Action

No Escape (2015) หนีตายฝ่านรกข้ามแดน

192141

No Escape เรื่องนี้เข้ามาถ่ายทำในไทย แล้วก็เกือบจะไม่ได้ฉายครับ (เหตุผลหนึ่งคงเพราะฉากหลังว่าด้วยการประท้วงและจลาจล) แต่สุดท้ายก็ได้ฉาย โดยเนื้อหาเหตุการณ์ในเรื่องเกิดในประเทศนามสมมติ พยายามไม่พาดพิงอิงถึงใคร

เรื่องของ แจ็ค (Owen Wilson) ที่พาครอบครัวของตนย้ายมาทำงานยังประเทศแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อประชาชนในประเทศลุกฮือขึ้นมา มีการสังหารชาวต่างชาติไปจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนล่ะครับว่าแจ็คกับครอบครัวก็โดนตามล่าเอาชีวิตเหมือนกัน พวกเขาก็เลยต้องหาทางหนีและเอาชีวิตรอดให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผมว่าหนังเวิร์กครับ ตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่องเลย ช่วงต้นก็อาจจะเรื่อยๆ มาเรียงๆ ตามสไตล์น่ะครับ ปูพื้นเปิดเรื่องแนะนำตัวละครหลักซึ่งก็คือ แจ็ค ภรรยา และลูกๆ 2 คน ตามด้วยแฮมมอนด์ (Pierce Brosnan) ที่พวกแจ็คได้รู้จักโดยบังเอิญ แต่หนังก็ไม่ใช้เวลากับตรงนี้นานนักครับ สักพักก็เกิดเหตุจลาจล ซึ่งพอเกิดเรื่องเนี่ย ความระทึกมันตามมาไม่หยุดเลย เพราะกลุ่มคนที่จลาจลก็หมายจะจัดการชาวต่างชาติ ล่าไม่เลิกฆ่าไม่หยุด จนความกดดันก่อตัวขึ้นตามลำดับ

ดูไปก็ลุ้นไปครับ ลุ้นว่าพวกแจ็คจะหนีรอดได้ยังไง เพราะสถานการณ์มันบีบคั้นตลอด คือมีแต่ตายกับตายน่ะครับ อาวุธก็ไม่มี แล้วยังมีลูกเล็กๆ อีก 2 คน การจะหนีจะสู้ก็ทำได้ไม่เต็มที่ ยิ่งตอนโดนต้อนไปจนสุดตึกนี่ก็ลุ้นมากๆ ล่ะครับ เพราะจะหนียังไงต่อล่ะ มันสุดทางแล้ว เฮ่อ ลุ้นจนแอบเหนื่อยเหมือนกันแฮะ

ณ นาทีนี้ขอยกให้เรื่องนี้เป็นงานกำกับชิ้นที่เด็ดที่สุดของ John Erick Dowdle เจ้าของผลงานอย่าง Quarantine, Devil และ As Above, So Below เพราะเรื่องก่อนๆ มันยังมีช่วงช้าหรือไม่ก็เรื่อยๆ มาปน แต่กับเรื่องนี้อย่างที่บอกครับ นอกจากตอนต้นที่เรื่องมันต้องช้าเพื่อปูพื้นแล้ว นอกนั้นความระทึกมาเรื่อยๆ แม้ความสมจริงในบางฉากอาจพร่องไปบ้างก็ตาม แต่ถ้าคิดในแง่ของ “ก็คนมันไม่มีทางเลือก” ก็น่าเห็นใจล่ะครับ

อย่างบางการกระทำของแจ็คในการหนีเอาชีวิตรอดนั้น มันอาจดูเว่อร์บ้างอะไรบ้าง แต่ถ้าคิดในแง่คนจะตายอยู่แล้ว หนีไปไหนก็อาจไม่รอดอยู่แล้ว การจะทำอะไรแบบนั้นมันก็พอเข้าใจล่ะครับ บางอย่างเสี่ยงตาย แต่ก็ยังแค่ “เสี่ยง” ดีกว่าไม่ทำแล้วตายแน่ๆ อะไรแบบนั้นน่ะครับ

สรุปว่าถ้าใครอยากดูหนังลุ้นระทึกล่ะก็ เรื่องนี้ตอบโจทย์ครับ มันตื่นเต้นได้เรื่อยๆ และอาจจะเพราะหนังมาถ่ายทำในบ้านเราด้วยมั้ง มันเลยมีอารมณ์บางชนิดผสมผสานระหว่างดูหนังด้วย จะบอกว่ารู้สึกสมจริงก็คงใช่ล่ะครับ เพราะมันใกล้ตัวจนนึกภาพได้นั่นเอง

ไม่เหมือนกับถ้าหนังฉายภาพเกิดเหตุจลาจลในซาราเจโวหรือแอฟริกา เราอาจรู้สึกตื่นเต้น แต่ไม่อินมากมายขนาดนั้น แต่นี่มันตึกแบบบ้านเรา ลักษณะเมืองแบบบ้านเรา ดาราร่วมแสดงหลายคนก็คือคนบ้านเรา แม้ในหนังจะพยายามแปลงภาษาต่างๆ ให้ไม่ใช่ภาษาไทยก็เถอะ แต่ยังไงคนไทยดูหนังที่ถ่ายทำในไทย มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า “นี่คือประเทศไทย” แล้วพอได้เห็นภาพดังกล่าว แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องแต่ง แต่ใจมันก็สั่นไหวได้เป็นของธรรมดา

No-Escape-1864x1051

ดาราในเรื่องเล่นได้ดีครับ ทั้ง Wilson, Lake Bell แล้วก็ Brosnan ที่มาในเชิงบทสมทบ แต่ก็น่าจดจำไม่น้อยเหมือนกัน แล้วยังมีดาราไทยหน้าคุ้นอย่างคุณสหจักร บุญธนกิจร่วมแสดงด้วย (ที่คุ้นเพราะถ้าหนังเรื่องไหนถ่ายในไทย พี่เขาจะร่วมเล่นด้วยเสมอครับ)

ดูแล้วรู้สึกชอบครับ ทำได้ตื่นเต้นสนุกดี แต่เหตุการณ์ในเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องสนุก บอกได้เลยครับ

ปล. จะสปอยล์หน่อยล่ะนะครับ ไม่อยากทราบข้ามไปก่อนครับ

ผมชอบที่หนังผูกปมประมาณว่าที่คนในชาติสมมตินั้นจลาจลก็เพราะชาติตะวันตกมีความตั้งใจจะฮุบประเทศของพวกเขา ผ่านทางเรื่องเศรษฐกิจและสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งในเรื่องแฮมมอนด์คือตัวละครที่บอกออกมาตรงๆ ครับว่าเขาทำหน้าที่แทรกซึมเข้ามาในประเทศนี้ ทำตัวเหมือนเพื่อนที่ดี คอยแนะนำโน่นนี่และสนับสนุนเงินทุนต่างๆ ให้

แต่พอองค์กรต่างๆ ในชาติสมมตินั้นไม่สามารถบริหารงานได้ หรือไม่สามารถใช้หนี้ได้ ชาติตะวันตกก็จะเข้ามาเทคโอเวอร์ทีละภาคส่วน อย่างการมาของแจ็คนั้นก็มาเพื่อคุมงานที่ถูกฮุบไปนั่นแหละครับ เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมคนในชาติสมมตินั้นต้องตามฆ่าชาวต่างชาติ และจองเวรครอบครัวของแจ็คแบบสุดๆ (ถึงขั้นปริ้นท์ภาพแจ็คขึ้นผ้าใบไว้ตามล่าเลย)

“พวกเขาก็ทำเพื่อลูกหลานเขาน่ะ” เป็นประโยคที่แฮมมอนด์พูดขึ้น และผมจำได้ขึ้นใจเลย ซึ่งมันอธิบายเหตุการณ์ได้ล่ะครับ สำหรับคนที่ก่อจลาจลก็เหมือนกับสุดจะทน ทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นประเทศโดนกลืนไป องค์กรนั้นโดนครอง บริษัทนี้โดนเทค ชาวต่างชาติคุมหมดเหมือนมาสูบเลือดสูบเนื้อโดยเจตนา แล้วลูกหลานพวกเขาจะมีโอกาสที่ดีๆ ได้ไหม แล้วสิ่งที่บรรพบุรุษเขาก่อร่างสร้างมา มันจะเหลืออะไร

ครับ ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงหรอก แต่กระนั้นก็รู้สึกเข้าใจในมุมของคนที่ก่อการอยู่เหมือนกัน คือมันมีเหตุน่ะครับ แล้วมันก็เลยมีผลที่ตามมา

ผมมองว่า John Erick Dowdle และ Drew Dowdle ก็กล้าพอตัวล่ะครับที่จับประเด็นนี้มาเขียนเป็นบทหนัง ซึ่งผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงอะไรเลยนะ เราก็ทราบๆ กันดีว่าสิ่งที่แฮมมอนด์พูดอยู่มันเคยเกิดขึ้นจริง (และเชื่อว่ากำลังเกิดขึ้นอยู่ในหลายที่) มันคือการล่าอาณานิคมสมัยใหม่ ที่เปรียบได้กับการเล่นหมากรุกโดยเลิกใช้ม้าใช้เรือในการเดินหมาก

กล่าวคือแทนที่จะเดินบนกระดานทีละตาแล้วลับคมกันอย่างเปิดเผย พวกพี่เขาเล่นแอบมุดลงดิน ขุดใต้กระดานของฝ่ายตรงข้ามให้เป็นโพรง โดยหมากฝ่ายตัวเองก็วางอยู่กับที่ทำทีเหมือนไม่ได้เดินอะไร แล้วก็รอดูโพรงถล่ม ให้ฝ่ายตรงข้ามจมลงไปใต้ธรณีของตน

พอเสร็จกระบวนการก็ค่อยเดินหมากต่อ โดยตอนนี้เบี้ยและขุนของฝ่ายตรงข้ามก็จะกลายสภาพเป็นพื้นกระดาน ให้ตนเองใช้เดินข้ามไปรุกฆาตอย่างสะดวกโยธิน

พอมองประเด็นต่างๆ เหล่านี้ที่หนังเล่ามา เลยรู้สึกครบเครื่องน่ะครับ มันเป็นหนังแอ็กชันทริลเลอร์แต่ก็สะท้อนความจริงของโลกได้ไม่เลวอยู่เหมือนกัน ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements