Action

Now You See Me 2 (2016) อาชญากลปล้นโลก 2

nowuseemeheader0202

ภาคต่อที่ผมได้ทำการเผื่อใจไว้ตั้งแต่ก่อนดูว่าอาจจะไม่ได้อร่อยลิ้นหรือเพลิดเพลินเท่าภาคแรก ครั้นพอได้ดูแล้วก็รู้สึกว่าหนังทำได้ไม่เลวครับ แต่ก็ยังชอบภาคแรกมากกว่าอยู่ดี

ภาคนี้มีเนื้อหาซับซ้อนขึ้น มีพล็อตรองหลากหลายกว่าเก่า โดยพล็อตหลักก็ว่าด้วยทีมมายากล Four Horsemen โดนหักหน้าและท้าทายโดย วอลเตอร์ มาบรี (Daniel Radcliffe) นักมายากลจอมเจ้าเล่ห์ที่ต้องการบังคับให้ทีม FH ไปขโมยของอย่างหนึ่งมาให้ตน

จริงๆ หนังยังมีพล็อตมากกว่านี้ครับ ไม่ว่าจะเรื่องของ ดีแลน โรดส์ (Mark Ruffalo) ที่ก็ต้องเจอกับการเปิดโปงเช่นกัน และ Michael Caine กับ Morgan Freeman ก็ยังกลับมารับบทเดิมด้วย แต่พวกเขาจะมีบทบาทยังไงบ้าง ไปหาคำตอบในหนังได้เลยครับ

หนังถือว่ายังสนุกอยู่ครับ ดูได้เรื่อยๆ มีช่วงมันส์ๆ และลุ้นๆ เป็นระยะ แต่กระนั้นก็มีช่วงอืดหรือช่วงช้าอยู่บ้าง แต่หากดูโดยรวมๆ แล้วก็ยังตอบโจทย์ในแง่ความบันเทิงได้ไม่เลวครับ

ตอนแรกผมก็เป็นห่วงนะ ว่าการที่ Isla Fisher ไม่กลับมาเล่น มันจะทำให้หนังภาคนี้ลดความน่าสนใจลงหรือเปล่า แต่พอดูแล้วก็พบว่าจุดนี้ไม่ใช่ปัญหาสักเท่าไรครับ เพราะคนที่มาแทนอย่าง Lizzy Caplan สามารถทำหน้าที่ได้อย่างน่าพอใจทีเดียว

Caplan ถือว่าเล่นได้ลื่นครับ เป็นทั้งตัวฮาและในบางวาระก็ฉายเสน่ห์ได้อย่างดี ถือเป็นสีสันแบบคาดไม่ถึงให้กับหนังภาคนี้ก็ว่าได้ ในขณะที่ดาราเก่านั้น คนที่ดูจะเด่นกว่าใครคือ Dave Franco ที่แม้จริงๆ แล้วจะไม่ได้โผล่เยอะ แต่ด้วยรายละเอียดของบท ปมเรื่องรักๆ ของเขา และด้วยการแสดงของ Franco เองก็ช่วยดันให้ตัวละครนี้ดูเด่นขึ้นมาได้

Jesse Eisenberg ก็ยังดูเป็นตัวนำ แต่กลับไม่เด่นเท่าภาคแรก ส่วน Woody Harrelson ถือว่าได้แสดงฝีมือมากกว่าใครเพื่อนครับ (เพราะอะไรต้องไปดูเองในหนัง) ซึ่งในแง่การแสดงก็ถือว่าเวิร์กเลยล่ะครับ ดีไม่ดีจะเด่นกว่า Eisenberg ซะอีกด้วย

ส่วน Ruffalo, Radcliffe, Caine และ Freeman ก็ถือว่าโอเคตามที่บทจะเปิดโอกาส และ Jay Chou ก็ถือว่าไม่เลวกับการเปิดตัวในบทนักมายากลชาวจีน ก็ต้องจับตาต่อไปล่ะครับว่าฉบับภาคแยกที่จะสร้างในจีนของหนังชุดนี้ เขาจะมีบทบาทกับเรื่องราวมากน้อยแค่ไหน

ความรู้สึกที่ผมมีต่อภาคนี้มันเหมือนตอนดู Iron Man 2 ครับ นั่นคือมีรายละเอียดเยอะ มีพล็อตรองหลายอย่าง มีตัวละครเยอะขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังทำได้ไม่สุด ยังเล่าได้ไม่ลื่นเต็มร้อย ลูกเล่นยังไม่เจ๋งพอ ทุกปมในเรื่องก็มีทั้งที่เวิร์กและไม่เวิร์กปนๆ กันไป

ซึ่งก็พอเข้าใจครับ เพราะภาคแรกทำไว้ดีพอสมควร และยังเปิดโลกของมายากลได้อย่างน่าสนใจ จึงไม่แปลกที่พอทำภาคต่อ ทีมงานเลยพยายามเล่นใหญ่ให้น่าตื่นตากว่าเดิม แต่เพราะรายละเอียดเยอะและผู้กำกับ Jon M. Chu (Step Up 2 – 3 และ G.I. Joe: Retaliation) มือก็ยังไม่แม่นขนาดนั้น ผลที่ได้เลยออกมาโอเค แต่ยังไม่โดนแบบเต็มๆ

ปีนี้เจออะไรแบบนี้บ่อยเหมือนกันนะครับ ภาคต่อที่ภาคแรกทำไว้ดี (ถึงดีมาก) หรืองานรีเมคใหม่ในปีนี้ถือว่าออกมากลางๆ ค่อนไปทางไม่เวิร์ก กับเรื่องนี้ก็ถือว่าอยู่ในขั้นโอเคครับ แต่ก็ทำให้อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าภาคนี้ยังเป็นยังไงต่อไป เพราะรายได้ในอเมริกาไม่เวิร์กเอาเลย แต่โชคดีที่ได้รายได้จากจีนและตลาดโลกมาช่วยไว้เยอะมากน่ะครับ (ในอเมริกาทำไป $65 ล้าน แต่ที่จีนโกยไป $97 ล้านทีเดียว)

ผมว่าภาคแรกมันยังมีการซ่อนปม ตามปม หักเหลี่ยมหักหลัง (ทั้งหักหลังในหนังและหักหลังคนดู) เลยทำให้หนังมันมีอะไรชวนติดตาม แต่ภาคนี้แม้จะมีปมก็เถอะ แต่มันดู “แบๆ” ยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่บางปมนี่ผมว่าโอเคเลยนะ แต่จังหวะการเฉลยมันยังไม่เร้า จังหวะการเล่ามันยังไม่พีค ผลที่ได้ก็เลยออกมาเป็นความสนุกที่ยังไม่สะใจเท่าที่ควร

แต่ถ้ามีภาคต่อก็พร้อมดูครับ เพราะจริงๆ ภาคนี้ก็ไม่ถึงกับผิดหวังน่ะ อย่างน้อยหนังก็ยังคงไว้ซึ่ง “ความเท่ห์” ของกลุ่ม FH ได้สำเร็จอยู่ในตอนไคลแม็กซ์ (แม้ฉากก่อนจะเฉลยมันจะพอเดาได้ก็เถอะ)

สองดาวใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)