รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Peach Girl (2017) เธอสุดแสบ ที่แอบรัก

24130162_1845463945484398_823706231908659387_o

ผมไตร่ตรองอยู่พักหนึ่งว่าจะเขียนสิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ดีไหม ยอมรับว่ากังวลเหมือนกันครับเวลาจะต้องเขียนความรู้สึกเฉยๆ หรือลบๆ ที่มีต่อหนังสักเรื่อง เพราะบอกตรงๆ ว่าไม่อยากให้สิ่งที่เราเขียนไปกระทบความรู้สึกของใครทั้งนั้น

แต่พอถึงจุดหนึ่งผมก็เกิดความเชื่อขึ้นมาครับ เชื่ออย่างแรกคือเชื่อว่าผมรู้ลิมิตในการเขียน ผมว่าผมสามารถสื่อสารสิ่งที่ผมคิดออกไปได้โดยไม่จาบจ้วงความรู้สึกของใคร ส่วนหนึ่งเพราะเจตนาของเรานั้น ไม่เคยอยากจะจาบจ้วงใครอยู่แล้ว เราเพียงแสดงความคิดเห็นของเราเท่านั้น

และอีกหนึ่งความเชื่อก็คือ ผมเชื่อว่าคนในโลกโซเชียลยอมรับความต่างทางความคิดกันได้มากขึ้น คือที่อื่นจะเป็นยังไงผมก็ไม่ทราบครับ แต่อย่างน้อยในเพจแห่งนี้ ผมว่าผมวางใจที่จะบอกสิ่งที่ผมคิดออกมาตรงๆ ได้ เพราะพื้นที่แห่งนี้เราต่างก็เปิดใจ ให้คุณค่าต่อความเห็นต่างมุมกันพอสมควร

ลองว่าร่ายมาไกลขนาดนี้ ผมว่าหลายคนเดาได้แล้วล่ะว่าผมรู้สึกยังไงกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นครับ ความรู้สึกที่ผมมีต่อหนังเรื่องนี้ออกจะกลั้วๆ ผสมๆ กัน บางสิ่งที่ชอบก็มี แต่หากว่ากันโดยรวมแล้ว หนังคงไม่แนวสำหรับผมสักเท่าไร

ออกตัวก่อนว่าผมไม่เคยอ่าน Peach Girl ครับ แต่เคยอ่านการ์ตูนตาหวานมาพอสมควร เรื่องแรกจำได้เลยคือ Good Morning, Call (ที่ตอนนี้ Netflix มีทำซีรี่ส์ออกมา แต่ยังไม่ได้ดูสักที) แต่ถ้าถามว่าชอบเรื่องไหนสุด ก็คงต้องยกให้ Salad Days ครับ โดนใจสุด ชอบสุด รักสุด จี๊ดสุด

ส่วนหนึ่งที่ผมไม่โดนกับหนังเรื่องนี้อาจเพราะผมตั้งลำผิดไปหน่อยครับ ผมดูโดยไม่รู้อะไรเท่าไร ก็นึกว่ามันจะมาแนวหนังญี่ปุ่นที่ดูประจำ นั่นคือมาแนว Feel Good มาแนวให้กำลังใจ หรือไม่ก็แนวตัวเอกสู้ชีวิต ที่ไม่ว่าจะเจอปัญหารุมล้อมแค่ไหน เขาหรือเธอก็สามารถเอาชนะได้ และเรียนรู้เติบโตจากมันได้ ไม่ปล่อยให้ปัญหามาย่ำยีเราซ้ำๆ ซากๆ

ผมไม่อาจทราบได้ว่า Peach Girl ดั้งเดิมเป็นอย่างไร แต่สำหรับฉบับหนังนี่ทำให้นึกถึงละครไทยน่ะครับ นางเอกเป็นคนดีแสนดีใสซื่อน่ารัก แอบรักเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่ง แต่เธอดันโดนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด คอยปั่นป่วนกลั่นแกล้งและยื้อแย่งทุกสิ่งไปจากเธอ ซึ่งเพื่อนที่ว่านี่ก็ทำให้นึกถึงนางอิจฉาหนังไทยขึ้นมาแบบเต็มๆ

ช่วงต้นๆ พอดูไปพักหนึ่งก็เหมือนปัญหาจะคลี่คลายครับ แต่สุดท้ายตัวเพื่อนขี้อิจฉาก็ยังมีบทบาทมาอยู่เรื่อยๆ ระหว่างดูก็เลยเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่าหนังเรื่องนี้คงไม่ใช่หนังสำหรับเราแล้วล่ะ แนวทางไม่ตรง ดังนั้นผมก็จะไม่บอกว่าหนังดีหรือไม่ดีน่ะนะครับ เพราะรู้ว่าคนที่ชอบหนังเรื่องนี้ก็มีอยู่ แต่สำหรับผมยอมรับว่าไม่แนวจริงๆ

แต่ยอมรับครับว่า Mizuki Yamamoto แสดงได้น่ารักดี จริงๆ ที่ดูก็เพราะเธอแสดงนำนี่แหละ แล้วก็ชอบ Soundtrack ในเรื่องหลายๆ เพลงที่ถือว่าเลือกเพลงมาใส่ได้พอเหมาะ เพิ่มจังหวะอารมณ์ให้กับหนังได้แบบกำลังดี ซึ่งอะไรทำนองนี้ถ้าเป็นหนังญี่ปุ่นก็ดูจะไว้ใจได้เสมอครับ

ถ้ามองอย่างกลางๆ แล้ว หนังก็เหมือนเป็นการนำเอาชีวิตช่วงวัยรุ่นวัยวุ่นมาบอกเล่า มันก็จะมีอะไรง้องแง้งงุ้งงิ้งตามประสา ซึ่งถ้าใครชอบแนวนี้ก็น่าจะสนุกกับหนังได้ไม่ยาก แต่อย่างผมมันออกแนว Salad Days น่ะครับ แต่ซีรี่ส์แนวรักๆ ของญี่ปุ่นผมก็ชอบนะ ชอบมาตั้งแต่ With Love (สื่อรักออนไลน์) แล้ว ลองมานั่งนึกๆ ก็พบว่ามีน้อยเรื่องครับที่จะไม่ชอบหรือเฉยๆ และเรื่องนี้ก็คือหนึ่งในน้อยเรื่องนั้น

ผมลองถามตัวเองว่าเพราะอะไรถึงไม่โดน ส่วนหนึ่งก็คงเพราะไม่ชอบตัวเพื่อนนางเอกที่มาก่อเรื่องซ้ำๆ และนางเอกของเราก็เป็นคนดีเลยตกเป็นเหยื่อบ่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นคือบางตัวละครก็โดนเพื่อนนางเอกนี่แหละขู่นั่นขู่นี่ ปั่นหัวนั่นนี่จนเรื่องวุ่นวายไปหมด ซึ่งในมุมหนึ่งมันก็คือ “ความจริงที่มีในสังคม” แต่ขณะเดียวกันผมก็มองว่ามันคือ “วงจรอุบาทว์” ที่หากไม่มีใครคิดจะ Break มันแล้ว มันก็จะวนเวียนวุ่นวายแบบนี้ไปเรื่อย ไม่มีวันจบสิ้น

ถ้ามองในมุมหนึ่ง หนังก็คงทำหน้าที่สะท้อน “มุมหนึ่ง” ของความจริงในโลกแห่งความรักของวัยรุ่นได้โอเคน่ะครับ เพียงแต่หนังอาจจะพร่องไปในส่วนของ “การสอนให้เรารับมือกับมัน สอนให้เราสู้กับมันอย่างมีสติ และสอนให้เรา “เจ็บแล้วต้องจำ ไม่ซ้ำเจ็บแบบเดิมๆ”” ซึ่งส่วนนี้จริงๆ เป็นไฮไลท์ที่มีเสมอในหนังญี่ปุ่น แต่กับเรื่องนี้มันพร่องส่วนนี้ไปครับ ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)