รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

A Street Cat Named Bob (2016) บ็อบ แมว เพื่อน คน

18424113_1629970653700396_8649893406538481147_n

เป็นเรื่องธรรมดาที่ชีวิตคนเรานั้นจะต้องเจอวันที่สับสนและหลงทาง จนเราต้องล้มคว่ำคลุกฝุ่นถลอกปอกเปิก และในวันแบบนั้น เราก็ต้องการหลักสักหลักหนึ่ง มายึดไว้ เพื่อพยุงตัวเราให้ลุกขึ้นอีกครั้ง

A Street Cat Named Bob สร้างจากหนังสือที่ร้อยเรียงขึ้นจากชีวิตของเจมส์ โบเวน ชายที่พ่อแม่แยกทางกัน แล้วชีวิตเขาก็ลงเอยด้วยการเป็นคนเร่ร่อนไร้บ้านที่ติดยาเสพติด เขาเล่นกีตาร์ข้างถนนไปวันๆ บางทีก็ต้องดำรงชีพด้วยของเหลือจากกองขยะ

เมื่อชีวิตถึงจุดวิกฤติมากๆ เขาก็พยายามจะตั้งหลักมันใหม่ และพอดีที่มีแมวลายสีเหลืองตัวหนึ่งโผล่เข้ามาในชีวิต เขาตั้งชื่อมันว่าบ็อบ และมันก็กลายเป็นเพื่อนใหม่ตัวสำคัญที่ทำให้เขาสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้

จริงๆ จากหน้าหนังแล้วดูจะเป็นหนัง Feel Good น่ะนะครับ แต่พอได้ดูแล้วก็พบว่ามันไม่ได้ Feel Good อย่างเดียว มันเป็นแนวผสมๆ ระหว่าง Feel Real กับ Feel Good คือดูแล้วก็ได้กำลังใจมาในระดับหนึ่งน่ะครับ แต่ไม่ได้กำลังใจฟุ้งเว่อร์เท่านั้นเอง ส่วนหนึ่งก็คงเพราะหนังไม่ได้ปรุงตัวเองให้ Feel Good ขนาดนั้น

หนังก็เล่าให้เราเห็นชีวิตข้างถนนของเจมส์ (Luke Treadaway) ไล่มาจนถึงวันที่เขาติดยาจนอาการหนัก แล้วก็ได้เจอวาล (Joanne Froggatt) เจ้าหน้าที่สาวมาช่วยเขาในการตั้งหลักชีวิต แล้วก็ตามด้วยการเจอเจ้าแมวบ็อบ

หนังเดินเรื่องแบบเรื่อยๆ ครับ พยายามปรุงน้อยๆ เล่าในหลายๆ มุม คือปกติหนังแบบนี้มักจะทำให้ตัวเอกเป็นคนดี 100% ให้เราเอาใจช่วยใช่ไหมครับ แต่กับเรื่องนี้เจมส์ของเราก็เป็นแค่คนธรรมดาครับ เขาทำถูกได้ ทำผิดได้ บางครั้งเขาก็ไปทำให้คนอื่นลำบากโดยไม่รู้ตัว

ภาพของเจมส์ในเรื่องคือคนที่ดูจะอ่อนต่อโลกน่ะครับ อ่อนในที่นี้คือ แม้เขาจะเจอปัญหาชีวิตมาเยอะ แต่เขาก็ยังดำเนินชีวิตต่อไปโดยไม่ค่อยเรียนรู้จากปัญหาหรือความผิดพลาดสักเท่าไร ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาไร้คนชี้ทางน่ะครับ ไร้คนแนะนำว่าจริงๆ แล้วชีวิตมันควรใช้อย่างไร และคนเราควรเติบโตขึ้นอย่างไร

เจมส์ที่เราเห็นจึงไม่ใช่แค่ชาย Homeless แต่ยัง Pointless ด้วย คือใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้จะทำอะไรต่อ ไม่รู้จะทำยังไงต่อ จนไปๆ มาๆ เขาก็ค่อยๆ รู้สึกว่าตนเองไร้ค่ามากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น “อยู่ไปเพื่อรอวันตาย” เท่านั้น

แล้วบ็อบก็เข้ามาครับ เจ้าแมวน้อยมาเป็นเหมือนเพื่อนและเหมือนหลักยึดสำหรับเจมส์ แน่นอนว่าในตอนท้ายเขาอาจไม่ได้ “โตขึ้น” แบบเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ แต่เขาก็เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น และอย่างน้อยเขาก็รู้ว่า เขาทำอะไรได้หลายอย่างมากกว่าที่คิด หากกล้าจะลงมือทำจริงๆ

อย่างที่บอกครับว่าหนังก็ Feel Real ในระดับหนึ่ง อย่างเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเจมส์กับเบ็ตตี้ (Ruta Gedmintas) สาวที่มีอดีตกับคนเสพยา หรือเรื่องระหว่างเจมส์กับครอบครัวใหม่ของพ่อ (Anthony Head) ที่ก็ไม่ได้ลงเอยอย่างสวยงามตามสูตรสำเร็จเสมอไป (มันสวยเท่าที่จะเป็นไปได้มากกว่าจะสวยตามสูตรน่ะครับ)

มันเป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆ นะครับ แต่อาจจะไม่พีคหรือโดนอะไรมากมาย ปรัชญาอาจไม่ได้ลึกล้ำ หรือความผูกพันระหว่างเจมส์กับบ็อบอาจดูไม่ลึกแบบเต็มที่ (บางคนอาจมองว่ามันดูผิวๆ ด้วยซ้ำ) แต่บอกได้เลยว่าคนรักแมวจะต้องชอบเรื่องนี้ เพราะนี่คือหนังที่เอาแมวมาขึ้นจอเยอะที่สุดในบรรดาหนังเกี่ยวกับแมวทั้งหมดในรอบหลายปี

ประมาณว่าก่อนหน้านี้มีหนังที่เอาแมวมาขึ้นปกโปสเตอร์เพื่อดึงดูดคนดูเยอะนะ แต่พอดูจริงๆ น้องแมวดันมานิดเดียว แต่กับเรื่องนี้ แมวบ็อบเป็นหนึ่งในตัวเอกจริงๆ ครับ

หนังกำกับโดย Roger Spottiswoode ที่มีผลงานมาหลากหลายแนว เพียงแต่อาจไม่มีผลงานเด่นเป็นชิ้นเป็นอันเท่านั้นเอง ไม่ว่าจะ Turner & Hooch, Air America, Tomorrow Never Dies และ Ripley Under Ground

แต่ในความคิดผมนะ ผมว่า A Street Cat Named Bob เรื่องนี้ ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขา (จนถึงตอนนี้) ครับ ^_^

สองดาวครึ่งกว่าๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

 

Advertisements