รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

บุญชูผู้น่ารัก (1988)

7fab6e4ec4e841b5579e698e9a291a76

นี่คือเรื่องราวตอนแรกที่แนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับหนุ่มสุพรรณคนซื่อผู้นี้ครับ

บุญชูผู้น่ารัก เล่าถึง บุญชู (คุณสันติสุข พรหมศิริ) ที่เดินทางจากบ้านนา จำห่างแม่มากรุงเทพ เพื่อกวดวิชาหาความรู้เตรียมตัวสอบเข้าคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มหาลัยเดียวกับผมเลย อิอิ) เพื่อนำเอาความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิด ช่วยชาวไร่ชาวนาให้ปลูกผลผลิตได้ดีกว่าเดิม และที่สำคัญที่สุดคือการเอาใบปริญญาไปฝากแม่ (ป้าจุ๊ จุรี โอศิริ) ให้ได้ภาคภูมิใจกัน ว่าลูกชายฉันได้ในปริญญาคนแรกของหมู่บ้าน

บุญชูเข้ากรุงมาอาศัยอยู่กับพี่ชาย นายบุญช่วย (อานิรุตต์ ศิริจรรยา) ที่ทำท่าเรือข้ามฟากอยู่ ตอนแรกบุญชูก็ตั้งใจเรียนล่ะครับ แต่ประจวบเหมาะในสถานที่กวดวิชานั้นเขาได้เจอกับ โมลี (คุณจินตหรา สุขพัฒน์) สาวน้อยน่ารักที่ใจดีงดงามไม่แพ้รูปร่างหน้าตา และเธอคนนี้แหละที่คว้าใจบุญชูทันทีที่ได้เจอ (เล่นเอาพี่แกเพ้อจนลืมลงจากรถเมล์กันเลยทีเดียว) แม้จะเข้าอีหรอบดอกฟ้าจากกรุงกับหมาน้อยที่คอยชะเง้อ แต่เขาก็ยังหวังอยู่ลึกๆ แม้ไม่ได้ใจเธอไม่เป็นไร ขอให้ได้อยู่ใกล้และทำอะไรดีๆ ให้ก็พอ

เฮ่อ แล้วไหนจะต้องสอบให้ได้อีกเนี่ย มันจะไหวไหมว้า บุญชู!

ดูภาคแรกแล้วถึงบางอ้อครับว่าทำไมถึงมีภาคต่อออกมามากขนาดนี้ ก็หนังดีนี่ครับ สมบูรณ์บนความเรียบง่าย เนื้อหาไม่ยิ่งใหญ่ ไม่ซับซ้อนเกินความเข้าใจ จับใจคนได้อย่างอยู่หมัด

ส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังบุญชูประสบความสำเร็จก็คงเพราะเนื้อหาที่ง่ายต่อการเข้าถึงในหมู่ชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรอีกกว่า 80% ของบ้านเราก็เป็นคนต่างจังหวัด การเดินทางมาทำงานหรือเรียนต่อในเมืองกรุงเป็นความฝันพื้นฐานของใครหลายคนอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกครับที่จะมีคนพากันเอาใจช่วยอยากรู้ว่าบุญชูจะสมหวังหรือไม่

ยังไม่พอครับ เนื้อหาจับตลาดคนส่วนใหญ่ เนื้อในก็ยังจับตลาดวัยรุ่นได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะจับเอาเรื่องการเรียนและความรักมาบอกเล่า แหม ใครเคยผ่านวัยรุ่นมาย่อมทราบดีครับว่าเมนูหลักของชีวิตวัยรุ่นน่ะมันมีแค่สองสามอย่างเท่านั้น ไม่เรียนก็รัก ไม่รักก็เล่น แล้วคิดดูครับหนังเหมาครบหมดทุกประเด็นเลยน่ะ ไม่ให้คนติดใจได้อย่างไรจริงไหมครับ

หนังครบสูตรเตือนสติให้วัยรุ่นอย่างทิ้งการเรียน เรื่องความรักนั้นมีได้แต่อย่างให้มันมาบงการชีวิตและตัดสินอนาคต ส่วนเรื่องเพื่อนก็สำคัญ หากมีเพื่อนดีก็ดีไป แต่หากมีเพื่อนแย่ก็พากันเสียหาย ควรระมัดระวังให้ดี อย่าหลงเดินทางผิดเพื่อตนเองและพ่อแม่จะได้ไม่เสียใจในภายหลัง

Untitled0310

ในความคิดผมผู้กำกับบัณฑิต ฤทธิ์ถกล เก่งสุดๆ เลยครับ อันดับแรกที่โชว์ถึงฝีมือคือการเดินเรื่องที่ทั้งสนุก ทั้งไหลลื่น ฮาแบบไม่เลอะเทอะ สาระก็แทรกลงไปแบบไม่น่าเบื่อ ทั้งๆ ที่ตัวหนังเองยาวตั้งเกือบสองชั่วโมง แต่ดูเพลินตลอด ครบเครื่องทั้งเรื่องชีวิตและความฮาเพียบไปหมด

และไฮไลท์ครับ สุดยอดแห่งจุดเด่นที่หนังชุดบุญชูครองตำแหน่งโคตรแห่งหนังฮาแบบที่หาใครมาโค่นลงได้ยากยิ่ง ต้องยกให้การยิงมุกตลกที่เข้าจังหวะ ไม่ยัดเยียดไม่เบียดเนื้อหาให้เฉไปไหน ถือเป็นความเยี่ยมและฮาเนียนสุดขีด ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้ทีมงาน คนทำ และเหล่าดาราชูรสที่ดีไม่ดีคนจะรอดูพวกเขามากกว่าคู่บุญชูกับโมลีซะอีก ได้แก่ หยอย (เกียรติ กิจเจริญ) เพื่อนร่างอ้วนอารมณ์ดี, คำมูล (กฤษณ์ ศุกระมงคล) นี่ก็คลั่งโบราณคดีกับปลากระป๋อง, นรา (อรุณ ภาวิไล) นี่บ้าการเมืองครับ, ไวยากรณ์ (วัชระ ปานเอี่ยม) นี่ก็หมายมั่นจะเป็นสัตวแพทย์ ใส่แว่นท่าคงแก่เรียนมาแต่ไกล และมั่นคงหรือเฉื่อย (ไม่ทราบชื่อคนเล่นภาคนี้ครับ ขออภัยจริงๆ) รายนี้ก็ยานคางเป็นสัญลักษณ์ได้ตลอดศกจริงๆ อันกลุ่มเพื่อนซี้ทีมนี้ก็มีบทบาทตามไปอำให้ขำทุกภาคครับ อันนี้ขอปรบมือเลย แต่ละตัวมีบุคลิกประจำจนลืมไม่ลง แล้วยังจัดเป็นอีกหนึ่งความดีของหนังที่แจกแจงตัวละครได้อย่างดี ดูแล้วจำได้ทุกคนนี้ไม่แน่ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรล่ะครับ

ดูบุญชูแล้วได้ประโยชน์หลายสถาน จำได้ว่าสมัยก่อนผมยังเคยหยิบเอาสารพัดมุกอำไปแซวเพื่อนซะจนขำกันกระจายมาแล้ว อย่างประโยคติดปากหยอยที่ว่า “ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงอ้ะ” ที่ฮิตไปพักหนึ่ง (ภาคสองยังเอามุกนี้มาแซวซ้ำเลยครับ) และถ้าผมไม่กล่าวถึงบทเพลงสุดไพเราะของคุณอาจรัล มโนเพ็ชร และ คุณดำรงค์ ธรรมพิทักษ์ก็คงผิดมารยาทอย่างร้ายแรงครับ แต่ละเพลงช่วยเสริมอารมณ์หนังได้ บอกเล่าถึงความเป็นไปในฉากนั้นได้ ด้วยอารมณ์ลูกทุ่งผสมลูกกรุงกำลังดี “ฉันจะเป็นยังไงบ้างหนอ…” แหม นึกแล้วอยากเปิดฟังอีกรอบ ชอบชนิดที่โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าเพลงมันจริงใจจับใจกว่าเพลงสมัยใหม่บางเพลงเยอะทีเดียว

บุญชูภาคแรกลงโรงเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2531 พร้อมได้รับความนิยมระดับไม่ธรรมดาครับ ฮิตถึงขนาดมีเรื่องเล่ากันว่าคนดูเบียดเสียดแย่งกันดูแย่งกันนั่งชมเลยทีเดียว ก็ไม่แปลกล่ะครับ เล่นฮาและดีขนาดนี้ ทำให้ประชาชนพากันเข้าไปอุดหนุนจนทำเงินสูงถึง 14 ล้านบาท เมื่อ 20 ปีก่อน ตัวเลขนี้ถือว่าไม่ธรรมดานะครับ

เรียกว่าความซื่อของบุญชูชนะใจคนดูอย่างท่วมท้น เนื้อหาก็เรียกได้ว่าสะท้อนสังคมไปพร้อมๆ กับขายความบันเทิง ตัวบุญชูนั้นเป็นเสมือนตัวแทนคนต่างจังหวัดที่เข้ามาหาความก้าวหน้าในเมือง แต่แล้วก็ต้องเจอกับแสงสีสารพัดรูปแบบ รวมไปถึงเล่ห์เหลี่ยมกลโกงทั้งหลาย การที่บุญชูสามารถรอดพ้นและรักษาความซื่อได้นี่นับว่าโชคดีมากๆ และพิสูจน์จิตใจของหนุ่มสุพรรณคนนี้เลยครับว่าทองแท้ของจริง แล้วยังได้เพื่อนที่ดีมาคอยร่วมทำสิ่งที่ถูกต้องด้วย ดูแล้วสนุกพร้อมกับอิ่มใจไปในตัว

ขณะเดียวกันช่วงที่หนังจงใจทำให้สะเทือนใจนี่ก็ได้ผลเอาเรื่องนะครับ จะมีอยู่ฉากหนึ่งหลังจากบุญชูโดนแกล้งครั้งใหญ่ ก็มีเพลงขึ้นมา เนื้อหาบอกตรงๆ เลยว่า เทคโนโลยีและความเจริญมันจะก้าวไกลไปแค่ไหนก็ตาม มันก็จะไร้ค่าโดยสิ้นเชิงหากจิตใจคนขาดการพัฒนาให้สูงตาม

ในเรื่องยังมีการเปรียบเทียบความน่ารักของบุญชูโดยการให้มีอีกสองตัวละครแอบชอบคุณโม คนแรกได้แก่เงินตรา คนนี้รวยมีรถขับ เรียนดี แต่กลับไร้น้ำใจครับ ซ้ำยังเห็นแก่ตัวหลายต่อหลายครั้ง อีกหนึ่งหนุ่มก็คือเด็กขายชี๊ทจอมซ่าที่หน้าโรงเรียนกวดวิชา รายนี้จะว่าไปก็น่าสงสารครับ เพราะเลือกเป็นอันธพาล ซ้ำยังมีเพื่อนที่คิดแต่เรื่องไม่ดีพอกัน สุดท้ายก็เลยสุมหัวกันก่อเรื่องใหญ่โตจับคุณโมไป จนพวกบุญชูต้องตามไปช่วย (อันนำมาสู่ฉากบู๊โรมรันพันตูแบบเอาฮา กันเป็นเอกลักษณ์อีกหนึ่งอย่างของหนังชุดนี้)

C-O6jNFVwAAUNC20311

บุญชูและเด็กขายชี๊ทตัวร้ายนั่นมีจิตใจที่แอบชอบคุณโมเหมือนกัน แต่การแสดงออกและการพิชิตใจเธอนี่คนละเรื่อง รายแรกใช้วิธีสุภาพชนคนซื่อที่ดีทั้งกับคุณโมและดีกับทุกๆ คนที่ได้พบเจอ ส่วนรายหลังเล่นแบบไม่ได้ใจก็เอาตัวไว้ก่อน ใช้กำลังขืนใจกันแบบนั้นเลย แล้วผลลงเอยเป็นเช่นไรล่ะครับ รายแรกชนะสาวด้วยความจริงใจ รายหลังก็เจอกรรมที่ก่อไว้ทำลายอนาคตไปหมดเลย

แม้หนังจะเก่า แต่มันสอนผู้ชมวัยรุ่นได้แบบไม่จำกัดกาลในเรื่องความรัก ว่าจงอย่าใจร้อน การจะเอาชนะใจใครนั้นต้องใช้ความอดทนจริงใจ บางทีเป็นปีน่ะครับ อย่างบุญชูนี่ กว่าคุณโมจะยอมตกลงใจคบหาก็ปาเข้าไปตั้ง 6 ปีเห็นจะได้ และการเอาชนะใจที่ถูกต้องหาใช่มานั่งเฝ้าเช้าเฝ้าเย็น เอาแต่จีบกันทั้งวัน แต่ต่างคนต่างต้องทำให้ตัวเองมีอนาคตที่มั่นคง นั่นคือ ต้องเรียนให้ดี มีความรู้ให้มาก ตอนเรียนจบจะได้ทำงานทำการ มีรายได้มาเลี้ยงดูตัวเองและคนที่เรารัก แบบนี้ถึงจะไปได้สวยและต้องตามด้วยการปรับเข้าหากันอีกหนึ่งขนานครับ

ลองว่าอุดมของดีแบบนี้ คนจะชอบนายบุญชูก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ผมเองยังนับถือเลยครับ พี่แกซื่อแต่น่ารัก เปิ่นบ้างแต่จริงใจ คนแบบนี้ดีกว่าพวกฉลาดเจ้าเล่ห์ร้อยเล่มเกวียนเป็นไหนๆ

หนังแบบนี้ดูแล้วสบายใจ แม้เวลาจะผ่านไป 20 ปี แต่ให้ Good Feeling ทุกทียามที่ชม และตอนจบหนังยังทำให้คนดูใจแป้วนิดๆ โดยการเดินเรื่องให้บุญชูสอบไม่ติด จึงต้องกลับสุพรรณไปพร้อมความผิดหวัง … แต่หนังก็ไม่ได้จบอย่างเศร้าหมองครับ มีการทิ้งท้ายให้คนดูรู้สึกว่า สอบครั้งนี้ไม่ติด ก็ยังมีครั้งหน้า ความล้มเหลวหนึ่งครั้งหาใช่อาญาสิทธิ์ หากคนมีความพยายาม ใจสู้แล้วล่ะก็ ลองใหม่อีกครั้งมันจะเป็นไรไป

สามดาวเต็มครับ

Star31

(8/10)