รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

ชอบกด Like ใช่กด Love (2012)

1372326783

สำเภา (ปฏิภาณ ปฐวีกานต์) หนุ่มหล่อผู้ร่ำรวยเจ้าของรีสอร์ทบนเกาะสมุยเกิดตกหลุมรักแอร์สาวนามว่า มีน (สุชาร์ มานะยิ่ง) แต่ด้วยปมในวัยเด็กทำให้เขาไม่กล้าบอกรักใคร จึงต้องไปขอแรงให้ ต๋อง (อังค์กูณฑ์ ธนาทรัพย์เจิรญ) เจ้าของฉายาด็อกเตอร์เลิฟ มาช่วยเป็นธุระสานสัมพันธ์รักให้ แต่พอดีว่าต๋องคือแฟนเก่าของมีนน่ะสิครับ และเขาก็ยังไม่หมดเยื่อใยกับเธอด้วย

ถือเป็นหนังรักตามสูตรที่เดาบทลงเอยได้ไม่ยากครับ ด้วยเหตุนี้ลูกเล่นของหนังจึงสำคัญ ต้องมีเนื้อเรื่องดึงให้น่าติดตาม (ธรรมดาแต่ก็มีปมให้สนใจต่อไปเป็นระยะๆ) มีดารามาวาดฝีมือ มีตัวขโมยซีนมาสร้างเสียงฮา มีบรรยากาศดีๆ สวยๆ และมีมุขตลกมาสร้างความลื่น

ครั้นดูจบแล้ว… อย่างแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือหนังเรื่องนี้เป็นหนังรักครับ ไม่ใช่หนังโรแมนติก พวกอารมณ์หวานๆ บรรยากาศงามๆ สร้างความเคลิ้มนี่มีไม่เยอะ แม้จะได้โลเกชั่นสวยๆ รีสอร์ทที่ไปถ่ายก็สวยนะครับ แต่ภาพที่ได้ออกมาค่อนไปทางธรรมดา

ด้านดารานั้นคนที่น่าจดจำต้องยกให้ ออม สุชาร์ ที่น่ารัก สดใส แต่บทของเธอ (และคนอื่นๆ) ไม่ค่อยมีโอกาสได้แสดงมิติอะไรนัก คนดูก็เลยอดเกิดความผูกพัน อดอินกับหนังไปน่ะครับ ส่วนคนขโมยซีนก็หนีไม่พ้นขบวนการเทยเที่ยวไทยที่มาพร้อมมุขฮาเป็นระยะ

แต่ที่น่าเสียดายสักหน่อยคือบทกลุ่มเพื่อนของ ดร. เลิฟ ที่ไม่ค่อยมีบทบาทในเชิง “เพื่อน” ต่อพระเอกเท่าไร ประมาณว่าคอยให้กำลังใจ คอยแนะนำ คอย… ทำตัวแบบเพื่อนน่ะครับ ผมว่าหนุ่มๆ ที่มีเพื่อนดีๆ เวลาเราอกหัก รักคุด หรือเจอปัญหาจะเข้าใจน่ะครับ เพื่อนน่ะมันจะมีแพทเทิร์นคอยห่วง คอยพยุงเรา แต่ในเรื่องนี่ไม่มี ดีไม่ดีจะออกแนวเห็นแก่เงินกันเป็นหลัก จนผมพยายามคิดในแง่บวกว่าหนังอาจพยายามเสียดสีเพื่อนในโลกยุคใหม่ ว่ามันไม่มีหรอกเพื่อนตายที่กอดคอกันสุขกันทุกข์น่ะ (นี่พยายามคิดบวกเต็มที่ครับ ไม่งั้นคิดได้อย่างเดียวว่า “หนังลืม”)

ในเรื่องบทสรุปของความรักนั้น แม้จะพอเดาออกว่าหนังจะมาในทางไหน แต่ก็ภาวนาลึกๆ ว่าระหว่างทางหนังน่าจะทำให้เรารู้สึกว่า “พระเอกได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง” ไหนๆ เขาก็เป็น ดร. เลิฟ เขาก็น่าจะสะสมสิ่งสวยงามของความรักได้มากกว่าแค่คลิปหรือภาพ ประมาณว่าความรักของแต่ละคู่ทำให้เขาเติบโตขึ้น ทำให้เขาทบทวนตัวเอง และทำให้เขาตระหนักว่าเธอคนนั้นที่จากเขาไป มีความหมายกับเขามากขนาดไหน และมีความหมายอย่างไร ฯลฯ อะไรเหล่านี้จะเพิ่มความพีคให้กับหนังได้ในช่วงท้ายครับ แต่ตัวหนังก็ไม่ได้มีอะไรเหล่านั้นสักเท่าไร แม้ตอนท้ายหนังจะใช้ความเป็น ดร. เลิฟของพระเอกสร้างบทสรุปที่ดูน่ารักขึ้นมา แต่ถ้าได้พลังด้านอารมณ์ใส่ลงไปอีกก็น่าจะดี

ก็เป็นหนังรักผสมตลกที่ดูได้ครับ แต่ถ้าเทียบกับหนังรักปีเดียวกันอย่าง “เค้าเรียกผมว่าความรัก” หรือ “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์” แล้ว ผมว่า 2 เรื่องนั้นอร่อยกว่า ฮากว่า ลงล็อคกว่าเรื่องนี้

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements