รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Gifted (2017) อัจฉริยะสุดดวงใจ

21231670_1753931834637610_4293028248951853092_n

ตอนแรกผมนึกว่าเรื่องนี้จะเป็นหนัง Feel Good ดูแล้วยิ้มแย้มเกิดพลัง ครั้นพอดูแล้วมันก็มีส่วนผสมที่ทำให้ยิ้มอยู่เหมือนกันครับ แต่แนวจะหนักไปทางดราม่า สะท้อนความจริงของชีวิตอะไรแบบนั้นมากกว่า

หนังจับประเด็นที่น่าสนใจมากๆ มาเป็นแกนหลักครับ นั่นคือ เรื่องของคนที่มีสมองระดับอัจฉริยะ ประเภทว่าเก่งเลขหรือเก่งเรื่องใดเรื่องหนึ่งแบบเหนือคนทั่วไป มีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิดอะไรแบบนั้น

ซึ่งคนเหล่านี้มักจะมีปัญหาในการเข้าสังคมหรือในการปรับตัวครับ ซึ่งก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเพราะตนเองมีปัญหาในการเข้าหาคนอื่น หรือไม่คนอื่นๆ ก็ไม่เข้าใจในบุคลิกของเด็กพิเศษเหล่านี้ ก็เลยทำเหมือนเขาเป็นตัวประหลาดไปเสียแทน

ตัวเอกของเรื่องคือ แฟรงค์ แอดเลอร์ (Chris Evans) ชายหนุ่มที่เลี้ยงหลานสาวอัจฉริยะอย่าง แมรี่ (Mckenna Grace) โดยเขาพยายามเลี้ยงเธออย่างเรียบง่ายและสิ่งที่เขาต้องการที่สุด คืออยากให้แมรี่ปรับตัวอยู่ในสังคมทั่วไปได้

แต่แล้วแฟรงค์ก็เจอปัญหาเมื่อมีคนอื่นต้องการมาขอสิทธิ์เลี้ยงดูแมรี่ ก็เลยต้องมีการสู้ความกันสักหน่อย และระหว่างนั้นแฟรงค์ก็พยายามเลี้ยงดูและใช้เวลากับแมรี่ให้มากที่สุด ไม่ว่าจะต้องเจอกับอุปสรรคอะไรก็ตามเถอะ

ตัวหนังจัดว่าดูเพลินครับ มีอารมณ์ซึ้งเจือน้ำตาอยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องขึ้นกับเส้นของแต่ละคน ผมเชื่อว่าคงมีคนต้องหลั่งน้ำตาให้กับเรื่องราวของพวกเขาครับ แต่บางคนก็อาจเฉยๆ อันนี้ก็คงแล้วแต่กันไป (ส่วนผมก็รู้สึกซึ้งครับ แต่ยังไม่ถึงขั้นน้ำตาร่วงไหล)

ถ้ามองในแง่หนังดราม่าสักเรื่อง Gifted ก็ทำออกมาได้อย่างน่าพอใจครับ มีครบรสทั้งดราม่า อารมณ์ขัน เศร้าเคล้าน้ำตา แล้วก็มีปมให้เราต้องมาลุ้นกันอีกด้วย ซึ่งผมมองว่าหนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ในแง่ความบันเทิงได้อย่างดีครับ

แต่ถ้าถามว่าหนังลงตัวแบบเต็มที่ไหม ก็ต้องบอกว่ายังไม่ถึงขนาดนั้น ส่วนหนึ่งเพราะหนังอาจยังไปไม่สุดครับ เช่น ความสัมพันธ์ของแมรี่กับแฟรงค์ หรือโรเบอร์ต้า (Octavia Spencer) เพื่อนบ้านที่แสนดี ซึ่งถ้าดูจากปัจจัยแวดล้อมแล้ว ก็รู้สึกได้ว่าพวกเขาผูกพันกันมากๆ แต่ภาพกับสถานการณ์ที่ปรากฏบนจออาจยังไม่บิ้วอารมณ์เรามากพอ แต่กระนั้นผมก็ยอมรับล่ะครับว่าลุงหลานคู่นี้มีความน่ารักอยู่เยอะทีเดียว (คือขนาดบิ้วไม่เยอะ ผมยังรักพวกเขาเลยน่ะครับ)

จุดที่ถือว่าเข้าท่ามากๆ คือการจับประเด็นเกี่ยวกับเด็กอัจฉริยะมานำเสนอครับ ซึ่งผมเองก็เคยตั้งคำถามนี้นะ เพราะอัจฉริยะหลายคนมักมีชีวิตโดดเดี่ยว ส่วนหนึ่งก็คงเพราะคนรอบตัวไม่เข้าใจ สังคมก็ไม่เข้าใจ และที่น่าเศร้ากว่าคือ “ไม่เข้าใจแล้ว ก็ยังไม่พยายามจะเข้าใจ แล้วยังจะตั้งแง่หาเรื่องจับผิดซะอีก”

คิดไปคิดมาผมก็เกิดคำถามนะ ว่าตกลงใครกันแน่ที่อยู่ด้วยยาก? ระหว่างเด็กพิเศษ, คนที่มีความคิดแตกต่างจากคนอื่น หรือคนทั่วไปในสังคมที่ไม่ชอบเปิดรับความแตกต่าง ไม่ชอบทำความเข้าใจคนอื่น และยังใช้ความคิดของตัวเองตัดสินคนทั้งจักรวาล วันดีคืนดีก็ขับไล่คนที่แตกต่างจากพวกตนไปอยู่ในโซน “ตัวประหลาด”

สังคมมีคนแบบไหนมากๆ โลกก็จะเป็นแบบนั้นครับ…

คงเพราะแบบนี้ล่ะครับผมเลยรู้สึกรักลุงหลานคู่นี้นะ คือจริงๆ พวกเขาไม่ได้เข้ากันได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก มีดุมีโกรธกันเป็นปกติ แต่สุดท้ายไม่ใครก็ใครจะต้องเป็นฝ่ายยอม เป็นฝ่ายหันหน้าเข้าหาและขอโทษ ผมว่านี่แหละคือหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกัน คือจะขัดจะแย้งจะแตกจะต่างหรือจะมีเรื่องให้โกรธกันแค่ไหน แต่เราต้องพร้อมจะยอมปรับ พร้อมจะยอมลงให้กัน ไม่งั้นก็มีแต่แตกกับหักอย่างเดียว

ขณะเดียวกันการกระทำของตัวละครหนึ่งที่มุ่งแต่เรื่องผลงานหรือผลประโยชน์ จนละเลยคนสายเลือดเดียวกัน ก็เป็นการสะท้อนความจริงที่น่าเศร้าครับ เพราะเชื่อเถอะว่าคนแบบนี้มีจริงๆ ในโลก คนที่ไม่สนญาติมิตร สนแต่ความสำเร็จเพียงอย่างเดียว… คนแบบนี้นี่เองที่สร้างความร้าวฉานในใจคน และทำให้โลกน่าอยู่น้อยลง

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ควรค่าแก่การดูครับ ดูแบบสบายๆ ไม่ต้องคาดหวัง แล้วผมเชื่อว่าคุณจะรู้สึกดีกับหนังเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย ดาราเล่นกันดี ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจของผู้กำกับ Marc Webb ((500) Days of Summer)

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

 

Advertisements