รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Visit (2015) เดอะ วิสิท

12688045_1160577463973053_6448305997707260913_n

การ Back to Basic ของพี่มาโนช (M. Night Shyamalan) ในหนนี้ถือเป็นการตั้งต้นที่โอเคไม่น้อยครับ หลังจากล้มคะมำไปไม่เป็นไปกับ After Earth ซึ่งในเวลาต่อมาเขาบอกว่าจริงๆ แล้วหนังที่ออกมามันไม่ใช่อะไรแบบที่เขาอยากให้เป็นเลยครับ

ประมาณว่าหนัง After Earth ฉบับที่ตัดต่ออกมานั้นเขาไม่ได้มีส่วนอะไรเลย แล้วจากนั้นเขาก็คิดอยากจะย้อนกลับมาทำหนังง่ายๆ ไม่ต้องทุนเยอะแยะอะไรบ้าง เขาก็เลยเอาค่าจ้างจากหนัง After Earth นี่แหละมาใช้เป็นทุนในการทำหนังเรื่องนี้ (ซึ่งเบ็ดเสร็จหนังเรื่องนี้ลงทุนไปประมาณ $5 ล้านเท่านั้นเอง)

พล็อตมาในแนวระทึกว่าด้วย 2 พี่น้องที่กลับไปเยี่ยมตายายที่บ้าน แล้วพวกเขาก็พบว่าตากับยายมีพฤติกรรมแปลกๆ หลายอย่าง บางอย่างก็น่ากลัวและน่าขนลุกสุดๆ นั่นทำให้พวกเขาต้องหาคำตอบว่าตกลงตากับยายของพวกเขามีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่

หนังมาในสไตล์ Found Footage ครับ ซึ่งถ้าให้ว่าตามจริงแล้วผมรู้สึกว่าหนังมีพล็อตน่าสนใจนะ คืออาจไม่ได้ใหม่ทั้งหมด แต่ถือว่าเป็นพล็อตแนวระทึกซ่อนความลึกลับที่เหมาะกับมือของพี่มาโนชเขามากอยู่ ผลที่ได้ออกมาก็น่าพอใจอยู่ครับ มีช่วงอืดๆ เรื่อยๆ บ้าง ก็คือตอนต้นๆ ที่พวกเด็กๆ เพิ่งไปถึง แล้วก็กิจกรรม (ที่จริงๆ แล้วไม่ต้องใส่ลงมาในหนังก็ได้) หลายๆ อย่างที่พวกเด็กๆ ทำกัน ซึ่งหลายคนอาจชอบ แต่ผมออกแนวเบื่อเล็กๆ 555

ความน่าสนใจจะเริ่มมาก็ตอนที่พวกตากับยายทำอะไรแปลกๆ นั่นแหละครับ ซึ่งมันก็ดูน่ากลัวและดูหลอนในหลายวาระ ยอมรับเลยว่าดูแล้วรู้สึกน่าติดตามสำหรับปมของตายายครับ คืออยากรู้ว่าตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้น อยากรู้ว่ามันมีความลับชนิดไหนซ่อนอยู่กันแน่

และพอหนังเฉลยก็ถือว่าเป็นอะไรที่พอเหมาะครับ ถ้าพูดในแง่บทแล้วถือว่าพี่มาโนชคืนฟอร์มในระดับหนึ่ง คืออาจจะยังไม่ถึงกับฟอร์มเด็ดเท่า The Sixth Sense แต่ก็ถือว่าเข้าท่าสำหรับหนังระทึกซ่อนปริศนาสักเรื่องหนึ่ง และด้วยความที่หนังไม่ยาวจนเกินไป (ประมาณ 94 นาที) ก็เลยทำให้แม้จะมีช่วงอืดแต่ก็ไม่มากเท่าไร

แต่สารภาพอย่างหนึ่งครับว่าในใจแอบอยากจะให้หนังไม่เป็น Found Footage ยังไงไม่รู้ คือผมนึกถึงสไตล์เรื่องราวหนังลึกลับแบบพี่มาโนชอย่างพวก The SIxth Sense หรือ Unbreakable ที่บางฉากมันจะน่าจดจำมากๆ เพราะพี่แกสามารถประดิษฐ์ฉากที่ว่าให้ออกมาดูนิ่ง หลอน และไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งผมว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังสมัยก่อนของพี่มาโนชเขาน่ะนะครับ แม้ฉากมันจะดูสร้างดูเป็นฉาก แต่มันก็แฝงความสร้างสรรค์ และที่สำคัญคือมันได้อารมณ์ บางซีนเหมือนหนังสยองผสมเทพนิยาย บางซีนให้อารมณ์เหนือจริง ฯลฯ อะไรแบบนั้นเป็นต้น

แต่ด้วยความที่เรื่องนี้เป็น Found Footage การกำหนดอารมณ์มันก็เลยทำได้ยากครับ เพราะกล้องมันรังแต่จะส่ายไปมา และการที่ตัวเอกเป็นเด็ก (ที่ออกแนวเกรียนในบางอารมณ์) มันเลยทำให้ทิศทางอารมณ์ของหนังนั้น จะสยองหรือลึกลับก็ไปได้ไม่เต็มที่

แอบคิดเหมือนกันว่าถ้าหนังนำเสนอแบบทั่วๆ ไป (คือเหมือนถ่ายจากมุมมองบุคคลที่สาม ให้ผู้ชมนั่งดู) ไม่ต้องเอาความเกรียนของเด็กๆ มานำเสนอมากก็ได้ แต่ให้เน้นความลึกลับและการไขปริศนา อารมณ์มันอาจจะไม่ใหม่น่ะครับ แต่มันอาจจะกลมกล่อมกว่านี้ก็ได้ (เพราะเอาเข้าจริงมุข Found Footage ก็ไม่ใช่ของใหม่อะไรอีกแล้ว)

แต่กระนั้นก็ไม่ผิดหวังครับ ดูได้เรื่อยๆ และผมชอบการหักมุมนะ มันอาจไม่ซับซ้อน แต่มันได้ มันเข้าท่าดี โดยรวมแล้วหนังก็ถือว่าเป็นหนังระทึกที่น่าดูล่ะครับ สนุกดี เพียงแต่อาจยังไม่ถึงขั้นชอบหรือถูกใจอะไรขนาดนั้น

แต่พี่มาโนชถือว่ากลับมาถูกทางแล้วครับ เดินบนเส้นนี้ต่อไปนะครับพี่ ผมยินดีจะดูหนังของพี่ต่อไปเรื่อยๆ นั่นแหละ ^_^

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)

 

Advertisements