Adventure

The Space Between Us (2017) รักเราห่างแค่ดาวอังคาร

18620630_1637574576273337_1981839841511309840_o

จริงๆ หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยครับ เพียงแต่ความสดใหม่อาจไม่ถึงกับมากมาย ส่วนหนึ่งก็เพราะหนังมาหลัง The Martian ที่ว่าด้วยดาวอังคารเหมือนกัน และธีมเรื่องยังดูใหญ่กว่าด้วย (แม้จะคนละแนวกันก็ตาม)

หนังว่าด้วย การ์ดเนอร์ เอลเลียต (Asa Butterfield) เด็กที่ไปเกิดบนดาวอังคารครับ ทำให้สภาพร่างกายของเขาเหมาะที่จะอยู่บนดาวอังคาร แต่ไม่เหมาะที่จะอยู่บนโลก (ประมาณว่าอยู่ไปแล้วร่างกายจะไม่รับกับสภาพ และอาจทำให้ตายได้)

ทีนี้ตอนเขาอยู่บนดาวอังคารเขาก็ได้คุยติดต่อออนไลน์กับสาวน้อยชาวโลกนามว่า ทัลซ่า (Britt Robertson) ซึ่งก็เป็นเพื่อนบนโลกคนเดียวที่เขามีน่ะครับ (แต่เธอไม่รู้ว่าเขาอยู่บนดาวอังคารครับ)

แล้วในจังหวะที่เขาได้กลับมาเยี่ยมโลก เขาก็เลยพยายามเดินทางไปหาทัลซ่าและพยายามตามหาพ่อที่แท้จริงของเขา (เพราะเขารู้จักเพียงแม่เท่านั้น) และนั่นล่ะครับคือเรื่องราวการผจญภัยหลักของหนังเรื่องนี้

พล็อตอาจไม่ได้หวือหวาน่ะนะครับ แต่ก็น่าสนใจพอประมาณและหากปรุงดีๆ ผลที่ได้น่าจะโอเค เพราะมันคือส่วนผสมของหนังดราม่า+โรแมนติก โดยมีอารมณ์ไซไฟเป็นฉากหลังอีกที (ในแง่หนึ่งก็ชวนให้นึกถึง Starman ครับ)

ว่ากันถึงแง่ดีก่อน ผมว่าหนังทำฉากบนดาวอังคารได้ดีครับ อย่างเรือนที่คนบนโลกไปอยู่บนดาวอังคารนั่นก็ทำออกมาได้ดี ดูลงทุนครับ ไม่ได้ดูโล่งๆ หรือไร้รายละเอียดแบบหนังเกรดบีแนวอวกาศทั่วๆ ไป (ที่ชอบทำแค่กำแพงเทาๆ โล่งๆ แค่นั้น)

ผมชอบที่มันดูมีข้าวของ มีอารมณ์ความเป็นที่อยู่อาศัยในระดับหนึ่ง แล้วก็ชอบเรือนเพาะชำครับ ผักที่ปลูกบนดาวมันดูเขียวสดใสเอามากๆ เมื่อเทียบกับทุนสร้างแค่ $30 ล้านของหนังแล้ว ต้องถือว่างานสร้างทำได้ดีทีเดียว

ดาราจริงๆ ก็เลือกเอาระดับฝีมือดีมาทั้งนั้นครับ นอกจาก Butterfield และ Robertson แล้ว ก็ยังมี Gary Oldman, BD Wong แล้วก็ Carla Gugino มาร่วมจอ ไหนจะดาราสมทบหน้าคุ้นอีกหลายคน ดังนั้นถ้าดูจากหน้าหนังน่ะ ถือว่าน่าดูอยู่ครับ

แต่จุดพร่องใหญ่ๆ เลยคือหนังทำออกมายังไม่กลมกล่อมเท่าไรครับ อย่างที่บอกว่าหนังจับหลายทาง ทั้งไซไฟ ทั้งดราม่า และโรแมนติก (คอเมดี้ไม่นับ เพราะถือเป็นส่วนเสริมมากกว่า) แต่หนังทำได้ไม่สุดสักทางครับ จะว่าไซไฟก็มีแค่จางๆ ครั้นมาพูดถึงดราม่า ก็ยังเล่าด้านอารมณ์ได้ไม่ถึง ในขณะที่โรแมนติกก็ออกแนวลงสูตร ไม่ถึงกับทำให้เราซึ้งเต็มที่สักเท่าไร

อย่างเรื่องบทนี่ดูไปก็เกิดคำถามไปหลายอย่างน่ะครับ อย่างตัวการ์ดเนอร์นั้นดูจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใครเท่าไร (นอกจากเคนดร้าและทัลซ่า) แต่เขาก็ไม่ใช่คนเก็บตัวนะ ตอนมาบนโลกก็ดูเข้ากันคนง่ายจะตาย แต่ตอนอยู่บนอวกาศกลับเหมือนว่าเขาไม่มีเพื่อนและไม่สุงสิงกับใครเลย

หรือการที่การ์ดเนอร์ตกใจตอนเห็นม้าเดินมา แต่เขากลับดูชิลด์มากๆ กับการขึ้นรถเมล์ การคุยกับคนแปลกหน้า และมีความรู้หลายอย่างมากกว่าเด็กบนโลก (เช่นเรื่องเอดิสันกับเทสล่าเป็นต้น) จนมันออกจะแปลกน่ะครับที่เขาไม่เคยเห็นม้ามาก่อน (ทั้งที่ปกติ เวลาเราจะสอนเด็กนี่ เรื่องสัตว์จะมาเป็นอย่างแรกๆ นะ เลยเกิดคำถามเหมือนกันว่าการ์ดเนอร์เขาโตมายังไง ใครสอน ใครให้ความรู้ ฯลฯ)

ว่าง่ายๆ คือบทยังไม่เนียนในหลายๆ จุดครับ เช่นเดียวกับการเล่าเรื่องที่ยังไม่กลมกล่อมเท่าไร ส่วนหนึ่งผมว่าผู้กำกับ Peter Chelsom ไม่เหมาะกับงานสไตล์นี้ด้วย คือจริงๆ เขาทำหนังดราม่าได้ดีนะ (อย่างเรื่อง The Mighty) แต่กับเรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่าดราม่าน่ะครับ มันมีไซไฟ มันมีโรแมนติกด้วย

ผลที่ได้ก็ถือว่ากลางๆ ครับ ดูได้เรื่อยๆ เพียงแต่ไม่ถึงรสแบบเต็มๆ เท่านั้นครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements