Action

Sicario (2015) ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด

12063639_1092687324095401_5403045332097496628_n

สิ่งแรกที่ต้องบอกกล่าวกันก่อนคือ หากใครคาดหวังว่า Sicario เป็นหนังแอ็กชันยิงมันส์ไล่ล่าถล่มเมืองแล้วล่ะก็ ขอให้ปรับความเข้าใจโดยไวเลยครับผม เพราะมันไม่ได้เป็นหนังบู๊มันส์สะใจอะไรแบบนั้นเลย

หนังออกแนว Green Zone, The Kingdom หรือ Body of Lies น่ะครับ เป็นหนังเข้มๆ เครียดๆ แอ็กชันมีพอประมาณ แต่จะเน้นไปที่การสร้างความกดดันและสะท้อนโลกในมุมอันโหดเหี้ยมที่มีเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นแกนหลัก

Emily Blunt แสดงเป็น เคต เมเซอร์ เอฟบีไอสาวที่ตัดสินใจลงสนามไปร่วมทีมล่าพวกค้ายาที่เคยเล่นงานพวกของเธอจนบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน โดยสมาชิกในทีมนอกจากเอฟบีไอเช่นเธอแล้วก็ยังมี อาเลฮานโดร (Benicio Del Toro) มือสังหารพระกาฬกับแมทท์ เกรเวอร์ (Josh Brolin) ซีไอเอขาลุย โดยภารกิจของพวกเขาคือลงพื้นที่ในเม็กซิโก แล้วตามสืบร่องรอยถล่มขบวนการค้ายา

แต่แน่นอนครับว่าเรื่องราวมันมีอะไรให้ติดตามมากกว่านี้อีกพอตัว เอาเป็นว่าไปดูไปรู้กันต่อในหนังจะดีที่สุดครับ

ผมดูหนังแล้วชอบนะครับ มันเข้มข้น กดดัน เนื้อหาแรงใช้ได้ ตามสไตล์ผู้กำกับ Denis Villeneuve (แห่ง Prisoners และ Enemy ที่จัดเป็นหนังดีแต่หนักกบาลหลังดูพอๆ กัน) และบทที่เขียนโดย Taylor Sheridan ก็นับว่าหนักและแน่นพอตัว ซึ่งนี่เป็นงานเขียนบทครั้งแรกของเขาเลยครับ (ก่อนหน้านี้เขาเป็นนักแสดงเล่นในซีรี่ส์ Sons of Anarchy ครับ)

ดาราก็มืออาชีพทุกคน Blunt นี่หลังๆ เริ่มเอาดีทางบทหนักๆ ได้สบายแล้ว (จริงๆ ผมว่าหน้าเธอเหมาะกับอมทุกข์ๆ ด้วยนะ 555) ส่วน Del Toro ก็เล่นดีอยู่แล้วในบททำนองนี้ เช่นเดียวกับ Brolin ที่ลอยลำ แม้บทจะไม่ได้เด่นมาก แต่พออ้าปากพูดหรือออกโรงทีไรก็แบ่งความเด่นไปได้ทุกที

ครับ หนังดี หนังเข้ม คุ้มค่าแก่การดูสำหรับคอหนังคุณภาพแบบจริงจัง แต่ถ้าให้ว่าตรงๆ แล้วหนังอาจไม่ได้ดูแล้วรู้สึกสนุกครับ ซึ่งโดยส่วนตัวผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป้าหมายของหนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำออกมาเพื่อความบันเทิงเริงใจ แต่ทำออกมาสะท้อนความจริง (ด้านไม่สวย) ของโลก หรือว่าง่ายๆ คือเอา “สถานการณ์สีเทาๆ” มานำเสนอผ่านแผ่นฟิล์มนั่นเอง

ดูหนังเรื่องนี้แล้วมันไม่ได้มีพระเอกจ๋า หรือนางเอกเท่ห์โคตร หรือตัวร้ายมาดเจ๋งแบบหนังบอนด์ แต่ละตัวละครก็คือคนธรรมดาน่ะครับ มีด้านดี-ด้านไม่ดีผสมกันไป อย่างตัวแทนกฎหมายก็ใช่ว่าจะยืนหยัดในหลักการได้ในทุกสถานการณ์ หรือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพวกค้ายาก็หาได้มีแต่มุมเหี้ยมล้วนๆ แต่ย่อมมีมุมอ่อนแอบ้าง อันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์

ผมเชื่อว่าหลังดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว แต่ละคนก็คงรู้สึกกับมันต่างกันไปครับ ทั้งในแง่ที่ว่าหนังเรื่องนี้สนุก-ไม่สนุก หรือในแง่ของเนื้อหา ในแง่ที่ว่าการที่ตัวละครบางตัวตัดสินใจทำแบบนั้น แล้วมันถือว่าถูกไหม สิ่งที่เรียกว่าถูกหรือผิดแบบขาวล้วนหรือดำสนิท มันมีจริงเพียงไร หรือมันมีเพียงในอุดมคติเท่านั้น… ผมรู้สึกว่าการที่มีหนังแบบนี้ออกมาเรื่อยๆ มันก็ชี้ชวนให้เราใคร่ครวญกับเรื่องพวกนี้ได้ในหลายระดับและหลายแง่มุมมากขึ้นครับ

โดยสรุปนะครับ หนังเข้มข้นและหนักพอสมควร แอ็กชันที่มีก็มีเพื่อเสริมเรื่องราวมากกว่าจะมีไปเพื่อความสะใจหรือตื่นเต้น และที่น่าจดจำอีกอย่างคือมุมกล้องได้อารมณ์ของ Roger Deakins ผู้กำกับภาพเจ้าของงานอย่าง No Country for Old Men, Unbroken, Prisoners, The Siege และ The Shawshank Redemption กล่าวคือถ้าอยากได้มุมกล้องจริงจัง กดดัน และได้อารมณ์ล่ะก็ขอให้บอกครับ ลุงเขาเก่งจริงในสายนี้

เป็นหนังคุณภาพที่แนะนำให้ชมครับ แต่อย่าคาดหวังความมันส์หรือความสนุกแบบบันเทิงก็แล้วกันครับ แล้วผมเชื่อว่าหนังจะเข้าไปนั่งอยู่ในอ้อมอกอ้อมใจของท่านได้ไม่ยาก (ยกเว้นไม่ชอบหนังเครียด ก็ไม่แนะนำครับ ^_^)

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

 

Advertisements