รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Exposed (2016) ยิ่งแค้น ยิ่งไว

12644925_1152946268069506_3661596002788378907_n

เว้าซื่อๆ เลยว่านี่กลายเป็นหนังที่ไม่เวิร์กอีกเรื่องของพี่ Keanu Reeves ไปซะแล้ว

คือพล็อตที่เราทราบกันจากการโปรโมตคือพี่ Keanu รับบทนายตำรวจที่พยายามสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของคู่หู แล้วดูเหมือนว่าเงื่อนงำจะนำเขาไปสู่ผู้หญิงคนหนึ่งนามว่า อิซาเบล (Ana de Armas)

จำได้ว่าปีกลาย พี่ Keanu กับน้อง Ana เคยร่วมงานกันมาหนหนึ่งใน Knock Knock ซึ่งผมว่าเรื่องนั้นยังโอเคกว่าเลยครับ เพราะเรื่องนี้อืดยืดและออกแนวมึนมากๆ ต้องบอกเลยว่านี่ไม่มีใช่หนังแอ็กชันหรือระทึกขวัญ เพราะกว่า 90% จะเน้นไปในทางดราม่ามากกว่า ในขณะที่การสืบสวนก็ไม่ได้มีปมอะไรให้ติดตามขนาดนั้น ว่าง่ายๆ คือหนังอาจทำให้หลายคนเบื่อกันเลยล่ะ

มีข่าวออกมาว่าจริงๆ แล้วหนังที่ออกมามันไม่ใช่หนังที่ผู้กำกับและทีมงานตั้งใจให้เป็นเลยครับ (นึกถึง Fantastic Four ขึ้นมาเลยเชียว) คือจริงๆ แล้วบทของน้อง Ana จะเป็นตัวนำหลักครับ ในขณะที่พี่ Keanu รับบทสมทบที่มีบทบาทไม่มาก โดยตัวหนังจะเน้นไปที่เรื่องปัญหาสังคม ว่าด้วยการถูกกดขี่ของผู้หญิงและเด็ก แล้วก็บวกด้วยเรื่องปัญหาสีผิว ว่าง่ายๆ คือดราม่าสะท้อนสังคมนั่ยแหละครับ

แต่พอหนังตัดเสร็จออกมาแล้วสตูดิโอกลับไม่ชอบ และต้องการเปลี่ยนให้หนังเป็นแนวตำรวจสืบสวนที่มีพี่ Keanu เป็นตัวนำแทน

ดังนั้นตัวหนังที่ตัดต่อรอบแรกเลยถูกเฉือนหั่นจนออกมาเป็นฉบับนี้ ว่ากันว่าตัวหนังมีความเปลี่ยนแปลงไปเกือบทั้งหมด (ประมาณ 70 – 80% เห็นจะได้) และผลออกมาเลยกลายเป็นหนังที่ดูไม่มีอะไร และหลายๆ วาระดูไม่เป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่เห็น

จริงๆ ในหนังมีหลายฉากที่ผมชอบนะ ส่วนมากคือฉากที่น้อง Ana แสดงนั่นแหละครับ อย่างฉากเปิดที่น้องเขาลงไปรอรถไฟใต้ดิน ผมว่าฉากนี้ถ่ายทำได้สวยดี ดูลึกลับ ให้อารมณ์ปริศนาเล็กๆ (เพราะฉากที่ว่ามันจะดูบิดเบี้ยวหน่อยๆ) และยังได้อารมณ์อึดอัดอีกด้วย

แต่ฉากที่เข้าท่าแบบนี้ก็มีไม่เยอะครับ เพราะส่วนมากหนังพยายามเกลี่ยพื้นที่ให้พี่ Keanu ได้ออกจอมากกว่า แต่ปัญหาคือฉากที่พี่ Keanu เล่นดูไม่มีอะไรเท่าไร คือดูแล้วพอเดาได้เลยน่ะครับว่าฉากไหนคือแกนหลักที่ผู้กำกับอยากนำเสนอ และฉากไหนคือฉากที่ถูกถ่ายเพิ่มตามคำสั่งสตูดิโอ

เท่าที่ทราบมาผู้กำกับตัวจริงคือ Gee Malik Linton ที่ตั้งใจทำหนังออกมาในโทนสะท้อนสังคม แล้วก็จะใส่กลิ่นอายเหนือจริง (Surreal) ผสมอาร์ทหลอนๆ แบบ Pan’s Labyrinth และ Irréversible นั่นจึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมฉากอย่างเช่นตอนนางเอกลงรถไฟใต้ดิน มันถึงให้อารมณ์ลึกลับ อึดอัดและบิดเบี้ยว เพราะผู้กำกับตั้งใจให้มันออกมาเป็นแบบนั้นครับ

… อดคิดไม่ได้เหมือนกันครับว่าฉบับที่ว่ามันจะออกมารสชาติเป็นยังไง (แต่ได้ข่าวว่าในรอบทดลองนั้น ผู้คนออกแนวชื่นชมไม่น้อยเหมือนกัน)

และเมื่อสตูดิโอไม่ยอมให้ฉบับของ Linton ได้ออกฉาย เขาเลยขอถอดชื่อออกจากตำแหน่งผู้กำกับ นั่นจึงทำให้สตูดิโอใส่ชื่อ Declan Dale ลงไปแทน (ซึ่งชื่อนี้ก็คือชื่อปลอมแบบ Alan Smithee นั่นเองครับ)

ก็เป็นอีกครั้งของวงการภาพยนตร์ครับที่ชะตากรรมของหนังเรื่องหนึ่งต้องมามีบทสรุปในเชิงหายนะแบบนี้

สารภาพครับว่าคนที่เห็นใจที่สุด นอกจากผู้กำกับแล้วก็คือน้อง Ana ที่เรื่องนี้เธอพยายามเล่นและถือว่าเล่นได้ดีด้วยครับ แต่พอหนังมันโดนตัดใหม่ออกมาแบบนี้ บทเธอเลยเหมือนขาดๆ หายๆ ไม่ปะติดปะต่อ เลยทำให้ความพยายามของเธอกลายเป็นเสียเปล่าไปแทน

ดาวกว่าๆ ครับ

Star11

(4.5/10)

 

Advertisements