือว่าน่าสนใจดี เพราะมันว่าด้วยภาวะสับสนของผู้หญิงคนหนึ่ง (ซึ่งจริงๆ มันเกิดกับใครก็ได้นะ) เธอโตขึ้นมากับเพื่อนกลุ่มเดิม สังคมเดิมๆ ที่จริงๆ น่าจะคุ้นเคยกัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อคนเปลี่ยน อะไรๆ ก็เปลี่ยน จากเพื่อนที่เคยเป็นคนกันเอง เล่นหัวกันได้ พอโตขึ้นก็อาจเห็นว่าการเล่นแบบเด็กๆ มันไร้สาระ หรือบางอันก็มองว่าผิดกาลเทศะไปก็มี

ตัวเมแกนเองก็รู้สึกเหมือนปลาผิดน้ำน่ะครับ บางครั้งเธอเพียงแค่เป็นตัวเองเท่านั้น แต่ก็กลายเป็นเรื่องผิด ครั้นพอเธอสับสนไม่สบายใจ ก็ไม่มีใครคิดจะเข้าใจหรือถามไถ่ความรู้สึกของเธอเลย มีแต่พยายามยัดเยียดความคิดของตัวเองใส่เธอ หรือไม่ก็บอกเธอว่า “เป็นแบบนี้สิ ต้องเป็นแบบนี้สิ อย่าไปเป็นแบบนั้น”

ไม่แปลกหากเมแกนจะรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่พอเมแกนเจอกับแอนนิก้าและพ่อ เธอก็มีโอกาสได้กลับเป็นตัวเองอีกหน ไม่มีใครมาตัดสินว่าสิ่งที่เธอเป็นมันถูกหรือผิด (เพราะอันที่จริงมันก็ไม่ได้ถูกหรือผิดอะไรหรอก เธอแค่เป็นเธอน่ะ) และในทางกลับกัน คนเหล่านี้พยายามทำความรู้จักเธอ เปิดใจฟังเธอ และไม่ค่อยจะบังคับกะเกณฑ์กับชีวิตเธอนัก

จะว่าไปหนังก็มีบทที่ง่ายๆ ครับ ไม่ซับซ้อน แต่ก็เล่าได้ตรงประเด็น แม้มันจะไม่ถึงกับกลมกล่อมสุดยอด แต่ก็นับว่าอร่อยไม่น้อย มีแง่คิดติดปลายนวม มีการเดินเรื่องที่ดูได้เพลินๆ มีดาราดีๆ ที่ทำให้หนังดูลื่น และที่ผมชอบอีกอย่างคืออารมณ์ระหว่างตัวละครน่ะครับ มันชัดเจนดี อย่างตอนเมแกนอยู่กับเพื่อนเก่าหรือคนรักเก่า หนังทำให้เรารู้สึกได้ว่ามันดูขัดๆ ดูผิดที่ผิดทาง ประมาณว่าเมแกนกับคนเหล่านี้ดูจะเข้ากันไปไม่ได้ จูนกันไม่ติด บางตอนก็อึดอัด บางเวลาก็รู้สึกแปลกๆ

แต่พอถึงตอนที่เมแกนมาอยู่กับแอนนิก้า มันเหมือนมีออร่าน่ะครับ เหมือนต่างคนต่างก็เป็นตัวเอง ผูกสัมพันธ์กันแบบฉันท์มิตร พวกเขาดูเข้ากัน มันแฝงอารมณ์อบอุ่นอยู่ในทีด้วยครับ

จัดว่าผู้กำกับ Lynn Shelton คุมหนังได้ไม่เลวเลยครับ ทำเอาผมอยากดู Your Sister’s Sister แล้วก็ We Go Way Back ผลงานชิ้นก่อนหน้าของเขาที่ว่ากันว่าทำได้ดีไม่น้อย

สรุปว่าใครชอบดูหนังชีวิตที่ไม่หนักจนเกินไปก็อยากให้ลองลิ้มเรื่องนี้ครับ เป็นส่วนผสมที่เข้าท่าระหว่าง ดราม่า+โรแมนติก+เบาสมอง และสอดแทรกสาระการค้นหาตนเองไว้ได้อย่างน่าสนใจ แม้ประเด็นสาระอาจจะไม่ได้คมมากมาย แต่ก็ชวนให้เราย้อนคิดถึงตนเองได้ไม่น้อยครับ โดยเฉพาะยามสับสนหรือรู้สึกผิดที่ผิดทาง การดูหนังเรื่องนี้อาจทำให้เราค้นพบคำตอบบางอย่างก็ได้ ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements