รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

High Strung (2016) จังหวะนี้หยุดโลก

13494927_1252179854812813_332675417510124866_n

ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่มาในทางเดียวกับ Step Up ครับ เรื่องของพระ-นางที่มีความสามารถในเชิงดนตรีที่มาจากโลกที่ต่างกัน ได้มารู้จักกัน และเกิดความรักต่อกัน

ตัวเอกคือ รูบี้ (Keenan Kampa) นักบัลเล่ต์สาวที่ได้เข้าเรียนต่อในสถาบันชั้นนำ กับจอห์นนี่ (Nicholas Galitzine) นักไวโอลินปอนๆ ที่เล่นดนตรีอย่างอิสระตามท้องถนน แล้วก็อย่างที่บอกครับ ทั้งสองมาเจอกัน เริ่มมีใจผูกพันผ่านดนตรี

แล้วพวกเขาก็เริ่มผสมผสานความรักในดนตรีของพวกเขาเข้าด้วยกัน (คนหนึ่งเต้น คนหนึ่งเล่น) นำมาสู่การแสดงดีๆ ที่ทำให้พวกเขาค้นพบตนเองและเข้าใจคุณค่าที่แท้ของศิลปะมากขึ้น

ผมว่าผมเจอหนังที่มาทางเดียวกับ Step Up เยอะมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาครับ ส่วนหนึ่งคงเพราะเป็นพล็อตที่คนเข้าถึงง่าย และมันเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ความฝันของคนยุคใหม่ ที่ต้องการจะแสดงความสามารถในการร้อง เล่น เต้น และเล่นละคร พร้อมทั้งต้องการเข้าสู่วงการบันเทิงกัน

ไม่เฉพาะหนังครับ แต่รายการแนวนี้มาอย่างเพียบบนจอทีวี ไม่ว่าจะ AF, The Star, The Voice, Got Talent ฯลฯ อีกทั้งสารพัดเรียลลิตี้ตามความฝันในวิชาชีพต่างๆ ซึ่งปริมาณรายการที่มากก็แสดงให้เห็นครับว่าคนยังนิยมและให้ความสนใจขนาดไหน

เพราะอย่างนี้เลยไม่แปลกใจครับหากจะมีหนังแนวนี้ตามมาอีกเรื่อยๆ เพราะอย่างน้อยที่สุดหนังก็ไม่ได้ลงทุนเยอะ ดังนั้นโอกาสที่จะทำกำไรก็เยอะอยู่แล้ว หรือต่อให้เข้าโรงแล้วไม่ทำเงิน ก็ไปรอทำเงินอีกทีตอนออกแผ่นก็ได้ ยังไงก็ต้องมาคนเอาไปดูอยู่แล้ว

สำหรับเรื่องนี้ถ้าถามว่าโอไหม ผมก็ว่าโออยู่ครับ ตัวหนังอาจไม่ได้ลงตัวมากเท่าชุด Step Up ที่หลายอย่างมันดูดึงดูดและน่าสนใจกว่า ลีลาการเต้นก็มโหระทึกมากกว่า แต่กับเรื่องนี้ก็ถือว่าอะไรๆ มันโอเคอยู่ จัดว่าดูเพลินในระดับหนึ่ง

อย่างน้อยพล็อตแม้มันจะเดิมๆ ก็ตาม แต่การเอาเรื่องของบัลเล่ต์มาประยุกต์กับการแสดงดนตรีแบบ Street ที่มีฮิปฮอปผสมเข้าไปด้วย มันก็ไม่เลวครับ ก่อให้เกิดลีลาใหม่ๆ ที่ชวนดูใช้ได้อยู่เหมือนกัน

ส่วนพล็อตก็อย่างที่รู้ครับ มันออกจะซ้ำๆ อยู่บ้าง ตัวเอกทั้งสองถูกสร้างมาเพื่อให้คู่กัน ต้องฟันฝ่าอุปสรรคและความแตกต่างที่มีต่อกัน กว่าจะได้ทำอะไรแบบที่ตัวเองหวังก็ต้องเสียพลังและน้ำตาไปไม่น้อย แต่สุดท้ายหนังก็สอนให้คนดูรู้คุณค่าแห่งความพยายามครับ ที่สุดท้ายมันต้องให้ผลลัพธ์และบทเรียนอะไรต่อเราสักอย่างหนึ่งเสมอ

ทำไม่สำเร็จก็เริ่มใหม่ โดยใช้ประสบการณ์จากวันวานเป็นตัวตั้งต้น แล้วก็ต่อยอดจากความผิดพลาดล้มเหลวในอดีต ค่อยๆ ก่อร่างความสำเร็จขึ้นทีละน้อยๆ โดยหากความพยายามไม่จบสิ้นลง ความสำเร็จก็จะรออยู่ที่ปลายทาง

ครับ อย่างที่บอกว่าดูได้เพลินๆ แต่ขอเพียงไม่ตั้งความคาดหวังมากจนเกินไป (เพราะถ้าหวังมาก ผมเชื่อว่าก็ต้องผิดหวังมาก เพราะมันโอเค แต่ไม่ได้เจ๋งมากมายขนาดนั้น) ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าองค์ประกอบหลายอย่างเข้าท่าครับ แต่ดารานำอาจจะยังไม่เด็ดขนาดนั้น การแสดงยังไม่ลื่นไปทั้งหมด และการกำกับ (โดย Michael Damian) ก็ยังมีจุดที่ “ดีได้อีก” ในอีกหลายส่วน

กระนั้นหากใครชอบหนังแนวนี้ ก็ดูได้ครับ ไม่น่าจะผิดหวัง เพียงแต่ความอร่อยลงตัวมันไม่เท่าหนังชุด Step Up เท่านั้นเอง ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements