รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Before Sunrise (1995) อ้อนตะวันให้หยุด เพื่อสองเรา

MV5BZDdiZTAwYzAtMDI3Ni00OTRjLTkzN2UtMGE3MDMyZmU4NTU4XkEyXkFqcGdeQXVyNjU0OTQ0OTY@._V1_SY1000_CR0,0,672,1000_AL_

ผมตกหลุมรัก Before Sunrise ตั้งแต่ตอนดูรอบแรกเมื่อ 17 ปีก่อน ^_^

สมัยนั้นถือเป็นหนังที่รสชาติใหม่มากๆ สำหรับผม ทั้งเรื่องมีเพียงชายหนุ่มและหญิงสาวที่เพิ่งเจอกันบนรถไฟ (Ethan Hawke และ Julie Delpy) หลังจากคุยกันถูกคอ ฝ่ายชายก็ชวนฝ่ายหญิงลงรถที่เวียนนาเพื่อเที่ยวกันสักคืน ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันไปในยามเช้าของอีกวัน

ผมรักหนังเรื่องนี้ครับบอกได้เลย มันเรียบง่ายแต่น่าติดตาม จุดเด็ดจุดแรกคือการแสดงของ Hawke และ Delpy เคมีทั้งคู่เข้ากันสุดๆ และหลายฉากหนังก็ถ่ายแบบ Long Take ยิงยาวให้ทั้งคู่ด้นกันไป แล้วมันก็ออกมาเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง จนผมอดไม่ได้ที่จะอินและรู้สึกว่า 2 ตัวละครนี้มีตัวตนจริงๆ ในใจของเรา

บทสนทนาก็ชวนคิดดีครับ ตลอดทั้งเรื่องมีทั้งคำพูดผสมอารมณ์ขัน แนวคิดชวนให้เราคิดตาม เช่น เรื่องการกลับชาติมาเกิดที่เจสซี่ฟุ้งบนรถบัส หรือตอนที่เซลีนพูดเรื่องหลุมศพของเด็กหญิงที่ตายตอนอายุ 13 อะไรเหล่านี้มันเจ๋งน่ะครับ ไหนจะมุมมองเรื่องความรัก ชีวิต แฟนเก่า พ่อแม่ สังคม ฯลฯ

บรรยากาศในเวียนนาก็ได้อารมณ์โรแมนติกกำลังดี เรียกว่าหลายส่วนประกอบในเรื่องมันพอดีน่ะครับ คือมันไม่ใช่หนังโรแมนติกหวานแหวว แต่มันคือหนังว่าด้วย “ความรักและความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ โดยมีข้อจำกัดทางเวลามาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของหัวใจ”

ถ้าใครยังไม่เคยชม ผมอยากให้ลองสักหนครับ ส่วนใครเคยชมแล้ว ชมอีกรอบก็ดีนะครับ เพราะอารมณ์ความรู้สึกหรือความคิดของเราที่มีต่อหนังเรื่องนี้มันอาจผันแปรไปตามกาลเวลา เวลาเราดูเมื่อตอนอายุ 20 ปีอาจจะอย่างหนึ่ง ครั้นพอ 30 ปีก็อาจจะอีกอย่างก็ได้

++++++++++++++++++++++++++++++

สำหรับที่มาของหนังเรื่องนี้ก็ถือว่ามีความหมายมากเลยครับ ผู้กำกับ Richard Linklater เล่าว่าไอเดียหนังเรื่องนี้มาจากค่ำคืนหนึ่งในเมืองฟิลาเดลเฟีย เขามีโอกาสได้พบกับผู้หญิงชื่อเอมี่ จากนั้นเขากับเธอก็เดินไปคุยไปรอบเมืองตลอดคืน

หลังจากคืนนั้นพวกเขาก็ยังติดต่อกันอยู่พักหนึ่งครับ จนอยู่มาวันหนึ่งเอมี่ก็เงียบไป Linklater ไม่ได้พบเธออีกเลย เขาก็เลยนำเอาความทรงจำดีๆ ในคืนนั้นมาเขียนเป็นบทหนังเรื่องนี้ (ร่วมกับ Kim Krizan โดย Hawke กับ Delpy มีส่วนในการ “ด้นบทสดๆ” ระหว่างถ่ายทำด้วย)

ครั้นพอหนังเรื่องนี้ออกฉาย Linklater ก็ยังคาดหวังว่าจะได้รับการติดต่อจากเอมี่บ้าง แต่ก็ไม่มีข่าวคราวครับ จนกระทั่งไม่กี่ปีต่อมาเขาถึงได้รู้ว่าเอมี่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว (เธอเสียชีวิตราว 2 – 3 ปีให้หลังจากคืนที่เขากับเธอได้เดินท่องราตรีด้วยกัน)

ขอบคุณทั้ง Linklater, เอมี่ และทีมงานทุกคนครับ ที่ช่วยกันทำให้หนังเรื่องนี้ถือกำเนิดขึ้นมาจนกลายเป็นหนังในดวงใจของใครหลายๆ คน

แน่นอนว่า ผมคือหนึ่งในนั้นครับ ^_^

สามดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star32

(8.5/10)

 

Advertisements