รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

ผู้ชายลัลล้า (2010) Lulla man

1308528102

งานกำกับชิ้นใหม่ของ อาเป็ด เชิญยิ้ม ก็หยิบเอา 3 ดาราดังโด่งจาก เป็นต่อ มาใส่เนื้อเรื่องที่เข้ากับคาแรคเตอร์อย่างยิ่งครับ นั่นคือ 3 หนุ่มกะล่อนที่หนีเมียไปหาสาวทุกวัน พอโดนจับได้ก็พยายามแถ พอรอดตัวแล้วก็ออกไปใหม่

เหตุผลที่ทำให้ผมอยากดูหนังเรื่องนี้มี 2 ประการครับ ประการแรกคือ อยากดูหนังฮาๆ ซึ่งตัวหนังเองก็จัดว่าตอบสนองความฮาได้ในระดับหนึ่ง (มันก็อารมณ์เดียวกับดูเป็นต่อนั่นแหละครับ)

ส่วนประการที่ 2 คือ อยากรู้ว่าหนังจะมีบทสรุปยังไง… จะจบแบบให้ 3 หน่อสำนึกตัวหรือจบแบบเอาฮาไม่เน้นสาระ

ได้คำตอบแล้วครับว่า… มันก็ทั้งสองอย่างผสมกันนั่นแหละ

ถ้าถามว่า 3 ตัวเอกเล่นกันดีไหม ก็ตอบได้ไม่ยากครับ มันยกคาแรคเตอร์มาจากเป็นต่ออยู่แล้วน่ะครับ ลื่นตลอด ปลาไหลกระจาย ฮาได้เรื่อยๆ หลายๆ มุขแม้จะคุ้นๆ แต่ก็ดูได้ฮาดีครับ และที่น่าจะถูกใจหนุ่มๆ คือสาวๆ ของผู้ชายลัลล้าในเรื่องนี้อย่างกับยกมาจากงานมอเตอร์โชว์น่ะครับ จัดเต็มจริงๆ เชียว

ครับ โดยรวมแล้วหนังเอาฮา เพลินๆ เป็นหลัก ส่วนสาระก็เดาๆ กันได้ครับ รู้ๆ กันอยู่น่ะ ว่าถ้าผู้ชาย (หรือผู้หญิง) รายใดมีคนรักเป็นตัวเป็นตนแล้ว เราก็ควรให้เกียรติเขา ดูแลทั้งกายและใจ ทำให้เขามีความสุข ในฐานะที่เราและเขาตัดสินใจลองร่วมชีวิตกันดูแล้วน่ะ

ผมนั้นก็ยอมรับครับ ว่าในวัยเยาว์ (กว่านี้) ก็เคยสนุกเล็กๆ ไปกับการมองคนสวย คุยกับคนงาม แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเราก็๋รู้ครับ ว่านั่นไม่ใช่อะไรที่จะนำไปสู่ความสุขที่ยั่งยืนหรอก ทว่าการได้เจอใครสักคนที่จะสามารถเคียงข้างเราไปได้จนแก่เฒ่า สร้างอนาคต สร้างครอบครัวด้วยกัน พูดภาษาเดียวกัน ยอมรับกันและกัน ให้กำลังใจกัน นั่นต่างหากคือการเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายไปได้อย่างลงตัวที่สุด

ส่วนรายไหนที่บอกว่า ก็กำลังหาอยู่ เลยกระจายความเสี่ยง ลงทุนหลายคนหน่อย ก็ขอให้คิดดีๆ ครับ ว่าแบบนั้นมันจะดีจริงหรือ… ระหว่างหาคนที่ใช่แบบหว่านแห กับหาใครสักคนที่ใกล้เคียงกับที่เรานิยามไว้ คบทีละหนึ่ง แล้วค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากัน เรียนรู้กัน ให้ชีวิตรักมีสีสัน มีใช่บ้าง ไม่ใช่บ้าง มีดีแล้วบ้าง มีต้องปรับบ้าง…

ชีวิตรักก็เหมือนบทเพลงนะครับ หนึ่งเพลงรักของเราจะไพเราะได้ น่าฟังจนถึงขั้นเป็นอมตะได้ ก็ต้องใช้เราและใครอีกคน ช่วยกันแต่ง แล้วก็ต้องใช้โน้ตหลายตัวมาผสมกัน (ใช่ ไม่ใช่ ดี ไม่ดี ตรง ไม่ตรง สุข ทุกข์ ฯลฯ) เหมือนโด เร มี ฟา ซอล ลา ที นั่นแหละ

คิดดูสิครับ ถ้าเพลงรักเรามีแค่โน้ตตัวเดียว… โด โด โด โด โด โด โด… แล้วมันจะเพราะได้อย่างไร

ให้การปรับตัวเข้าหากัน หรืออารมณ์พ่อแง่แม่งอนเป็นดั่งตัวโน้ตครับ ให้เกิดสีสัน และเกิดสายใยต่อกัน เพราะสายใยรักนั้น ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกสุขเท่านั้นนี่ครับ มันเกิดจากการร่วมทุกข์ร่วมสุขต่างหากล่ะ… นี่แหละครับ เสน่ห์แห่งความรัก ที่ไม่เคยมีนิยามตายตัว

จะหาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบ หรือหาเศษหาเลยก็แล้วแต่เลือกนะครับ… แต่อย่าลืมถามตัวเองล่ะ ว่ามันสุขจริงๆ หรือไม่

คู่รักบางรายอยู่กันจนแก่เฒ่า เพราะเขาใช้เวลาสุขบ้าง ทุกข์บ้างด้วยกันตั้งแต่หนุ่มสาว ทำให้พอแก่ตัวลงทั้งคู่สามารถจูงมือ ประคองกันต่อไปได้ ก็เพราะทั้งคู่ได้เรียนรู้กัน มีเวลาสร้างความทรงจำด้วยกันมานาน…

แต่กับบางคน เลือกแต่จะสุขแบบลัลล้า ใช้เวลากับคนรักจริงๆ แค่ไม่นาน นอกนั้นก็ออกไปหาเศษหาเลย… แบบนั้นเราแก่ตัวลงก็คงจะไม่ค่อยรู้สึกแฮ้ปปี้กับชีวิตคู่หรอกครับ… ไม่ใช่เพราะคู่ของเราไม่ดี แต่เพราะเราเองนั่นแหละ ที่ไม่เปิดโอกาสให้เราและคนรักได้ใช้เวลาด้วยกันแบบเต็มที่ ไม่มีความทรงจำต่อกัน ไม่มีการปรับตัว มัวแต่เปลี่ยนสาวๆ ไปเรื่อยๆ…

สาวๆ สักกี่คนครับ ที่จะลัลล้ากับคุณไปจนแก่ ลัลล้ากับคุณยามป่วยหรือยามที่คุณสิ้นไร้…

ลัลล้าด้วยการแต่งเพลงกับคนรัก เพื่อให้เราสุขในยามชรา ดีกว่าลัลลาเพื่อสะสมแต้ม รอวันเหงาในบั้นปลายเป็นไหนๆ

เอาล่ะ กลับมาที่ตัวหนังนะครับ หนังมันก็ขำครับ และก็ไม่ได้ชวนคิดอะไรมาก แต่ก็ยอมรับว่าถ้าไม่มีหนังเรื่องนี้ ผมก็คงไม่ได้มาเขียนรีวิวนี้ ไม่ได้มานั่งทบทวนอะไรทั้งหมดที่ผมเขียนไปหรอก…

ขอบคุณครับอาเป็ด และพี่ๆ ทั้งสาม ที่ช่วยย้ำให้ผมตระหนักว่าผมนั้นโชคดีที่มีภรรยาน่ารักอยู่ทั้งคน

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements