รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

บุญชู 8 เพื่อเธอ (1995)

Untitled0322

ชื่อตอนสั้น ความยาวก็ไม่มากครับสำหรับภาคนี้ ที่จับเอาเรื่องราวหลังจากบุญชูกับโมลีได้แต่งงานกันและกำลังจะมีลูกในไม่ช้า แต่ก็เกิดเหตุร้ายขึ้น เมื่อมีโจรบุกปล้นตลาด ยิงปืนต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนคุณโมโดนลูกหลงเข้ากลางหลัง โอกาสเป็นตายเท่ากัน

ทั้งบุญชูและผองเพื่อนที่รออยู่นอกห้องผ่าตัดก็เป็นห่วงโมลีอย่างสุดกำลัง ระหว่างลุ้นว่าหมอจะช่วยโมได้ไหม ก็ไม่ได้รอเปล่าครับๆ ต่างคนต่างก็หาทางช่วยด้วยวิธีโบราณ ได้แก่การบนบาลศาลกล่าว ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยโมลีให้รอด ซึ่งแม่บุญล้อมกับคุณมานีและพี่บุญช่วยก็บนแบบสามัญครับ แต่พวกไวยากรณ์นี่แหละใช้หลักบนพิสดาร คิดว่ายิ่งบนแปลกยิ่งได้ผล แล้วไงล่ะครับ โมลีรอดจริงๆ ทีนี้พวกพี่แกก็ต้องมาแก้บนกันอุตลุดล่ะครับ

ภาคนี้ได้พลังดาราช่วยไว้เยอะมากครับ เพราะเรื่องราวมันอ่อนที่สุด ประเด็นหลักๆ คือเรื่องของความเชื่อ การขอพรบนบาล ซึ่งแสดงถึงอุปนิสัยห่วงใยของคนไทยได้ดี ประเภทว่าถ้าช่วยให้คนสำคัญรอดจากเหตุร้ายได้ล่ะก็ เบื้องบนจะเอาอะไรก็ยอม แม้จะดูงมงายในสายตาคนรุ่นใหม่ แต่มันก็เป็นกำลังใจอย่างหนึ่งนะครับ เป็นการทำให้คนมีความหวัง มองโลกในแง่ดี ไม่หมดแรงทำอะไรลงไปซะก่อน

โดยส่วนตัวแล้วนะครับ ผมรู้สึกชอบภาคนี้น้อยที่สุด แม้ดีกรีความฮาจะยังมีอยู่ แต่สาระดีๆ ประจำหนังชุดนี้ถูกลดปริมาณลง เน้นเหตุการณ์วุ่นวายหรือไม่ก็ฉากตลกมากกว่า อย่างการที่ไวยากรณ์ต้องไปเฝ้าห้องดับจิตแบบที่เน้นฮาอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับสาระเลย ซึ่งถ้าเป็นตอนก่อนๆ นี่แทบทุกฉาก มันมักจะมาพร้อมประเด็นดีๆ หรือไม่ก็มุกอำแบบสดใหม่ แต่มุกเฝ้าห้องดับจิตนี่เก่าแก่คุ้นจากหนังเรื่องอื่นๆ ยังไงก็ไม่รู้ ยิ่งช่วงท้ายนี่แหวกไปเรื่องขโมยพระพุทธรูปก็เหมือนใส่ลงมาให้ครบเวลาเท่านั้นเอง

181_Boonchu8_gallery_01_

จริงๆ ภาคนี้มีความพิเศษคือได้ดาราเหน่อรุ่นแรกอย่างคุณจารุณี สุขสวัสดิ์มาเสริมทัพ แต่ก็ไม่ได้ประทับใจมากอย่างที่คาดหมาย ฉากการต่อสู้อลหม่านก็ไม่ได้เร้าใจฮาไปตีกันไปแบบที่ผ่านมาอีกเช่นกัน

ด้วยอะไรที่เดิมๆ (แต่ไม่ได้เด็ดเหมือนเดิม) ก็เลยดึงคนดูไปได้ไม่เยอะ รายได้หยุดอยู่เพียง 25 ล้านบาทเท่านั้น นี่ถ้าไม่ได้ดารามาช่วย ไม่ได้มุกอำที่ยังพอขำก็คงจะได้น้อยกว่านี้ แต่พอดีได้ฐานเดิมช่วยและความผูกพันมาตั้งหลายภาค ก็เลยถือว่าพอผ่าน พอสนุกครับ แบบไม่ต้องคิดมากนะครับ

ถึงกระนั้น แม้จะไม่ใช่ภาคที่ประทับใจ แต่นี่ถือเป็นบุญชูตอนแรกที่มี End Credits พร้อมเพลงประจำหนังบุญชูเปิดคลอ ซึ่งถ้าคุณลองดูหนังบุญชูเรียงกันแบบผมนะครับ คุณจะรู้สึกว่า End Credits นี้มีความพิเศษ มันให้ความรู้สึกอาลัยนิดๆ ชวนให้คิดถึงพวกบุญชูหน่อยๆ ยิ่งภาคนี้กลายเป็นเหมือนภาคทิ้งท้าย (ในสมัยนั้นน่ะครับ ก่อนภาค 9 จะสร้าง ใครๆ ก็นึกว่าบุญชูคงจบแค่ภาค 8) ซึ่งหนังชุดนี้ใครได้ดูต่อเนื่องล่ะเตรียมรักพวกบุญชูได้เลย มันอบอุ่นและทุกตัวละครสัมผัสได้ เหมือนมีชีวิตและโลดแล่นอยู่ในใจคนดูเสมอ ท่วงทำนองตอน End Credits เลยค่อนข้างจับใจน่ะครับ

เอาล่ะ สรุปว่าภาคนี้ ต้องอย่าตั้งความคาดหวังมากครับ ดูสนุกๆ เรื่อยๆ แบบอย่าไปเอาภาคก่อนๆ มาเป็นเกณฑ์ แล้วคุณก็จะโอเคกับภาคนี้ครับ

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements

หมวดหมู่:รีวิวหนัง/ภาพยนตร์, หนังไทย (Thai Movies), Comedy, Drama, Romance

Tagged as: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,