รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Hang ‘Em High (1968) รอยแค้นมือปืนเพชรตัดเพชร

SIXSHEET125-2

หลังจาก Clint Eastwood โด่งดังจากหนังคาวบอยอย่างไตรภาค Man with No Name และซีรี่ส์อย่าง Rawhide แล้ว เขาก็มาดังซ้ำด้วยหนังเรื่องนี้ครับ

เรื่องเริ่มต้นเมื่อ อดีตมือปราบ เจด คูเปอร์ (Clint Eastwood) โดนจับแขวนคอข้อหาฆาตกรรมทั้งที่เขาไม่ได้ทำ โชคดีครับที่เขารอดมาได้ และได้รับการช่วยเหลือ จนเขาตัดสินใจกลับมารับงานมือปราบอีกครั้ง และเดินหน้าตามล่าตัวพวกที่ตั้งศาลเตี้ยกับเขา พร้อมทั้งทำหน้าที่มือปราบ คอยจับอาชญากรไปด้วย

ดูแล้วก็เข้าใจเลยครับว่าทำไมหนังถึงประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม (ลงทุน $1.6 ล้าน ได้เงินคืนมา $16.9ล้าน) หนังดุสนุกตั้งแต่ต้นครับ เปิดเรื่องมาก็ไม่อ้อมค้อม เล่าให้เรารู้จักเจด ก่อนที่ไม่กี่นาทีต่อมาเขาต้องเจอกับพวกศาลเตี้ยมารุมจับกุม เรียกว่าเข้าเรื่องได้เร็วดีครับ

ช่วงต้นหนังถือว่าเดินเรื่องเร็วครับ มีการแนะนำตัวละครอื่นๆ พร้อมทั้งตั้งลำให้ตัวเอกอย่างเจดเตรียมลงสนามไปไล่จับพวกที่ทำกับเขาเอาไว้ มีแอ็กชันเป็นระยะแทรกลง ถือว่าน่าติดตามดีจริงๆ

หนังจะมาช้าลงหน่อยก็ตอนกลางๆ ครับ มีวาระอ้อยอิ่งบ้าง แต่อย่างน้อยหนังก็มีประเด็นให้เราสนใจ อย่างเช่นเรื่องศาลเตี้ยที่เจดรู้ซึ้งดีว่ามันมีโทษเพียงไร เพราะเขาเองก็เกือบตายทั้งที่ไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหาเลย ดังนั้นพอเขาเจอกับนักโทษคนอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้ทำผิดรุนแรง เขาเลยเห็นใจและอยากจะช่วยผ่อนโทษหนักให้เป็นเบา

แต่ในมุมมองของเจ้าทุกข์แล้ว ยังไงก็อยากให้คนทำผิดรับโทษหนักๆ ครับ หรือคนของทางการเองก็มองว่าการแขวนคอมีความจำเป็น เพราะไม่ว่าจะยังไง คนที่โดนหาว่าเป็นฆาตกรนั้น หากทางการปล่อยไป เดี๋ยวก็จะมีการไปตามล่าตามฆ่ากันอีกอยู่ดี ดังนั้นการแขวนคอในแง่หนึ่งก็เป็นเหมือนการทำตามกระแสสังคมด้วยเหมือนกัน

จุดนี้ผมไม่ได้พูดขึ้นเพื่อจะบอกว่าควรมีหรือไม่ควรมีโทษประหารครับ นั่นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่สำคัญจริงๆ คือการสืบสวนหาหลักฐาน หากจะเอาผิดใครก็ต้องมีหลักฐานแวดล้อมให้มากที่สุด รวมถึงดูจากพฤติการณ์มาประกอบกัน หรือไม่ก็ต้องตะล่อมทำให้คนทำผิดยอมรับหรือหลุดอะไรออกมาให้ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อคัดกรองไม่ให้เกิดการประหารผิดคน

เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่มีรายละเอียดให้ใส่ใจมากกว่าเรื่องแค่ว่าจะประหารหรือไม่ประหารครับ คือจะประหารก็ได้ แต่ก็ต้องแน่ใจว่าคนที่รับโทษคือคนผิดจริงๆ หรือจะไม่เอาโทษประหารเลยก็ได้ แต่ก็ต้องแน่ใจว่ามันจะไม่ทำให้เกิดผลร้ายมากกว่าดี ไม่ทำให้คนหันมาทำผิดแบบไร้ความเกรงกลัว

สำหรับตัวหนังก็ตั้งคำถามเรื่องพวกนี้ได้ไม่เลวครับ แต่ก็ไม่ได้ขยี้ประเด็นเล่นอะไรมาก เพราะหลักๆ คือหนังคาวบอยไล่ปราบคนร้ายมากกว่า ซึ่งโดยรวมก็ถือว่าสนุกและน่าติดตามครับ แม้จะมีบางช่วง (โดยเฉพาะตอนกลางๆ) ที่ช้าไปบ้าง แต่อย่างน้อยเสน่ห์บนจอของปู่ Clint ก็ยังดึงความสนใจได้ดี รวมถึงการแสดงของ Hingle และ Inger Stevens ซึ่งรายหลังนั้นก็มีข่าวรักๆ ใคร่ๆ ในกองถ่ายกับปู่ Clint ด้วยครับ

นี่ถือเป็นหนังเรื่องแรกของบริษัท Malpaso Company ของปู่ Clint และแรกเริ่มเดิมทีปู่ Clint ได้รับการทาบทามให้ไปเล่นหนังเรื่อง Mackenna’s Gold ครับ แต่เขาก็บอกปัดเพื่อมาแสดงในเรื่องนี้แทน และเขาเป็นคนเลือกให้ Ted Post มากำกับหนังเรื่องนี้ หลังจากเคยร่วมงานกันอย่างเข้าขามาแล้วในซีรี่ส์ Rawhide

ยังมีข่าวว่า Sergio Leone ผู้กำกับหนังไตรภาค Man With No Name เกือบได้มากำกับหนังเรื่องนี้เหมือนกันครับ แต่ตอนนั้นเขาติดต้องถ่ายทำ Once Upon a Time in the West ก็เลยไม่ได้มากำกับ

โดยรวมแล้วหนังถือว่าทำได้สนุกชนิดที่คอหนังตะวันตกน่าจะชื่นชอบและเพลินไปกับหนังได้ไม่ยากครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Clint_Eastwood_hang_em_high

 

Advertisements