รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Aloha (2015) อะโลฮ่า สวัสดีความรัก

12541022_1148095098554623_2399924803267239086_n

สิ่งที่จับใจผมอย่างมากในหนังเรื่องนี้ก็คือโลเกชั่นสวยๆ งามๆ ของฮาวาย (ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้ผมชอบดู Hawaii Five-O)

ต้องยอมรับเลยครับว่าป่าเขาของฮาวายมีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์มากจริงๆ มันมีทั้งความเขียวสดและชุ่มชื้น แม้เห็นแค่ภาพผ่านจอก็รู้สึกราวกับได้กลิ่นชื้นของผืนป่าผ่านจมูกเข้ามายังไงยังงั้น

และนั่นก็คือสิ่งแรกและสิ่งเดียวที่ผมชอบแบบจริงๆ จังๆ ในหนังเรื่องนี้ครับ ^_^

จริงๆ หนังลงสูตรสำเร็จเลยนะครับ ไบรอัน (Bradley Cooper) นายทหารที่ผันตัวมาทำงานกับมหาเศรษฐีคาร์สัน เวลช์ (Bill Murray) และภารกิจของเขาก็คือการเจรจาดำเนินงานในฮาวายเพื่อให้เวลช์สามารถปล่อยดาวเทียมขึ้นฟ้าได้ทันตามกำหนด

งานหลักของไบรอันคือเรื่องดาวเทียม ส่วนงานส่วนตัวก็คือการแวะมาหาเทรซี่ (Rachel McAdams) ถ่านไฟเก่าของเขาที่ตอนนี้มีครอบครัวไปแล้ว และเขายังได้เจอกับอัลลิสัน อิง (Emma Stone) เจ้าหน้าที่สาวแสนสดใสที่ทำให้หัวใจของเขาสดชื่นขึ้นทุกครั้งที่ได้เจอเธอ

ครับ มันคือหนังรักลงสูตรที่พระเอกมารักกับนางเอกแสนน่ารัก ก่อนจะมีเรื่องมีปมให้พวกเขาต้องผิดใจกัน แล้วก็จะลงท้ายแบบให้คนดูลุ้นว่าพวกเขาจะลงเอยกันได้ไหม แต่สิ่งที่ผมคาดไม่ถึงก็คือหนังกลับออกมาธรรมดามากจนออกแนวน่าเบื่อเสียอย่างนั้น

อึ้งนะครับ เพราะหนังกำกับและเขียนบทโดย Cameron Crowe ที่แจ้งเกิดด้วยหนังรักดีๆ อย่าง Say Anything… ตามด้วย Singles และ Jerry Maguire แม้ผลงานหลังจากนั้นจะมีทั้งดีและธรรมดาปนๆ กัน แต่บอกได้เลยว่าไม่มีเรื่องไหนจืดเท่าเรื่องนี้มาก่อน

นักแสดงที่มาร่วมจอในเรื่องนี่จริงๆ เป็นมืออาชีพทุกคนนะครับ แต่ละชื่อล้วนผ่านงานหนังดีๆ มานักต่อนัก แต่บทของแต่ละคนกลับดูไร้ความลึก ไร้มิติ คือบางฉากดูแล้วนิ่ง ไม่เกิดอารมณ์ร่วม ไม่เกิดอารมณ์อินอะไรเลย และบางฉากยิ่งงงหนักครับ เพราะนอกจากไม่อินแล้ว ยังรู้สึกแหม่งๆ เหมือนดาราก็พยายามแสดงนะ แต่บทมันไม่เวิร์ก ดูไม่เข้ากันยังไงก็ไม่รู้

ในบรรดาผู้มาร่วมจอผมชื่นชม Stone ที่สุดครับ คือเธอยังฉายเสน่ห์ความน่ารักท่ามกลางความจืดของหนังได้ ไม่ว่าจะรอยยิ้ม ยามร้องไห้ หรือฉากใส่หมวกนั่นผมว่าเธอแสดงได้น่ารักดีเหมือนเดิมเลยล่ะ แต่อย่างที่บอกว่าบทมันดูผิดที่ผิดทาง คือโครงเรื่องน่ะมันคือหนังรักแน่นอนล่ะ แต่บทสนทนา การแสดงออก ทิศทางเรื่อง และอารมณ์ของหนังมันไม่ได้เลยน่ะครับ

ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ผมนี่งงจริงอะไรจริงนะ แต่พอสืบๆ ไปก็พบว่าตัวหนังเองก็มีแววมีปัญหามาตั้งนานแล้ว ขนาดผู้ใหญ่ของ Sony ยังบอกว่าบทหนังเรื่องนี้ “Non Sense” เลยน่ะครับ ไหนจะเรื่องตัวละครของ Stone ที่ถูกวิจารณ์ไปพอตัวเพราะตามบทแล้ว เธอเป็นลูกของลูกครึ่งจีน-ฮาวาย

พอดูแล้วก็พอเข้าใจล่ะครับว่าทำไมหนังที่ควรจะฉายตั้งแต่ปี 2014 เรื่องนี้ถึงโดนเลื่อนมาปี 2015

สรุปว่าเสียดายครับ จริงๆ องค์ประกอบของหนังพวกฉากและโลเกชั่นนี่จัดว่าดีเลยนะครับ อย่างที่บอกว่าบรรยากาศฮาวายมันสวยงามอย่างมาก และหนังก็ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติสวยๆ ของฮาวายอยู่หลายฉาก แต่บทหนังมันไม่ได้ ตัวละครก็ไม่เวิร์ก แม้โครงเรื่องจะน่าสนใจก็เถอะ

ผมว่าถ้าหนังทำออกมาดีๆ มันคงเป็นหนังฟีลกู้ดที่ดูสนุกๆ พร้อมด้วยวิวสวยๆ เลยล่ะครับ แต่ในเมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้แล้ว ก็ได้แต่ทำใจรับครับ ^_^

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)

 

Advertisements