รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Road Within (2014) ออกไปซ่าส์ให้สุดโลก

12308491_1118059368224863_3187466510612166982_n

หนังดีอีกเรื่องที่จัดว่าโดนใจทีเดียวครับ มันเป็นส่วนผสมระหว่างหนัง Feel Good กับ Feel Suck กล่าวคือมีทั้งส่วนที่ดูแล้วเกิดความหวังและพลังชีวิต แล้วก็มีส่วนที่ดูแล้วตระหนักถึงด้านเฮงซวยของชีวิตอยู่เหมือนกัน

แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกว่าตัวเองได้อารมณ์ Feel Good มากกว่าหลังจากดูจนจบครับ

ตัวเอกชื่อว่า วินเซนต์ (Robert Sheehan) เด็กหนุ่มที่มีอาการของโรคทูเร็ตต์ หรือ Tourette’s Disorder อันเป็นอาการกล้ามเนื้อกระตุก ซึ่งบางราย (อย่างกรณีของวินเซนต์) ก็จะมีการเปล่งเสียงเป็นคำสบถด่าทอออกมาโดยที่เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองให้หยุดได้

ครับ และเมื่ออาการของวินเซนต์เป็นมากขึ้น พ่อของเขา (Robert Patrick) เลยตัดสินใจพาลูกชายมาเข้ารับการบำบัด และที่นั่นวินเซนต์ได้พบกับอเล็กซ์ (Dev Patel)เพื่อนร่วมห้องที่มีอาการย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder) และ มารี (Zoë Kravitz) ที่เป็น Anorexia (ที่หลายคนอาจรู้จักในชื่อโรคกลัวอ้วน อาการส่วนใหญ่คือปฏิเสธการกินอาหารเพื่อให้รูปร่างผอมไว้)

ซึ่งแน่นอนว่าตอนแรกพวกเขาก็เข้ากันไม่ได้เท่าไรครับ มีจุดขัดแย้งบ้างอะไรบ้าง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งพวกเขาก็ได้ออกผจญภัยท่องโลกด้วยกัน อันนำมาสู่บทเรียนชีวิตที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา (และสำหรับคนดูด้วยนะ ผมว่า ^_^)

หนังมีดีมากๆ ในเรื่องของนักแสดงครับ ทุกคนเล่นได้น่าจดจำ อย่าง Patel (Slumdog Millionaire, The Best Exotic Marigold Hotel และ Chappie) ก็พลิกมาเล่นเป็นคนที่เป็นโรค OCD ได้อย่างน่าเชื่อ พี่แกดูโทรม ตาดูตื่น ท่าทางหลุกหลิกประหนึ่งว่าไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เช่นเดียวกับ Sheehan ที่เล่นได้ลื่นเช่นกันครับ บางซีนตอนเขาคุมอาการไม่ได้นี่ก็ทำเอาสงสารอยู่เหมือนกัน

Kravitz ก็แสดงได้ดีครับ เพียงแต่ความเด่นเหมือนจะโดน 2 ตัวเอกแย่งซีนไปพอสมควร กระนั้นผมก็ชื่นชมในความทุ่มเทของเธอครับ เพราะเพื่อบทนี้แล้ว เธอลงทุนลดน้ำหนักตัวเองถึง 20 ปอนด์ เพื่อให้มีลักษณะกายภาพตรงตามอาการของตัวละครมารี

ในขณะที่ Patrick ก็ถือว่าพอเหมาะนะสำหรับบทพ่อผู้สับสน คือจริงๆ เขาก็เป็นคนที่พยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดน่ะครับ เพียงแต่ดีของเขากับดีของคนอื่น (เช่น “ดี” ของวินเซนต์) มันไม่ตรงกัน

ซึ่งในการผจญภัยของวินเซนต์และผองเพื่อนหนนี้ นอกจากพวกเขาจะได้เรียนรู้หลายๆ อย่างแล้ว ตัวละครอย่างพ่อของวินเซนต์พลอยได้เรียนรู้ไปด้วย (ผมเกือบจะใช้คำว่าพ่อของเขาได้รับบทเรียน แต่ถ้าใครดูหนังแล้วจะเข้าใจครับว่าคำว่า “บทเรียน” มันไม่ตรงเท่าไร แต่มันออกแนว “ทั้งพ่อทั้งลูก ต่างคนต่างได้เรียนรู้” มากกว่าครับ)

ดาราอีกคนที่บทอาจไม่เยอะ แต่ก็มีผลต่อเนื้อเรื่องก็คือ Kyra Sedgwick ในบท ดร.มิอา โรส ผู้รับหน้าที่ดูแลเด็กๆ ทั้ง 3 ซึ่งบทของเธอคนนี้ยังเล่นอะไรได้อีกเยอะครับ แต่คงเพราะพื้นที่ในหนัง เอาแค่ 3 ตัวละครหลักก็เต็มแล้ว ไหนจะมีพ่อของวินเซนต์อีก เลยไม่แปลกหากบทของ ดร.มิอา จะลดสัดส่วนกันไปตามลำดับ

หนังเขียนบทและกำกับโดย Gren Wells ที่กำกับเรื่องนี้เป็นครั้งแรกครับ ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีครับ แม้จะมีช่วงอืดช้าบ้าง แต่โดยรวมถือว่าสนุกและน่าติดตาม มีประเด็นดีๆ ชวนให้เรานำไปคิดไม่ใช่น้อย

ต้องบอกก่อนครับว่าหนังเรื่องนี้จริงๆ เป็นหนังรีเมคครับ งานต้นฉบับคือหนังเยอรมันปี 2010 เรื่อง Vincent will Meer ซึ่งก็ได้รับคำชมไปพอประมาณเหมือนกัน (ผมยังไม่มีโอกาสได้ชมครับ แต่ได้ข่าวว่าความดีของฉบับรีเมคและฉบับนี้ใกล้เคียงกัน)

ดูเลยครับ ถ้าใครชอบหนังชีวิตแนว Road Movie ที่มีการแสดงดีๆ และมีประเด็นชี้ชวนให้ทบทวนชีวิต ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements