รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

How to Be Single (2016) ฮาว-ทู โสด แซ่บ

13620970_1270284663002332_3534343354768520486_n

ทุกวันนี้หลายอย่างในโลกเปลี่ยนไปครับ ไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าหรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิถีชีวิตของคนเราด้วย

เรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจก็คือเรื่องโสด-ไม่โสดนี่แหละครับ สมัยก่อนค่านิยมว่าคนเราต้องมีคู่ครองจะได้ไม่เหงา จะได้เติมเต็ม จะได้มีลูกไว้เลี้ยงเราตอนแก่ ฯลฯ แต่ในปัจจุบันค่านิยมนั้นไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับชีวิตทุกคนเสมอไป

บางคนเจอคนที่รักก็ดีครับ มีความสุขครองคู่ก็เป็นเรื่องน่ายินดี แต่สำหรับบางคนแล้วการอยู่ได้ด้วยตนเองก็สามารถสร้างความฟินและบังเกิดสุขสบายไม่น้อยคนมีคู่ได้เหมือนกัน

ดังนั้นในเบื้องต้นหนังเรื่องนี้เลยดึงดูดผมนะ ก็อยากรู้ล่ะครับว่าหนังจะสามารถจับเอาประเด็นดีๆ เกี่ยวกับชีวิตโสดมาถ่ายทอดได้ดีมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าหากเอามาตีดีๆ นี่ หนังจะไม่ใช่แค่คลายเครียดเบาสมองเท่านั้น แต่ยังอาจจะสามารถให้แง่คิดพลิกชีวิตคนดูบางคนไปเลยก็ได้

How to Be Single ดัดแปลงจากนิยายครับซึ่งผมก็ยังไม่มีโอกาสได้อ่าน แต่พอดูหนังจบแล้วก็ว่าจะอ่านอยู่เพราะอยากรู้ว่าในหนังสือมันมีอะไรน่าสนใจกว่าที่เห็นในหนังหรือเปล่า

พล็อตหลักว่าด้วยชีวิตของ อลิซ (Dakota Johnson) สาวสวยที่ตัดสินใจบอกหยุดความสัมพันธ์กับคนรักเพื่อค้นหาว่าแท้จริงแล้วเธอต้องการอะไรกันแน่ เธอยังต้องการเขาไหม หรือเธอต้องการอะไรที่แตกต่างออกไป เช่น ต้องการหนุ่มคนใหม่ หรือต้องการใช้ชีวิตแบบอิสระไปเรื่อยๆ

ในหนังนอกจากอลิซแล้วก็จะมี โรบิน (Rebel Wilson) สาวรักสนุกแต่ไม่ชอบผูกพัน, เม็ก (Leslie Mann) ที่กำลังค้นหาเหมือนกันว่าตัวเองต้องการมีใครสักนในชีวิตจริงๆ หรือไม่ และลูซี่ (Alison Brie) ที่กำลังตามหาหนุ่มในฝัน แต่มันก็หาได้ยากเหลือเกิน

ตอนแรกผมนึกว่ามันจะออกแนว Sex and the City ซึ่งก็มีทั้งส่วนที่คล้ายและไม่คล้ายครับ ถ้าว่ากันถึงส่วนคล้ายก็คล้ายตรงที่หนังเอาประเด็นความรัก ความสัมพันธ์ รวมถึงเซ็กซ์มาถ่ายทอด แต่ถ้าให้ว่ากันตรงๆ แล้ว ประเด็นต่างๆ ยังไม่ถือว่าเจ๋งหรือโดนแบบเต็มร้อย

คือหลายอย่างน่าสนใจครับ แต่การเล่าเรื่องมันไม่ได้ทำให้ประเด็นเหล่านั้นดูกลมกล่อมหรือเป็นสาระแบบชัดเจนขึ้นมา อย่างธีมหลักจริงๆ ของหนังก็เหมือนชื่อเรื่องครับ “โสดอย่างไรให้สุข” ซึ่งในตอนจบหนังก็สื่อบอกกับเราว่า เราเลือกได้ครับว่าจะโสดหรือไม่ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเหมาะกับชีวิตโสดมากกว่า แต่หากใครจะอยากตามหารักแท้ก็ตามหาได้ ขอเพียงแต่ต้องไม่ลืมที่จะรักตัวเองไปในเวลาเดียวกันด้วย

หากเราเจอคนที่ดีที่เหมาะก็ลองศึกษากันไป หากมีปัญหาก็ลองปรับตัวปรับความเข้าใจกัน หากสุดท้ายต้องแยกจากก็พยายามทำให้มันเป็นการจากกันด้วยดี ส่วนคนที่อยากโสดก็โสดได้ จะโสดแบบสนิทหรือโสดแบบเปิดโอกาสให้ใครๆ เข้ามาก็ได้ ทั้งหมดไม่มีอะไรถูกผิดครับ มันขึ้นกับเรานั่นแหละ

ครับ ประเด็นจริงๆ มันโอนะ แต่การเดินเรื่องมันไม่ได้เน้นประเด็นพวกนี้เท่าไร เหมือนเดินเรื่องแบบกึ่งตลกกึ่งโรแมนซ์ไปเรื่อยๆ จนจบ ไม่ได้มีจุดลึกซึ้งอะไรนัก ไปๆ มาๆ หนังก็เลยไม่ต่างจากหนังโรแมนติกคอมเมดี้แบบเบาๆ ที่ไม่ได้ลงลึกอะไรกับประเด็นที่หนังพยายามจะบอก

ประเด็นที่ว่ามันมาชัดก็ตอนจบน่ะครับ เหมือนเป็นฉากสรุป หนังต้องจบแ

ล้วก็เลยสรุปประเด็นให้รู้ แต่ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นหนังไม่ได้เล่าหรือปูพื้นให้มันสอดคล้องกับประเด็นในตอนสรุปเท่าที่ควร คือมีบ้างน่ะครับ แต่อย่างที่บอกว่าไม่ได้ลึกซึ้ง ทั้งๆ ที่หากทำให้มันลึกซึ้งกลมกล่อมไปกับประเด็นในตอนสรุปล่ะก็ ฉากสรุป “ตรงหน้าผา” นั้นจะต้องสุดยอดมากมายแน่นอน

ตัวหนังจัดว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่มันไม่ได้สนุกอะไรขนาดนั้น ที่แปลกใจหน่อยคือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสาวๆ ตัวเอกครับ คือดูตัวอย่างตอนแรกก็นึกว่าพวกเธอจะซี้กันหนักๆ คอยเคียงข้างกันแบบ Sex and the City แต่ไปๆ มาๆ เหมือนต่างคนต่างอยู่น่ะครับ ไม่ได้ซี้อะไรกันขนาดนั้น และเจ๊ Rebel Wilson ที่ตอนแรกนึกว่าจะบทเยอะ แต่บทก็ไม่ได้เยอะอะไรดังคาด

สรุปว่าตัวหนังก็ไม่เลวครับ ดูได้เพลินๆ มีฉากสวยๆ อยู่เป็นพักๆ ประเภทฉากตัวละครเดินท่ามกลางแสงสีในเมืองนี่ก็พอมีครับ เพียงแต่หนังไม่ได้เน้นไปการบิ้วอารมณ์เท่านั้นเอง (ถ้าบิ้วประเภททำให้เราเหงาตาม อินตาม หรือซึ้งตามมันคงเจ๋งไม่น้อย)

เอาเป็นว่าไม่ผิดหวัง (เพราะไม่ได้หวัง) แต่ก็ยังไม่สมหวังครับ ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements