รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

If I Stay (2014) ถ้าฉันอยู่

12249714_1113576725339794_4514189688010339522_n

If I Stay ถือเป็นหนังดราม่าที่รสชาติกลมกล่อมเข้าตาและได้อารมณ์ไม่เลวทีเดียวครับ

Chloë Grace Moretz รับบท มีอา ฮอลล์ สาวน้อยที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกับพ่อแม่และน้องชาย ซึ่งเธอก็ต้องอยู่ในอาการโคม่าครับ แล้วหนังก็นำเสนอในมุมว่าเธอวิญญาณออกจากร่าง แล้ววิญญาณของเธอก็ล่องลอยอยู่ในโรงพยาบาลนั้น ได้รับรู้ความเป็นไปของครอบครัว แล้วก็ได้รับรู้ว่าคนรอบตัวที่มาเฝ้าดูอาการของเธอและครอบครัวนั้น แต่ละคนรู้สึกอย่างไรกันบ้าง

แล้วเมื่อถึงจุดหนึ่ง เธอก็ต้องเผชิญกับคำถามสำคัญที่ว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปดี หรือจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบดี?

ผมชอบครับ ตัวหนังอาจไม่ได้ลงตัวยอดเยี่ยมไปเสียทุกส่วน แต่สำหรับผมแล้วหนังมันกลมกล่อมในแบบของมัน อย่างแรกที่ชอบคือการแสดงดีๆ ของ Moretz ที่จริงๆ แล้วเธอเล่นดีเสมอล่ะครับ ไม่ว่าหนังจะดีไม่ดีเธอก็เล่นได้เต็มหน้าที่เสมอ แล้วพอดีว่าเรื่องนี้หนังมันออกมาดีน่ะครับ เมื่อมาผนึกกำลังกับการแสดงที่เข้าขั้นของเธอ (ซึ่งเธอก็เป็นตัวนำของเรื่องด้วย) ผลที่ได้ก็เลยกลมกล่อมขึ้นไปอีก

จังหวะการนำเสนอถือว่าสอดรับกับเรื่องราวครับ หนังมีการเล่าแบบตัดสลับระหว่างเหตุการณ์ในอดีตในแต่ละช่วงชีวิตของมีอา กับเหตุการณ์ในปัจจุบัน ที่ชีวิตเธอกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ซึ่งหนังก็ลำดับเรื่องราวได้พอเหมาะครับ มีการเอาเรื่องในอดีตมาอธิบายปัจจุบันได้อย่างดี ซึ่งมันทำให้เรารับรู้ทั้งเรื่องราวและอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้อย่างดีทีเดียว

จริงๆ แล้วหนังอาจไม่ได้มีปรัชญาที่สูงส่งอะไรนะครับ แต่กระนั้นหนังก็ถือว่าเหมาะแก่การรับชมเพื่อนำสาระในหนังมาไตร่ตรองใคร่ครวญเกี่ยวกับความหมายของชีวิต ใช่ครับ เราดูเอาเพลินก็ได้ หรือจะดูเพื่อเอาเหตุการณ์, ประสบการณ์ หรือการคิดของมีอามาใคร่ครวญสำรวจตนเองด้วยก็ได้เหมือนกัน

ตอนแรกผมจะบอกว่าหนังเหมาะสำหรับวัยรุ่นที่จะเอามาดูเพื่อค้นหาความหมายและคุณค่าของการมีชีวิต อีกทั้งการมองเพื่อวางแผนสำหรับอนาคตของเรา แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วผมว่าหนังเหมาะกับทุกวัยน่ะครับ วัยรุ่นก็ได้ วัยทำงานก็ได้ หรือวัยผู้ใหญ่ก็ได้

อย่างวัยผู้ใหญ่นี่จะดูเพื่อทบทวนชีวิตก็ได้ หรือจะดูเพื่อเข้าใจมิติของเด็กๆ วัยรุ่นที่อาจจะเป็นลูกหลานของเรา นี่ก็ได้เหมือนกัน

ครับ ในแง่สาระถือว่ามีอะไรให้เก็บไปคิดไม่น้อย ในแง่การแสดงก็ถือว่ากำลังดี (จริงๆ แค่ดู Moretz แสดงก็คุ้มแล้วล่ะครับ) หรือในแง่จังหวะการเล่าเรื่องหรือร้อยเรียงเรื่องราวก็ถือว่าพอเหมาะ หลายช่วงนี้ส่งอารมณ์ให้คนดูอินได้ดีเหมือนกัน ซึ่งก็ขอชมผู้กำกับ R.J. Cutler ที่คุมหนังเรื่องนี้ได้ดีครับ หนังผสมความเป็นหนังดราม่าและหนังแนวเหนือธรรมชาติเล็กๆ ได้อย่างเข้ากัน และที่ผมชอบอีกอย่างคือ หนังสามารถใช้ความเป็นดราม่ามาเสริมความลุ้นในกับหนังได้ และขณะเดียวกันก็สามารถเอาแง่มุมเหนือธรรมชาติ มาเสริมความซึ้งให้กับอารมณ์ดราม่าได้ดีเหมือนกัน

ถือเป็นหนังดีที่ดูแล้วไม่ผิดหวังครับ ยกเว้นไม่ชอบหนังดราม่าก็เรื่องนึงครับ จะข้ามเรื่องนี้ไปก็ได้ แต่ถ้าใครชอบ Moretz หรือชอบหนังดราม่าประเภทค้นหาคุณค่าของตนเองก็อยากให้ลองลิ้มครับ เพราะถือว่าเป็นหนังที่สนุกเข้าท่า อันนี้ก็ต้องขอยกนิ้วให้กับ Gayle Forman ที่เป็นเจ้าของบทประพันธ์ต้นฉบับด้วยครับ คิดพล็อตและเรื่องราวมาได้จับใจจริงๆ

จะว่าไปแล้วหนังเรื่องนี้ก็ว่าด้วย “ทางเลือก” ครับ เราจะเลือกทางไหนเพราะอะไรสุดแท้แต่เรา แต่กระนั้นก็ต้องตระหนักด้วยว่า เมื่อเราเลือกแล้ว เราก็ต้องรับผลจากการเลือกนั้น

ดังนั้นจะเลือกดูหรือไม่ดูหนังเรื่องนี้ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะครับ ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements