รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Foodies (2014) เกิดมาชิม

13873009_1280802478617217_14763638246483023_n

หนังสารคดีว่าด้วยการตามติดชีวิตนักชิมครับ ซึ่งหลายอย่างถือว่าเข้าทางผมนะ เพราะปกติชอบดูสารคดีและเรื่องอาหารการกินนี่ก็เป็นอะไรที่ใกล้ตัวอยู่ เพราะขยันเดินทางไปหาของอร่อยกินอยู่แล้ว 555

การนำเสนอก็เป็นการแนะนำนักชิมมีชื่อน่ะครับ 1 ในนั้นก็คือ เพิ่ม ไพทยวัฒน์ บล็อกเกอร์นักชิมชาวไทย ซึ่งสิ่งที่เราจะได้เห็นก็คือการเกริ่นให้เรารู้จักนักชิมแต่ละคน พร้อมกับวิถีชีวิตและสิ่งที่ดึงดูดให้เขารักในการชิมอาหาร

ในแง่หนังสารคดีว่าด้วยอาหารนั้น ก็มีภาพอาหารสวยๆ ให้ได้เห็นหลากหลายอยู่ครับ ส่วนมากจะเป็นอาหารหรูที่ดูสวยงาม และเชื่อว่าหลายคนคงไม่มีโอกาสได้ชิม (ผมเองก็ไม่มีโอกาสนะ) แต่ดูแล้วก็รู้สึกล่ะครับว่าอาหารเหล่านั้นถูกทำขึ้นอย่างตั้งใจและประณีตอยู่

แต่ขณะเดียวกันเหล่านักชิมก็ไม่ได้ชิมเฉพาะร้านหรูๆ หรอกครับ ร้านทั่วๆ ไปข้างทางหากได้รับคำชมว่าอร่อย เขาก็ต้องพาตัวเองไปลองลิ้มให้ได้ บางครั้งก็เดินทางไกลไปถึงบ้านไร่คันทรี่ๆ เพื่อไปให้ถึงต้นตำรับก็มี

ตัวหนังนั้นถือว่าน่าสนใจครับ เพียงแต่การเดินเรื่องอาจไม่ได้ดึงดูดขนาดนั้น หนังพยายามนำเสนอเรื่องของอาหารและแง่มุมชีวิตของนักชิมไปพร้อมๆ กัน แต่ก็ไม่ได้รับการเจาะลึกอะไรมาก ดังนั้นใครคาดหวังความลึกซึ้งบางอย่างก็อาจต้องปรับระดับความคาดหวังครับ

ถ้าถามว่าดูแล้วรู้สึกยังไง ผมก็ว่าดูได้เรื่อยๆ นะ แต่อาจเพราะดูสารคดีมามากน่ะครับ เลยรู้สึกว่าการนำเสนอมันยังไม่มีจุดเด่นอะไรขนาดนั้น คือบางช่วงก็นิ่งจนเกือบจะเบื่อเหมือนกัน เนื้อหากับสารที่หนังนำมาเสนอก็ยังไม่แน่นสักเท่าไร

ผมว่ารายการสารคดีอาหารที่ ThaiPBS เอามาฉายหลายๆ อันยังดูน่าสนใจและดึงดูดกว่านะครับ โดยเฉพาะตอนที่เป็นของ Jamie Oliver น่ะครับ ออกมาทั้งอร่อยและสนุกแบบสุดๆ ไปเลยจริงๆ (สารภาพเลยว่าติดหนึบรายการของพี่เขาจริงๆ นะ)

แต่กระนั้น Foodies ก็ยังมีเนื้อหาสาระที่สามารถเก็บไปขบคิดหรือรับรู้เพื่อเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างอยู่ครับ เริ่มจากการหันมาเป็นนักชิมของบล็อกเกอร์แต่ละคนนั้น ก็มาจากใจรักนี่แหละ เขาชอบแล้วเขาก็ชิม แล้วก็เอามาเขียนบอกเล่าตามใจคิด

ความจริงอย่างหนึ่งก็คือ ความชอบของคนเราไม่เหมือนกันครับ เราชอบ คนอื่นอาจไม่ชอบก็ได้ และเรื่องรสอาหารนี่เป็นเรื่องเฉพาะตัวจริงๆ ดังนั้นเหล่าบล็อกเกอร์ก็ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ เขาไม่ได้จะบอกว่า “อาหารนี่ดีหรือห่วยที่สุด” แต่เขาก็แค่ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่พวกเขาคิดและเขียนไปตามนั้น

จริงๆ ก็เหมือนบล็อกเกอร์ทุกประเภทนั่นแหละครับ (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น) นั่นคือเราไม่สามารถเขียนสื่อถึงหรือสื่อแทนความรู้สึกของทุกคนได้ เราทำได้แค่บอกว่าเราคิดยังไง เราคิดอย่างนั้นเพราะอะไร เราชอบหรือไม่ ฯลฯ นั่นคือขอบข่ายของเรา

ผมเชื่อว่าบล็อกเกอร์ส่วนมากสนุกกับการเขียนบอกเล่าและแบ่งปัน แต่ไม่สนุกกับการไฝว้กับใครหรอกครับ แต่มันก็เป็นเรื่องปกติที่หากเราเขียนอะไรออกไปในสื่อสาธารณะก็ย่อมมีคนอ่าน และหนึ่งในนั้นก็ต้องไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วย อันอาจจะส่งผลให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งหรือต่อต้านกลับมา

ซึ่งบล็อกเกอร์ก็มีวิธีรับมือต่างกันไป บางคนก็ชนเลย แต่บางคนก็ทำความเข้าใจและพยายามพูดดีๆ แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่จบมันก็คงยาว

ในสารคดีนี้ก็มีครับที่บล็อกเกอร์เขียนถึงร้านๆ หนึ่งว่าเขาไม่ชอบ จนเจ้าของร้านนั้นก็ไม่ชอบบล็อกเกอร์คนนั้นเหมือนกัน แต่ยังไงบล็อกเกอร์ที่ว่าก็ยังแวะไปกินอาหารที่นั่นเพราะเขาเป็นนักชิมน่ะครับ มีอะไรใหม่ก็พร้อมลอง แม้จะไปแล้วโดนแขวะแต่เขาก็พร้อมโดน ขอให้ได้ชิมก็พอ

บางทีเรื่องพวกนี้ก็เซนซิทีฟครับ พ่อครัวที่โดนวิจารณ์ก็คงรู้สึกไม่ดีนักเพราะเชื่อว่าเขาก็คงตั้งใจ พอมาเจอบทความที่พูดเชิงลบถึงผลงานของเขา ก็ย่อมรู้สึกไม่ดีตอบกลับออกไปเป็นธรรมดา

แต่เรื่องแบบนี้ ต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหยุด ต้องมีสักฝ่ายที่แยกแยะออกน่ะครับ ไม่งั้นมันจะกลายเป็นความแค้นความไม่พอใจแบบยาวๆ ซึ่งมันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยจริงๆ

อย่างน้อยในแง่หนึ่ง การดูหนังเรื่องนี้ก็สะท้อนให้เราตระหนักน่ะครับว่าการแสดงความเห็นออกสื่อออนไลน์ มันมีผลกระทบตอบกลับมาเสมอ แต่ขอเพียงเรามีสติตั้งรับและตอบกลับสิ่งเหล่านั้นด้วยใจเย็น เดี๋ยวเรื่องเขม่นๆ กันมันก็จะผ่านไป ^_^

พูดๆ ไปเหมือนจะไม่เกี่ยวกับอาหารน่ะนะครับ แต่จริงๆ ใน Foodies ก็ไม่ได้เน้นอาหารมาก หากใครอยากเห็นอาหารผมว่าดูหนังอย่าง Chef หรือ Burnt จะได้เห็นอาหารสวยๆ เยอะกว่าครับ ส่วนเรื่องนี้เหมาะสำหรับคอสารคดีจริงๆ เพียงแต่ความน่าสนใจอาจไม่ได้เยอะขนาดนั้นเท่านั้นเอง

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements