รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Me and Earl and the Dying Girl (2015) ผมกับเกลอและเธอผู้เปลี่ยนหัวใจ

21616_1135114349852698_39998566522082559_n

ถ้าใครโปรดปรานหนังชีวิตวัยรุ่นสไตล์ The Fault of Our Stars, Paper Towns, The Kings of Summer, The Way Way Back หรือ The Perks of Being a Wallflower ล่ะก็ ผมขอแนะนำเรื่องนี้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งครับ

ตัวเอกของเรื่องมีนามว่า เกร็ก (Thomas Mann) นักเรียนไฮสคูลอินดี้ๆ ที่ชอบทำหนังโฮมวีดีโอล้อหนังคลาสสิกเป็นงานอดิเรก เขามีเพื่อนสนิทนามว่าเอิร์ล (RJ Cyler) ซึ่งชีวิตของเขาก็มีแต่หนังกับเอิร์ลเสมอมา

จนกระทั่งวันหนึ่งแม่ของเขา (Connie Britton – ซีรี่ส์ Nashville) สั่งให้เขาแวะไปเยี่ยม ราเชล (Olivia Cooke) เพื่อนนักเรียนที่เขาไม่เคยพูดด้วยเลยสักกะคำ และเธอกำลังทรุดหนักเนื่องจากเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia)

แน่นอนว่าตอนแรกเกร็กก็ไม่ได้อยากไปหาเธอเลยครับ แต่จำต้องไปตามคำสั่งแม่ ซึ่งการพบปะรอบแรกๆ ของพวกเขาก็ไม่ได้สวยงามสักเท่าไร แต่พอเวลาผ่านไปก็คงพอเดาได้นะครับว่ามิตรภาพดีๆ ก็เริ่มงอกเงยตามลำดับ เช่นเดียวกับอาการของราเชลที่หนักขึ้นตามลำดับด้วยเช่นกัน

เรื่องนี้ผมชอบเลยครับ ดูเพลินมากมาย สนุกดี ส่วนหนึ่งก็คงเพราะผมชอบหนังวัยรุ่นแนวนี้อยู่แล้วด้วย และหนังก็ทำออกมาได้ดีอีก มันก็เลยเข้าทางครับ

หนังกำกับโดย Alfonso Gomez-Rejon ซึ่งประจวบเหมาะที่เมื่อปีก่อนผมมีโอกาสได้ดูผลงานของเขาตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะ ซีรี่ส์ American Horror Story (เขากำกับอยู่ 12 ตอนครับ), ซีรี่ส์ Red Band Society ตอน Pilot และหนังสยองรีเมคเรื่อง The Town That Dreaded Sundown ซึ่งแต่ละเรื่องถือว่าทำออกมาได้ไม่เลวครับ

แต่สำหรับผลงานเรื่องนี้ คงต้องยกให้เป็นงานชิ้นที่เด็ดที่สุดของเขาเลยล่ะครับ มันกลมกล่อมพอเหมาะจริงๆ

Mann แสดงนำได้ลื่นไหลดีครับ เขาถ่ายทอดอารมณ์ของเกร็กได้ดี ทั้งยามสุข ยามกวน และยามเศร้า แต่รายที่น่าจดจำมากกว่าคือ Cooke ในบทสาวน้อยที่ต้องมาพบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง

ในขณะที่ Cyler ในบทเอิร์ลนั้น จริงๆ ก็แสดงได้น่าสนใจนะ แต่เหมือนว่าบทหนังจะไม่ค่อยเกลี่ยพื้นที่มาให้เขาเท่าไร ซึ่งจะว่าไปก็น่าเสียดายเหมือนกันครับ เพราะตอนแรกเห็นชื่อเอิร์ลนำมาในไตเติ้ล ก็นึกว่าจะมีบทบาทมากหน่อย และอันที่จริงบทเอิร์ลน่าจะเป็นตัวช่วยขับเน้นคาแรคเตอร์ของเกร็กให้ชัดขึ้นได้อีกมาก (เช่น ผ่านบทสนทนาอะไรอย่างนั้นเป็นต้น)

ส่วนดาราสมทบก็มืออาชีพหน้าคุ้น ไม่ว่าจะ Nick Offerman (21 Jump Street, 22 Jump Street) ในบทพ่อของเกร็ก, Molly Shannon (Serendipity) ในบทแม่ของราเชล และ Jon Bernthal (ที่ล่าสุดถูกตามตัวไปแสดงเป็นแฟรงค์ แคสเซิลในซีรี่ส์ Daredevil) รับบท แม็คคาธี่ คุณครูสุดแนว

ถือเป็นหนังที่ครบรสดีครับ มีตลก มีเศร้า มีสาระ การเดินเรื่องลื่นไหล (อาจมีอืดบ้างแต่ไม่มาก) เนื้อหาถือว่าน่าติดตาม และบทสรุปก็จับใจไม่ใช่น้อย

แม้ตอนนี้ผมจะเลยวัยรุ่นมานานพอสมควรแล้วก็เถอะครับ แต่ผมยังชอบดูหนังแนวนี้เสมอๆ ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างผสมกันครับ

เหตุผลแรกก็คงเป็นเพราะมันทำให้เราย้อนคิดถึงวันเก่าๆ สมัยยังเรียน ได้เจอเพื่อนๆ ทุกเช้า, ได้ทำอะไรแบบเฮ้วๆ ตามประสา, ได้ลองลิ้มประสบการณ์ความรักและอกหักในรูปแบบต่างๆ, ได้พบเจอความสมหวังและผิดหวังคละเคล้ากันไป (แล้วก็มีเพื่อนๆ คอยให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ)

เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราๆ ก็จะได้เจอกับเรื่องเหล่านั้นน้อยลงเรื่อยๆ ครับ จนทำให้เราอดคิดถึงมันไม่ได้… เชื่อเถอะ ถ้าเอาประโยคนี้ไปบอกตัวเองเมื่อตอนวัยรุ่น ผมคงไม่เห็นคุณค่าและความหมายของมันเท่าตอนนี้หรอก

อีกเหตุผลก็เพราะหนังแนวนี้ถือเป็นแนว Coming of Age ครับ ว่าด้วยตัวละครวัยรุ่นที่เติบโตขึ้นผ่านประสบการณ์ในชีวิต มันมีสาระหรือแง่มุมให้เราลองหยิบมาพิจารณาเสมอ

ผมค่อนข้างชอบหนังเป็นพิเศษครับ โดยเฉพาะสารพัดหนังที่เกร็กกับเอิร์ลทำออกมาล้อหนังคลาสสิก ซึ่งผมว่ามันทำออกมาได้ดีมากๆ คือมันไม่ใช่ล้อแบบไร้สาระนะครับ แต่มันคือการล้อในเชิงคารวะ และหยอดความคิดสร้างสรรค์ในแบบของพวกเขาลงไป ผมดูแล้วยังรู้สึกสนุกเลยครับ (แม้จะแค่ดูเรื่องละไม่กี่นาทีก็เถอะ) และบางอันก็ฮาสุดๆ ไม่รู้คิดได้ยังไง (อย่าง A Clockwork Orange กับ Blue Velvet ที่ทำเอาผมฮาลั่นออกมาเลย)

อีกอย่าง ไม่รู้คนอื่นๆ เป็นไหมนะครับ แต่ดูเรื่องนี้จบแล้วมันอยากเอาผลงานของ Werner Herzog มาเปิดดูยังไงก็ไม่รู้ (ยังกะหนังเรื่องนี้สั่งจิตใต้สำนึกของเราให้อยากดูยังงั้นแหละ 555)

สรุปว่า ดูได้เลยครับ ถ้าใครชอบแนวนี้ล่ะก็ ^_^

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

 

Advertisements